เรื่องราวต่างๆของ HTC ต่างถูกเล่าขานกันมานานว่าเป็นแบรนด์ที่สามารถครองใจผู้ใช้ได้โดยการส่งตัวเครื่องที่มาพร้อมกับคุณภาพที่ยอดเยี่ยม ทั้งในเรื่องของตัวเครื่องและ Software แต่เนื่องด้วยการทำตลาดที่ส่วนใหญ่เป็นรุ่นท็อปทำให้แบรนด์ HTC เข้าถึงกลุ่มคนได้ไม่หลากหลายเท่าที่ควรนัก
ถึงแม้ว่าจะมีการทำรุ่นล่างๆออกมาต่อกรกับคู่แข่งบ้างเป็นระยะ แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะต่อกรกับแบรนด์อื่นๆได้เท่าไรนัก เพราะมักจะวางราคาสูงกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกันเล็กน้อยเสมอ


เรามักจะจำภาพของ HTC ว่าเป็นแบรนด์ที่ส่งมอบ Smartphone ที่เต็มไปด้วยคุณภาพในด้านวัสดุอย่างต้นปีที่ผ่านมา เปิดตัวขายกันไปซักระยะแล้วกับ HTC One M8 ที่ออกมาตอบโจทย์ผู้บริโภคในระดับรุ่นท็อปได้อย่างสูสีกับ Samsung Galaxy S5 หรือ Sony Xperia Z2 ที่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่มีใครยอมใครแน่นอน ซึ่งในประเทศไทยเองมีการทำตลาดร่วมกับเครือข่ายยักษ์เบอร์ 2 อย่าง dtac ที่ก็ช่วยให้ HTC สามารถขายได้ค่อนข้างดีสำหรับรุ่นท็อปรุ่นนี้ ส่งผลให้เป็นรุ่นที่โดดเด่นในตลาดพอสมควร ณ เวลานี้ เพราะส่วนใหญ่จะซื้อเพราะความหลงใหลในวัสดุที่มาเป็นแบบอลูมิเนียมเกือบทั้งเครื่อง แถมออกแบบได้สวยงามทั้งรูปร่างและสีสัน ดังนั้นไม่น่าแปลกใจเท่าไรนัก กับยอดขายที่ดีกว่าที่ผ่านๆมาสำหรับมือถือแบรนด์ HTC

อย่างไรก็ตามลองมองในมุมกลับหาก HTC คิดจะทำ Smartphone ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ แต่เลือกใช้วัสดุเข้าขั้นที่จะเรียกว่าพลาสติกละ…คุณว่ามันแปลกไหม?

เอาเป็นว่าอย่ารอช้าอยู่เลย เพราะ HTC เขาไม่รอช้าเหมือนกัน เพราะพี่ท่านทำออกมาแล้วในชื่อที่คล้ายกันในชื่อ HTC One E8 ที่เราจะมาพูดถึงกันในบทความนี้นั่นเอง


HTC One E8 เลียนแบบโครงร่างมาจาก HTC One M8 ได้เป็นอย่างดี เพียงแต่ว่ามีการปรับเปลี่ยนฝาหลังไปเป็นพลาสติก ซึ่งสีขาวจะใช้เป็น Glossy ผิวมัน ซึ่งเป็นรอยง่ายขีดข่วนง้ายแต่เงาสวยงาม แต่สีขาวถ้าเป็นรายขีดข่วนก็มักไม่ค่อยจะเห็นเท่าไรนัก ส่วนสีดำ (น้ำเงินเข้ม) ใช้เป็นพลาสติกผิวด้านตัดกับสีทอง อันนี้หนืดๆนิดหน่อย ดูทนไม้ทนมือกว่าสีขาว แต่เรื่องความสวยงามส่วนตัวยังคงให้สีขาวครับ

