บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยวิสัยทัศน์และพันธกิจในปี 60 หลังเข้าเทคโอเวอร์ บริษัท สนุก ออนไลน์ จำกัด (www.sanook.com) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา
เทนเซ็นต์ เริ่มเข้ามาทำงานกับ สนุก ออนไลน์ ตั้งแต่ปี 2010 จนมาถึงปีนี้ที่ได้ฤกษ์เปิดตัวออกหน้าสื่ออย่างเป็นทางการ โดยปัจจุบัน เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) ได้ดำเนินธุรกิจแบ่งเป็น 3 กลุ่มแพลตฟอร์มหลักๆ ประกอบด้วย
News & Portal
- www.sanook.com ทั้งตัวเว็บไซต์บนคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พกพา รวมถึง แอพพลิเคชั่น Sanook!
- NoozUp (นิวส์อัพ) แอพพลิเคชั่นข่าวสารเจาะกลุ่มคนเมือง คนรุ่นใหม่
Entertainment & Multimedia Platforms
- บริการฟังเพลงออนไลน์ JOOX ซึ่งเปิดใช้ในไทยมาครบ 1 ปีเป็นที่เรียบร้อย และได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ V Station คอนเทนท์ด้านคอนเสิร์ต และรายการพิเศษ เข้าไป
- บริการเกมบนมือถือซึ่งมี Ultimate Legends กับ Ultimate Racing เป็นตัวชูโรงในปัจจุบัน
Services
- Topspace ดิจิทัล เซอร์วิส เอเจนซี่ แบบครบวงจรครอบคลุมทุกผลิตภัณฑ์ในเครือเทนเซ็นต์ ซึ่งรวมถึง WeChat ที่เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าจีนเป็นหลัก
ปัจจุบัน Sanook.com มียอดคนเข้าชมตกเดือนละ 36 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง เฉลี่ยที่ 62% ค่าเฉลี่ยกลุ่มอายุผู้อ่านส่วนใหญ่อยู่ที่ 25-34 ปี ยอดทราฟฟิกที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มาจากอุปกรณ์พกพา 70% ส่วนอีก 40% มาจากทางโซเชียลมีเดีย
ระยะเวลาของที่ผู้อ่านจะใช้เวลาอยู่บนหน้าเว็บของ Sanook จะอยู่ที่ 9 นาที มีเนื้อหายอดนิยมคือหมวดเกียวกับสุภาพสตรี , ผู้ชาย/ข่าว และ กีฬา
แผนงานด้านคอนเทนท์ของ Sanook ในปี 2017 จะเน้นไปที่การทำเซคชั่นใหม่ๆ แกนหลักอยู่ที่ บริการเรียนรู้ออนไลน์ Sanook Learning, ทำเนื้อหาภาษาต่างประเทศโดยตอนนี้มีการทดลองตลาดที่ลาว ในชื่อ Muan.la ซึ่งถ้าไปได้สวยก็อาจจะขยายไปทาง เมียนมาร์ พร้อมทั้งนำเสนอทำคอนเทนท์เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่
อีกสิ่งที่ Sanook จะเน้นเป็นพิเศษคือทำคอนเทนท์ด้านวิดีโอให้มากขึ้น คุณศรีสุดา วินิจสุวรรณ์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจเนื้อหา บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เล่าว่า สังเกตได้ว่าในปีนี้ Sanook มีการทำคอนเทนท์วีดีโอที่มาขึ้น ทั้งด้านการนำเสนอข่าวหรือสร้างเอ็กซ์คลูซีฟคอนเทนท์ของตัวเอง ขณะที่อุตสาหกรรมคนทำวีดีโอก็เข้าหาโลกออนไลน์มากขึ้นเพื่อเพิ่มการเข้าถึงผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ
“เราพบว่าเทรนด์การทำธุรกิจออนไลน์คอนเทนท์ ทางตัวแบรนด์มีความต้องการใช้สื่อออนไลน์ในรูปแบบที่เปลี่ยนไปไม่ใช่แค่ตัวแบนเนอร์เพียงอย่างเดียว เราจึงมีการพัฒนาธุรกิจใหม่เพื่อแสดงเห็นว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง ยกตัวอย่างเช่นเรื่องของร้านอาหาร เราก็สามารถให้ข้อมูลของร้านได้ทางเว็บไซต์ Sanook รวมถึงการทำรีวิวร้านบน iPick ขณะที่ NoozUp ก็มาตอบโจทย์คนเมืองที่ชอบแชร์เรื่องราวบนโซเชียล ส่วนตัว JOOX ก็สามารถจัดเพลย์ลิสต์เพลงของร้านนี้ได้”


