
เรื่องที่ 7 เป็นเรื่องของแบตเตอรี่สำหรับ Smartphone ถ้าแบตเตอรี่เกินตัวเลข 2,000 mAh นี่ก็ถือว่ามากแล้วบน Galaxy S III ให้มา 2,100 mAh ถือว่าใหญ่เกินคาดเหมือนกัน แต่ก็แน่นอนก็ต้องมารองรับหน่วยประมวลผลถึง 4 หัว quad-core ทำให้เวลาใช้งานจริงแล้วพบว่ามาตรฐานก็กลับกลายเป็นทั่วๆไปคือใช้งานได้ราวๆ 14-15 ชม. ถ้าหนักๆหน่อยก็ราวๆ 12 ชม. ถือว่าทำได้ไม่เลวแต่ก็ไม่ได้ดีมากตามที่หลายๆคนหวังไว้
เรื่องที่ 8 เข้าสู่เรื่องของ Benchmark อันนี้อาจจะต้องไปโยงถึงเรื่องของหน่วยประมวลผลต่างๆ ซึ่งตอนนี้เองถ้าให้เทียบกับคู่แข่งก็ต้องบอกว่ามีคะแนนสูงกว่าพอสมควร ตามกราฟด้านล่างครับ








เรื่องที่ 9 เป็นเรื่องของการใช้เสียงสั่งงานหลายๆคนอาจจะรู้จัก S Voice กันแล้ว โดยมันคือการสั่งงานเครื่องด้วยเสียง โดยที่สามารถสั่งให้มันปลุก สั่งให้มันเปิดกล้องหรือเปิดอะไรต่างๆนาๆก็ได้ แต่ว่าที่เด็ดดว่านั้นคือการสั่งงานด้วยเสียงแบบอื่นๆเช่น การสั่งถ่ายภาพด้วยเสียง โดยการพูดว่า “Shoot” หรือ “Smile” หรือ “Cheese” ก็ได้ ทั้งนี้บน Galaxy S III เองก็สามารถสั่งงานด้วยเสียงโดยใช้เสียงเราเองก็ได้ทำให้ใช้ภาษาไทยในการสั่งการได้ด้วย

เรื่องที่ 10 เป็นเรื่องของการส่งไฟล์ต้องบอกว่า Galaxy S III ถือเป็นอีก 1 นวัตกรรมที่สร้างการส่งไฟล์อีกมิติหนึ่งเลยเพราะว่าการมี S Beam เข้ามาทำให้การส่งไฟล์ผ่านเครื่องไปยังเครื่องอื่นๆง่ายขึ้นและแน่นอนในอนาคต โดย S Beam จะใช้เทคโนโลยี NFC ในการเชื่อมต่อระหว่างเครื่อง (ซึ่งตอนนี้ก็แน่ละมีไม่กี่เครื่องที่มี) และทำการส่งด้วย Wi-Fi Direct อีกทีทำให้มีความเร็วถึง 300 Mbps เรียกว่าเร็วมากเลยทีเดียวเกือบเท่า USB 2.0 ทำให้สามารถส่งภาพ, เพลง, วีดีโอ ได้อย่างง่ายดายมากเลยทีเดียว
ปล. การใช้งานอาจจะใช้ได้กับไม่กี่เครื่องในตอนนี้ คือ Galaxy S III กับ Galaxy S III ด้วยกัน ส่วนถ้าเป็น Galaxy Nexus ก็ทำได้แต่สามารถส่งได้แค่ของเล็กเช่น รายชื่อ, ลิ้งค์เว็บไซต์ เป็นต้น


เรื่องที่ 11 เรื่องสุดท้ายว่าจะไม่ไปแตะแล้วเชียวเพราะเป็นเรื่องการใช้งานมากกว่าก็คือเรื่องของ Feature ต่างๆที่ดูน่าตื่นเต้น อย่าง Smart Stay ที่จะคอยช่วยให้เราไม่ต้องคอยแตะหน้าจอเวลาอ่านอะไรอยู่บนหน้า โดยที่มันจะไม่ดับเองมีประโยชน์มากในการอ่าน E-Book หรือเล่นอินเตอร์เน็ต เป็นต้น โดยมันจะใช้งานโดยการใช้กล้องหน้าจับสายตาของเรานั่นเองทำให้ใช้งานได้อย่างราบรื่น ต่อมาคือ Smart Alert ที่จะเป็นระบบเตือนเราตอนที่เราเร่งรีบหรือไม่รู้ตัวโดยการสั่นเมื่อเราหยิบเครื่องครั้งแรกหลังจากที่วางนิ่งๆไว้เฉยๆมันจะสั่งเองถ้ามีการโทรเข้ามาของคนอื่นและเราไม่ได้รับหรือมี SMS เข้ามาแล้วเราไม่ได้อ่าน นอกจากนี้ยังมีพวก Social tag ที่จดจำใบหน้าจากรูปภาพเพื่อส่งภาพหาคนนั้นหรือติดต่อได้ทันทีผ่านรูปภาพ และ Double Screen ที่ทำให้เครื่องสามารถทั้งดูวีดีโอไปและเปิดโปรแกรมอะไรก็ได้ไปด้วยอีก 1 อย่าง ทำให้ใช้งานได้ 2 อย่างในเวลาเดียว

สรุปได้ว่าตอนนี้เองถ้าให้พูดถึง Android ตัวท็อปต้องบอกว่า Samsung Galaxy S III กำลังจะมาเป็นทางเลือกที่หลายๆคนตามหา ถ้าให้เทียบกับคู่แข่งในตลาดตอนนี้ต้องบอกว่ามี HTC One X รายเดียวแถมราคาเท่ากันด้วยที่ 21,900 บาท เป็นราคาที่จะว่าแพงไหมก็แพงแต่สำหรับบางคนอาจจะมองว่ามันสมเหตุสมผลกับตัวท็อปของปีนี้
แต่ว่าจะเลือกตัวไหนทุกอย่างก็ต้องแล้วแต่รสนิยมในการใช้หลายๆอย่าง Samsung Galaxy S III อาจจะดูดีกว่าแต่ว่าถ้ามองตัวเครื่องโดยรวมหลายๆคนอาจจะชอบ HTC One X มากกว่าก็ได้ เรียกว่าทั้ง 2 รุ่นสูสีกัน ถึงแม้ว่า Galaxy S III จะดูมีภาษีกว่าในหลายๆด้าน สุดท้ายก็ขอแนะนำครับว่าให้ลองไปจับเล่นๆมันซัก 5 นาทีแล้วค่อยมานั่งตัดสินใจกันอีกทีครับ
“มือถือที่ดีที่สุดสำหรับคนอื่นอาจจะไม่ใช่ที่ดีที่สุดของเราก็ได้” ฝากไว้แค่นี้ครับ ^ ^
ขอบคุณภาพบางส่วนจาก Engadget, GSMARENA, ePrice และข้อมูลบางส่วนจากทาง grandmax