HTC One E8 มีความหนาเพิ่มขึ้นจาก HTC One M8 เล็กน้อย พอจับเครื่องก็สัมผัสได้บ้างว่าต่างกัน แถมความรู้สึกก็ต่างกันเนื่องจากตัววัสดุ โดยรวมต้องบอกว่าจับล้วคล้ายๆเอา HTC One M7 กับ M8 มารวมกัน เนื่องจากขอบข้างเครื่องยังคงเป็น cover แบบพลาสติกทั้งหมด เพราะเป็นเครื่องที่ขึ้นรูปแบบ Unibody กันเลยทีเดียว ถือว่าเป็นหนึ่งในโทรศัพท์ที่ใช้วัสดุพลาสติกที่ขึ้นรูปแบบ Unibody ที่มีไม่มากนักก่อนหน้านี้ แต่แน่นอนส่งผลให้มันไม่สามารถที่จะแกะถอดฝาหลังได้นั่นเอง


ปุ่มควบคุมต่างๆยังคงเหมือนกับ HTC One M8 เว้นแต่ปุ่ม Wake/Power ที่ถูกย้ายตำแหน่งมาที่ตรงกลางหัวเครื่องเลย แต่ตัดส่วนของอินฟราเรดออกไป สำหรับช่องใส่ซิมและ microSD Card ก็ยังอยู่ในตำแหน่งเดิม และยังต้องใช้เข็มแทงเพื่อดึงถาดออกมาเช่นเดิม


จุดปลี่ยนอีกจุดที่อาจจะไม่ค่อยสังเกตกันก็คือส่วนของกล้องด้านหลัง มีการปรับเปลี่ยนจาก 4 ล้านพิกเซล (Ultrapixels) ใน HTC One M8 ไปเป็น 13 ล้านพิกเซลแบบปกติ ส่วนด้านบนไม่ใช่กล้องตัวที่ 2 แบบ M8 แต่เป็น LED Flash ดวงใหญ่แทน ตอนแรกเผลอนึกว่ากล้องตัวที่ 2


ด้านหน้าคล้ายคลึงกันมากเพราะด้านหน้าของ HTC One E8 ส่วนขอบบนล่างใช้เป็นอลูมิเนียม แต่พวกขอบต่างๆจะไม่เห็นเพราะตัวเครื่องอย่างที่บอกออกแบบเป็น Unibody นั่นเอง กล้องหน้ายังคงไว้ที่ 5 ล้านพิกเซลและเป็นเลนส์ Wide เหมือนเดิมครับ

หน้าจอใช้เป็นขนาด 5 นิ้วความละเอียดแบบ FullHD พร้อมกระจก Gorilla Glass 3

ด้านหน้าของตัวเครื่อง HTC One E8 มาพร้อมกับลำโพงคู่ Boomsound เหมือนเดิม ถือเป็นอีกจุดขายสำคัญของเครื่อง

ประสิทธิภาพตัวเครื่อง HTC One E8 ยังจัดเต็มใส่ Qualcomm Snapdragon 801 Quad-Core 2.5GHz มาให้ พร้อมกับ RAM 2GB เหมือนกันกับ M8 ส้นเรื่องหน่วยความจำก็มีมาให้ 16GB ใส่ microSD Card ได้สูงสุด 128GB และมี Google Drive ให้อีก 50GB



กล้องของ HTC One E8 มาพร้อมกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ด้านหลังมี LED Flash ส่วนกล้องหน้าให้มา 5 ล้านพิกเซล ตัวโหมดต่างๆก็มีให้เลือกใช้งานได้เหมือนกับ HTC One M8 แต่ถูกตัดความสามารถของ Duos Camera ไปทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการแต่ง Effect หรือความสามารถพิเศษของภาพ แต่สำหรับเรื่องของการถ่ายภาพ ชัตเตอร์เหมือนกับ M8 ที่ค่อนข้างไวและจับภาพออกมาไม่เบลอ แต่เรื่องของภาพที่ได้ออกมานั้นดูแล้วมืดกว่า M8 ทำให้ถ่ายภาพกลางคืนได้ดีไม่เท่า One M8 แต่เก็บรายละเอียดได้ดีกว่าพอสมควร ส่วนภาพ Macro นั้นถ่ายได้ในระยะประมาณ 10 เซนติเมตร ก็สามารถโฟกัสได้อยู่ครับ


