เชื่อว่าในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา พ่อค้่า-แม่ค้า หรือนักช็อปออนไลน์ชาวไทย ก็น่าจะเคยผ่านหูผ่านตากันมาบ้างแล้วกับ “Shopee” แพลต์ฟอร์มขายของออนไลน์ที่มีทั้งแบบเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น และถือวาเป็นแพลต์ฟอร์มที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้เลยทีเดียว
“Shopee” เป็นบริษัทในเครือของ Garena ผู้ให้บริการเกมส์ออนไลน์จากประเทศสิงค์โปร ที่แตกไลน์มาทำแพลต์ฟอร์มซื้อ-ขายสินค้าออนไลน์รูปแบบโซเชียล (Social Commerce) มีรูปแบบการทำตลาดแบบผู้บริโภคขายสินค้าระหว่างกันเอง (C2C) ต่างจากแพลต์ฟอร์มรายอื่นที่จะเป็นธุรกิจขายให้ผู้บริโภค (ฺB2C)
ปัจจุบัน Shopee มีให้บริการอยู่ทั้งหมด 7 ประเทศ ประกอบด้วย ไต้หวัน, อินโดนีเซีย,มาเลเซีย ,ฟิลิปปินส์ ,เวียดนาม, สิงคโปร์ และประเทศล่าสุดก็คือไทย ซึ่งก็เปิดมาได้ราวครึ่งปี มียอดผู้สมัครใช้งานกว่า 2 ล้านรายแต่ทางผู้ให้บริการไม่ได้แยกนะครับว่าคนที่สมัครเข้ามาเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขาย
จุดเด่นของแพลตฟอร์มนี้คือสะดวกรวดเร็วมีความเป็นโซเชียลคล้ายกับ Instagram คือตัวลูกค้าสามารถกดติดตามร้านหรือกดถูกใจสินค้าได้,มีระบบแฮชแท็ก รวมถึงระบบแชทติดต่อกับคนขายโดยตรง
ส่วนคนขายก็ลงสินค้าใหม่ได้ง่าย มีโปรโมชั่นและกิจกรรมจาก Shopee มาให้ร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ หรือร้านเล็กๆที่อยากจะสร้างฐานลูกค้าของตัวเอง
การเริ่มต้นใช้งานไม่ยุ่งยากครับ เราสามารถเลือกใช้ เบอร์โทรศัพท์ , Email หรือ Facebook ในการลงทะเบียนได้เลย จากนั้นก็กรอก Username และ Password ที่จะใช้ แค่นี้ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
ภายในแอพฯจะมีหน้าหลักๆอยู่ 4 หน้าประกอบด้วย
ซื้อ : พื้นที่แสดงแบนเนอร์โปรโมชั่นต่างๆจาก Shopee , หมวดหมู่ของสินค้าที่มีอยู่บนแฟลตฟอร์มทั้งหมด และรายการสินค้าแนะนำประจำวัน เพื่อว่าใครอยากจะใช้เงิน แต่ไม่รู้จะเอาอะไรก็มาดูตรงนี้ได้
สำรวจ : สำหรับสำรวจหาร้านค้า รวมถึงร้านที่ทาง Shopee แนะนำ และร้านที่เราอาจจะชอบซึ่งการแสดงผลจะอ้างอิงจากพฤติกรรมการใช้งานของเราครับ
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าซื้อ,กดถูกใจ,กดติดตามร้าน หรือค้นหาสินค้าในหมวดแฟชั่นบ่อยๆ ร้านที่มาขึ้นแนะนำในหน้านี้ก็จะเน้นที่ ร้านเสื้อผ้า หรือร้านเครื่องประดับ เพิ่มความสะดวกในการเลือกติดตามร้านใหม่ๆ ที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของเรา
การแจ้งเตือน : แสดงการแจ้งเตือนต่างๆไม่ว่าจะเป็น โปรโมชั่นใหม่ๆ หรือการอัพเดตกิจกรรมที่เราทำไว้
ฉัน : พื้นที่โปรไฟล์แสดงข้อมูลส่วนตัวของผู่ใช้ และส่วนจัดการร้านค้าสำหรับคนที่ลงขายของเอาไว้
สำหรับรูปแบบการใช้งานแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆดังนี้
- อยากซื้อ
ก่อนอื่นเลยเราก็ต้องมีของที่อยากได้กันก่อน จะพิมพ์ค้นหาเอาจากช่องบนสุดของแอพฯ ,ดูจากแฮชแท็กยอดนิยม หรือจะดูจากหน้าหมวดหมู่สินค้าก็ได้
ระบบค้นหา Shopee ก็มี “ตัวกรอง” หลายแบบให้เลือกตามความต้องการตั้งแต่กำหนดเรตของราคา, ดูสินค้าใช้แล้ว หรือ สินค้าใหม่ ,มีส่วนลด หรือค่าจัดส่งฟรีไหม และที่หน้าสนใจคือเราสามารถเลือกดูเฉพาะร้านที่อยู่ใกล้ๆกับเราได้ด้วย
