“อยู่ที่บางกอก ∼ บางกอก ∼ ดินแดนความหลังของเรา เธอยังไม่ลืมใช่ไหม นี้คือสิ่งแทนความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นหลังจากได้ลอง Culture Explorer แอพฯของ Samsung แอพฯนำเที่ยวที่จะบอกเล่าเรื่องราวของ กรุงรัตนโกสินทร์ หรือกรุงเทพฯ บนเส้นทางประวัติศาสตร์กว่า 200 ปี ว่าได้ผ่านอะไรมาบ้าง
ตัวแอพฯ Culture Explorer คือส่วนหนึ่งของ Samsung Culture.Connect โครงการสร้างคุณค่าให้กับวัฒนธรรมของชาติ ผ่านเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) ซึ่งเป็นโครงการทีดำเนินงานในหลายประเทศครับ อย่างในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็จะมี สิงคโปร์,เวียดนาม,อินโดนีเซีย,
สำหรับประเทศไทย Culture Explorer ได้ใช้ข้อมูลและรูปภาพจาก สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กับกรุงเทพมหานครครับ ซึ่งตัวแอพฯปล่อยให้โหลดมาได้ปีกว่าๆแล้ว จนเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็เพิ่งประกาศอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่น 2.0 เพิ่มคอนเทนต์และฟีเจอร์ใหม่ๆเข้าไป ว่าแล้วก็มาสำรวจภายในแอพฯกันดีกว่าว่าจะมีอะไรให้เล่นบ้าง
สำรวจกรุงเก่า ล่องประวัติศาสตร์ตามท่าเรือ
หลังจากโหลดและติดตั้งแอพฯบนสมาร์ทโฟนแล้วก็เปิดเข้าใช้งานได้เลยครับ สำหรับเวอร์ชั่น 2.0 จะมีการปรับ UI ให้สวยงามยิ่งขึ้น
ในหน้า Home ของแอพฯ ทาง Samsung ได้เลือกเอาภาพวิวบริเวณส่วนโค้งของริมแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงเวลาค่ำคืนมาเป็นแบล็คกราวน์ฉากหลัง ถือว่าเป็นมุมคลาสสิคที่ใครๆก็อยากไปเห็นด้วยตาของตัวเอง
ภายในหน้านี้จะเป็นการแสดงรายชื่อย่านที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯครับ ในเวอร์ชั่นแรกจะมีแค่ 4 ย่านที่เป็นสถานที่สำคัญในช่วงรอยต่อของประวัติศาสตร์ อาทิเช่น เจริญกรุง ,ราชดำเนิน ,เยาวราช และ ปทุมวัน ซึ่งสามารถกดดูเฉพาะย่านเหล่านี้ได้ตรงหมวด “City View”
ในเวอร์ชั่นใหม่ก็ได้เพิ่มสถานที่ใหม่เข้าไปอีกในหมวด “River View” โดยเน้นที่ท่าเรือริมแม่น้ำเจ้าพระยา เส้นเลือดใหญ่ของภาคกลาง ดังที่ทราบกันดีว่าในสมัยก่อนการคมนาคมทางน้ำคือหัวใจหลักของประเทศครับ และประวัติศาสตร์หลายๆอย่างก็เกิดขึ้นที่ริมน้ำแห่งนี้ สำหรับท่าน้ำที่นำเข้ามาก็มีทั้ง สะพานพุทธ,ท่าเตียน,ท่าช้าง,ท่าพระจันทร์,ท่าพระอาทิตย์,ท่ารถไฟ,ท่าสี่พระยา และท่าราชวงศ์
นอกจากจะมองตามที่เห็นในภาพแล้ว เรายังสามารถกดเปิด AR โหมดที่จะแสดงระยะทางของสถานที่ต่างๆจากจุดที่เราอยู่ คล้ายๆกับเกม Pokemon Go เลยครับ
เมื่อเจอย่านที่น่าสนใจก็กดเข้าไปดูได้เลยครับ ในนั้นก็จะมีสถานที่ไฮไลท์ของย่านนั้นๆให้กดเข้าไปดูเพิ่ม ซึ่งจะมีคลังรูปภาพในประวัติศาสตร์ที่หลายคนอาจจะไม่เคยเห็น ถ้าอยากได้ความรู้ก็กดที่ “ข้อมูลเพิ่มเติม” ตัวแอพฯก็จะแสดงรายละเอียดของสถานที่แบบคราวๆให้อ่านทำความเข้าใจง่ายๆ
