Dyson เปิดตัวเทคโนโลยีเครื่องดูดฝุ่น Dyson V8 Carbon Fibre นวัตกรรมล่าสุดในตระกูลเครื่องดูดฝุ่นไร้สายที่มาพร้อมประสิทธิภาพพลังการดูดทำความสะอาดสูงถึง 155AW ตัวเครื่องผนึกอย่างแน่นหนาป้องกันการเล็ดลอดของฝุ่นก่อนผ่านตัวกรอง และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ทรงพลังยกระดับการทำความสะอาดบ้านไปอีกขั้น
Dyson ได้มีการทำการวิจัยและพัฒนาโปรดักซ์อย่างต่อเนื่องโดยใช้งบประมาณสูงถึง 7 ล้าน ปอนด์ต่อสัปดาห์ ภายใต้การทำงานของทีมวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกมากกว่า 3,500 คน ทำให้สามารถพัฒนาเครื่องดูดฝุ่นไร้สายให้มีประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่อง และยังมีการจดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ทุกชิ้นทำมั่นใจว่านวัตกรรมที่สร้างมาจะไม่ถูกลอกเลียนแบบได้
เครื่องดูดฝุ่นรุ่นล่าสุด Dyson V8 Carbon Fibre ขับเคลื่อนด้วยดิจิตอลมอเตอร์อัจฉริยะ Dyson Digital Motor ภายในเครื่อง โดยใช้งบในการพัฒนาสูงถึง 350 ล้านปอนด์ ภายใต้การทำงานของทีมวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์ 240 คน เพื่อเพิ่มพลังขึ้นจากรุ่นก่อน 80% ส่วนตัว Dyson V8 จะอยู่ที่ 115AW พร้อมด้วยงานดีไซน์ให้เปลี่ยนการใช้งานระหว่างด้ามจับและต่ออุปกรณ์ต่างๆ ได้รวดเร็ว
รุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยีไซโคลนกรองอากาศ 15 ชุด จัดเรียงสองชั้น ทำงานคู่ขนาดกันช่วยเพิ่มกระแสลมและดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก และตัวระบบดังกล่าวถูกผนึกอย่างหนาแน่นเพื่อป้องกันการเล็ดลอดของละอองฝุ่นออกจากตัวเครื่อง
ตัวแบตเตอรี่เป็นนิกเกิลโคบอลต์อลูมิเนียมรุ่นล่าสุด สามารถใช้งานด้วยพลังทรงสิทธิภาพคงที่นานถึง 40 นาที เมื่อใช้โหมดการทำงานระดับเบา ซึ่งเพียงพอที่จะทำความสะอาดทั้งบ้าน
ตัวหัวแปรงทำความสะอาดเป็นคาร์บอนไฟเบอร์มีความสามารถในการเข้าถึงผืนพรมระดับลึกเพื่อเก็บกวาดขนสัตว์ต่างๆและสิ่งสกปรกที่นอนก้นอยู่บนพื้นพรม ขณะที่เส้นใยคาร์บอนไฟเบอร์ชนิดอ่อน ทำหน้าที่ดึงฝุ่นละเอียดออกจากพื้นผิวชนิดแข็งได้อย่างดี
Dyson V8 Carbon Fibre จะเริ่มขายในเดือนมีนาคมนี้ สนนราคาที่ 28,900 บาท ซึ่งทาง Dyson ได้เผยว่ากำลังมีแผนจะเปิดร้าน Demo Shop ในไทยเร็วๆนี้
เควิน เกรนท์ หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ดูแลพื้นผิว Dyson กล่าวว่า “ความตื่นเต้นของเราคือการได้เห็นโปรดักซ์ไปอยู่ในมือของผู้บริโภค ซึ่ง Dyson Demo Shop ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานที่เราจะได้สาธิตเทคโนโลยีของเรากับตัวผู้บริโภคโดยตรง ปัจจุบัน Demo Shop ของเราก็มีเปิดไปแล้วหลายประเทศอาทิเช่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก็มี ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย สำหรับในไทยเองก็มีแผนที่จะเปิดเร็วๆนี้ โดยที่ปัจจุบันทางแบรนด์มีความต้องการจะสื่อสารเทคโนโลยีที่มีผ่านทางช่องทางต่างๆที่มีอยู่ ไปยังผู้บริโภค”