ในหน้าแสดงสินค้าก็จะมีรายละเอียดที่จำเป็นต่างๆ ทั้งรูปภาพ,ราคา,จำนวนของในสต็อก,ข้อมูลการจัดส่ง และอีกสารพัด หรือถ้าหากยังมีข้อสงสัย อยากต่อรองราคาก็กดแชทคุยกับคนขายได้เลย
ในหน้าแชทนอกจากจะพิมพ์ข้อความคุยกันแบบปกติแล้ว ใน Shopee ยังมีช่องทางลัดสำหรับการต่อราคาเพียงแค่กด “ยื่นข้อเสนอ” แล้วกรอกตัวเลขที่อยากได้เข้าไป ที่เหลือก็แค่รอให้ฝั่งคนขายตอบกลับ จะได้ไม่ได้ก็อยู่ที่ชั้นเชิงแล้วละ
เมื่อโอเคกับราคาแล้วก็กด ซื้อสินค้า หรือ เพิ่มไปยังรถเข็น แล้วแอพฯจะขึันให้เลือก “ตัวเลือกสินค้า” ตามที่ทางร้านกำหนดไว้ และจำนวนสินค้าที่เราจะเอา แต่ที่สังเกตคือบางร้านจะไม่ทำตัวเลือกเอาไว้ซึ่งก็หมายความว่าเราจะต้องบอกรายละเอียดกับคนขายโดยตรงนะครับ
หลังจากที่กด “ชำระเงิน” แอพฯจะขึ้นให้ใส่ที่อยู่,ตัวเลือกการจัดส่ง พร้อมช่องระบุสีหรือไซส์ของสินค้า หรือข้อความถึงผู้ขาย จากนั้นจะเป็นช่องทางการชำระเงินใช้ได้ทั้งบัตรเครดิต และโอนผ่านธนาคาร จากนั้นก็กดยืนยันครับ
- อยากขาย
มาถึงส่วนของคนที่อยากขายของกันบ้าง งานนี้ Shopee รับประกันความง่ายและไว จากคนที่เคยเป็นลูกค้าก็เปลี่ยนบทบาทมาเปิดร้านของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นของมือสอง หรือของใหม่ แต่ก็มีสิ่งของต้องห้ามตามกติกาทั่วไปครับ (เช็คได้ตามลิงค์นี้)
วิธีลงขายของก็ง่ายๆ คนที่ใช้ Andriod แค่กดเครื่องหมาย “+” ที่มุมขวาล่าง ส่วนคนที่ใช้ iOS กดที่หน้า “ขาย” ตรงกลาง จากนั้นจะมีตัว Popup เด้งขึ้นมาให้เราเลือกครับว่าจะลงรูปสินค้าด้วยวิธีไหน ไม่ว่าจะเป็นการดึงรูปจาก Instagram ที่น่าจะเป็นช่องทางหลักๆของพ่อค้า-แม่ค้าออนไลน์ ,ดึงเอาไฟล์จากตัวเครื่อง หรือกดถ่ายสดๆหน้างาน จากนั้นก็เข้าสู่ขั้นตอนการตกแต่งภาพสินค้าให้สวยงาม
ขั้นตอนต่อมาจะเป็นการใส่รายละเอียดของสินค้าทั้งชื่อ,คำอธิบายและแฮชแท็ก,ตั้งหมวดหมู่,กำหนดราคา และค่าจัดส่ง พร้อมข้อมูลอีกสารพัด ถ้าหากใครมี Fanpage ของร้านก็เอามาใส่ตรงนี้ได้เลย ข้อมูลในหน้านี้ยิ่งใส่ครบ ใส่ละเอียดก็ช่วยให้ลูกค้าซื้อของง่ายขึ้นครับ
ระบบการันตี คนซื้อได้ของ คนขายได้เงิน
Shopee ได้ออกแบบระบบ “Shopee Guarantee” สร้างความมั่นใจให้กับคนซื้อคนขายในกรณีที่เลือกชำระเงินผ่านบัญชีของผู้ให้บริการ ส่วนรูปแบบการทำงานจะเป็นในลักษณะนี้
- Shopee จะเก็บเงินที่ชำระค่าสินค้าที่ซื้อจากผู้ขาย ไว้ในบัญชีที่แยกออกจากเงินทุนของบริษัท และจะไม่นำเงินส่วนนี้ไปใช้กับเรื่องอื่นอย่างเด็ดขาด
- เงินในบัญชีจะถึงมือผู้ขายได้ก็ต่อเมื่อ ผู้ซื้อส่งคำยืนยันไปยัง Shopee ว่าได้รับสินค้าของตัวเองแล้ว หรือสิ้นสุดระยะเวลาการันตีที่จะคำนวนโดยใช้ ระยะเวลาเตรียมพัสดุที่คนขายเป็นผู้กำหนด + จำนวนวันที่ใช้ในการส่งสินค้า คิดคราวๆจะอยู่ที่ราว 5-7 วัน
- ทางฝั่งคนซื้อมีสิทธิในการขอเงินคืนจากบัญชีตัวนี้ได้หากผู้ขายไม่ส่งสินค้าให้ แต่ทั้งหมดจะต้องดำเนินการในช่วงระยะเวลาการันตี และทางคนขายจะมีเวลา 5 วันในการตอบรับหรือปฏิเสธการคืนเงิน
- คนซื้อสามารถขอยืดเวลาการันตีได้สูงสุด 3 วัน แต่จำกัดเพียง 1 ครั้งเท่านั้น
- ระบบตัวนี้ไม่ครอบคลุมการดำเนินการระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายแบบออฟไลน์