ในเวอร์ชั่น 2.0 แอพฯ Culture Explorer ได้เพิ่มลูกเล่นอีกอย่างเข้าไปคือ คลิปฟุตเทจเหตุการณ์สำคัญที่หาดูยากมากๆ ที่เชื่อว่าวัยรุ่นตอนต้นและตอนปลายอย่างเราๆไม่น่าจะเกิดทันอย่างแน่นอน
เดิมทางข้ามเวลาไปเช็คอินแบบชิคๆ ด้วยภาพและคลิป
นอกจากจะมีข้อมูลย่านต่างๆแล้วใน Culture Explorer ก็ยังจะพาเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในยุคสมัยนั้นๆ ด้วยฟีเจอร์ถ่ายภาพนิ่งหรือคลิปเคลื่อนไหวของเราเองเข้าไปซ้อนกับภาพในอดีต
เริ่มเล่นที่ภาพนิ่งกันก่อน เราสามารถเลือกฉากหลังจากคลังภาพสถานที่ต่างๆได้ตามต้องการเลยครับ แล้วค่อยแตะตรงไอคอน “ถ่ายภาพย้อนเวลา” ต่อมาก็เลือกที่มาของรูปที่ตัดแปะว่าจะถ่ายสดจากกล้องหรือดึงจากในเครื่อง
เมื่อได้ภาพมาแล้วก็ต้องตัดเอาฉากหลังออก ซึ่งใน Culture Explorer จะมีอุปกรณ์ลบฉากให้ 3 แบบประกอบด้วย
- Cut : โยงเส้นล้อมวัตถุในภาพที่เราจะตัดฉากออกด้วยการแตะเป็นจุดๆจนวนครบรอบ ระบบก็จะตัดฉากหลังทิ้งให้
- Freehand Cut : ลากเส้นปะล้อมวัตถุ งานจะละเอียดกว่าแต่อันแรกแต่ต้องมือนิ่งเป็นพิเศษ ใครมีปากกา S-Pen แนะนำอันนี้ครับ
- Eraser : ลบฉากหลังด้วยตัวเองเหมาะสำหรับใช้เก็บงานหลังผ่านกระบวนการ 2 อันแรกครับ
เหมือนตัดฉากหลังทิ้งจนพอใจแล้ว ก็มาทำให้ภาพเนียนยิ่งขึ้นด้วยการจัด Scale แล้วใส่ Effect ฟิลเตอร์แต่งรูปให้ดูกลืนไปกับฉากใหม่ แล้วก็กดเซฟแชร์ให้เพื่อนๆดูได้เลย
จากการลองใช้สัมผัสได้ว่าฟีเจอร์ลบแบล็คกราวด์ของแอพฯยังถือว่าใช้ยากอยู่ครับ แม้จะพัฒนาขึ้นจากเวอร์ชั่นก่อน ขณะที่ตัวอุปกรณ์ปรับแต่งก็ยังไม่หลากหลาย แถมไม่ทราบว่าเป็นเพราะ Bug หรือความตั้งใจของแอพฯ ที่เมื่อกดเลือกแล้ว ตัวแท็บแสดงอุปกรณ์ด้านล่างกลับไม่ยอมหายไปทำให้ไม่สามารถทำงานกับภาพได้อย่างเต็มที่
มาดูอีกหนึ่งฟีเจอร์หน้าเล่นที่มากับเวอร์ชั่น 2.0 กันบ้าง ได้แก่ “วีดีโอย้อนเวลา” ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยี AR มาสร้างฉากเพื่อใช้บันทึกวีดีโอระยะสั้นๆ ราว 10 วินาที
ฟีเจอรฺ์ตัวนี้มาจากการที่ทีมผู้พัฒนาเอาคลิปวีดีโอฟุตเทจเก่าๆมาจำลองเป็นฉาก 3 มิติ เพื่อเล่นกับระบบ AR ซึ่งฟีเจอร์นี้จะมีอยู่แค่บางสถานที่เท่านั้นครับ สังเกตได้ไอคอนเหมือนในภาพตัวอย่าง
วิธีใช้ก็ง่ายๆเมื่อกดเข้าไป ระบบก็จะเล่นภาพตัวอย่างของคลิปนั้นๆ ก่อนจะเปิดให้เรากดบันทึกภาพโดยขึ้นกรอบแนะนำตำแหน่งว่าควรจะให้บุคคลในคลิปยืนที่บริเวณไหนจากนั้นก็กดบันทึกแล้วแชร์ได้เลย
เทคนิคที่จะทำให้คลิปออกมาเนียนคือการถ่ายกลางแจ้งครับจะให้ดีควรใช้ฉากเป็นสถานที่ที่คล้ายกับฉากจำลองด้วย
จากการลองใช้ถือว่าตัวแอพฯมีการปรับปรุงความเร็วและการแสดงผลนั้นดีขึ้นครับ แม้ว่าจะมีอาการค้างและปิดเองอยู่บ้าง แต่ภาพรวมก็ไม่ขัดต่อการใช้งาน สำหรับคนที่สนใจอยากลองสามารถเข้าไปได้ที่ Google Play Store ใช้ได้ทุกยี่ห้อไม่จำกัดเฉพาะ Samsung หรืออีกช่องทางคือโหลดผ่าน Galaxy Apps ครับ


