ส่วนกล้องหน้ายังเหมาะแก่การ Selfie เป็นอย่างดี เพราะมาพร้อมกล้องความละเอียดสูง 5 ล้านพิกเซล แต่เป็นเลนส์ Wide เช่นเดียวกับ HTC One M8 แต่จากที่ทดสอบดูเลนส์กว้างน้อยกว่า M8 แบบชัดเจน มีโหมดจับใบหน้ามาให้ด้วย
ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ใช่ว่าจะมีแค่เกาหลีอย่างเดียวที่ทำได้ ทาง HTC ได้ทำการใส่โหมด Extreme power saving mode เข้ามาให้เรียบร้อยแล้ว โดยตามข้อมูลของทาง HTC เองเคลมว่า HTC E8 นั้นสามารถ Standby ได้มากถึง 10 วันหากใช้งานโหมดนี้ และหากเปิดโหมดนี้ในช่วงที่แบตเตอรี่เหลือที่ 10% ก็จะสามารถใช้งานได้มากถึง 30 ชั่วโมงเลยทีเดียว

หลายคนคงจะถามเรื่อง Dotview ที่เคยมีใน HTC One M8 อันนี้เองทาง HTC ก็ได้ใส่ความสามารถนี้มาให้ใน One E8 ด้วย แต่ใช้เคสตัวเดียวกันไม่ได้นะครับ ต้องซื้อแยกกัน โดยความสามารถของ Dotview นั้นได้รับการอัพเกรดแล้วเหมือนกับของ M8 ปัจจุบันที่สามารถใช้งานพวก Wallpaper ในหน้า Dotview และสามารถแสดง Recent Call หรืออื่นๆได้มากกว่าเดิม

แน่นอนสิ่งที่ขาดไม่ได้ของ HTC ก็คือ HTC Sense 6 หรือ Six sense ที่ยังคงเหมือนกับตัว One M8 แบบถอดด้ามกันมาเลย ทั้งเรื่องของการใช้สีสันให้ดึงดูดสายตาในแต่ละส่วนของโปรแกรม รวมถึง Blinkfeed และ Motion launch ที่ใช้ท่าทางเปิดโหมดต่างๆในขณะที่หน้าจอปิดอยู่ได้นั่ันเอง

สรุป…แล้วก็คือ HTC One E8 นั้นทาง HTC อยากจะให้ผู้ใช้ได้ Experience หรือประสบการณ์การใช้งานเหมือนกันกับบน HTC One M8 แต่ในวัสดุที่เป็นพลาสติก ตัดบางอย่างที่ไม่ค่อยจำเป็นออกอย่างเรื่องอินฟราเรดหรือความสามารถที่ต้องกั๊กไว้หน่อยอย่าง Duos Camera แต่ก็ทดแทนด้วยกล้อง 13 ล้านพิกเซล ที่ก็ถือว่าน่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว ทั้งนี้ตัดโน่นนี่ออกไปแล้วตัวเครื่องมีราคาถูกลงมาเหลือ 17,900 บาท ทำโปรโมชั่นกับดีแทคให้ผ่อน 0% นานสูงสุด 20 เดือน พร้อมส่วนลดแพ็คเกจ 50% นาน 12 เดือน แถม HTC Dot View Case ราคา 1,290 บาท สามารถใช้ส่วนลดจากแคมเปญ “ยิ่งอยู่นานยิ่งรักกัน” ได้ด้วย และเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 25 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป กับช่องทาง Dtac Shop และ Dtac Partner

งั้นสำหรับ Preview HTC One E8 ผมก็ขอฝากทิ้งท้ายไว้เท่านี้ รออ่านรีวิวกันได้เร็วๆนี้นะครับ

