แม้ว่าด้วยสเปคของภาพรวมแล้วกล้องบน Galaxy S8 จะไม่แตกต่างที่ 12 ล้านพิกเซล ที่เป็น 100% AF Dual Pixel f/1.7 แต่ด้วยการที่ซัมซุงมีการปรับเซ็นเซอร์ที่ใช้จาก Sony IMX 260 เป็น Sony IMX 333 มันก็ควรต้องมีประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นแน่นอน
ประกอบกับซัมซุง เน้นที่การใส่ตัวประมวลผลภาพเพิ่มเติมเข้ามา (Enhanced Image Processing) ให้ถ่ายภาพเวลากลางคืน และที่แสงน้อยได้ชัดเจนขึ้น โดยใช้หลักการบันทึกหลายๆภาพ แล้วนำมาประมวลผลออกมาเป็นภาพที่ดีที่สุด
อีกส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงชัดๆเลยเมื่อเทียบกับ Galaxy S7 คือกล้องหน้าที่เปลี่ยนเป็นความละเอียด 8 ล้านพิกเซล f/1.7 แทน ทำให้ภาพที่ได้สดขึ้น เรียลขึ้น ในมุมมองที่แคบลง รวมถึงการเพิ่มลูกเล่นอย่างสติกเกอร์มาให้ใช้งานภายในแอปกล้องกันเลย
เบื้องต้น มาดูกันถึงฟังก์ชันบนกล้อง Galaxy S8 ที่เปลี่ยนแปลงไป สังเกตุได้ตั้งแต่ปุ่มกดชัตเตอร์ ที่จะเปิดให้ผู้ใช้สามารถลากขึ้น–ลง เพื่อใช้ในการซูมภาพได้ทันที ไม่จำเป็นต้องใช้นิ้วไปถ่างบนหน้าจออีกต่อไป แถมยังช่วยให้การซูมภาพด้วยมือเดียวง่ายขึ้นด้วย
ส่วนโหมดของการถ่ายภาพที่ให้มาเบื้องต้นจะประกอบไปด้วย โหมดถ่ายภาพอัตโนมัติ โปร พานอราม่า เลือกจุดโฟกัส สโลว์โมชัน Hyperlapse อาหาร และช็อตเสมือนจริง ที่ใกล้เคียงกับรุ่นเดิม ไม่ได้มีอะไรพิเศษเพิ่มมา
ที่ง่ายในการใช้คือ ผู้ใช้สามารถใช้นิ้วปาดจากซ้ายไปขวา เพื่อเข้าสู่หน้าเลือกโหมดถ่ายภาพต่างๆได้ทันที หรือจะปาดจากขวาไปซ้าย เพื่อเลือกเอฟเฟกต์ภาพก็ได้เช่นกัน ส่วนถ้าต้องกลับสลับกล้องหน้า–หลัง ก็ใช้วิธีการปาดขึ้นหรือลงได้เลย
ถัดมาในส่วนของโหมดโปร ถือเป็นอีกจุดที่น่าสนใจเพราะทำให้ผู้ใช้กล้องเลือกได้ค่อนข้างครบ ไม่ว่าจะเป็นเลือกจุดโฟกัสแบบอัตโนมัติ หรือตั้งโฟกัสเอง เลือกจุดวัดแสง เกลี่ยแสงทั่วภาพได้ ไม่นับรวมการตั้งค่าพื้นฐานอย่างปรับ ISO 50-800 และความเร็วชัตเตอร์ ที่ให้เลือกตั้งแต่ 1/24000 ถึง 10 วินาที แต่ทั้งนี้ก็ยังจำกัดที่ไม่สามารถเลือกขนาดรูรับแสงได้
ในส่วนของระยะซูมจะสามารถเลือกได้สูงสุด 8 เท่า แต่ความคมชัดที่ได้ก็ลดน้อยลงไปตามลำดับ เมื่อทดลองดูแล้วระยะซูมภาพที่ถ่ายออกมาแล้วพอรับได้จะอยู่ที่ราว 4 เท่า ที่ยังสามารถเก็บรายละเอียดของวัตถุได้ค่อนข้างครบ
เมื่อเข้าไปดูรายละเอียดของการตั้งค่า ไล่ตั้งแต่การเลือกขนาดรูป จะเลือกได้สูงสุดที่ 12 ล้านพิกเซล โดยจะเป็นภาพในสัดส่วน 4:3 ถ้าต้องการถ่ายภาพให้พอดีกับสัดส่วนหน้าจอก็จะเลือกลงมาเป็นสัดส่วน 18.5:9 ที่ความละเอียด 7.9 ล้านพิกเซลได้ แม้โดยรวมจะทำให้ดูเหมือนภาพมุมกว้างมากขึ้น แต่จริงๆก็คือการนำภาพ 4:3 มาตัดส่วนบนและล่างออกนั่นเอง
ในส่วนของความละเอียดวิดีโอบันทึกได้สูงสุดที่ UHD (3840 x 2160 พิกเซล) แต่ในการตั้งค่าเบื้องต้นจะกำหนดมาไว้ที่ FHD (1920 x 1080 พิกเซล) เป็นหลัก เนื่องจากใช้คุณสมบัติได้ครบทุกส่วน
การคั้งค่าที่เหลือก็จะเป็นการเลือกแทร็กโฟกัส ตั้งเวลาถ่ายภาพ เลือกวิธีการถ่ายภาพอย่างการสัมผัสหน้าจอ ถ่ายภาพเมื่อจับฝ่ามือได้ รวมถึงการแตะเซ็นเซอร์วัดอัตรการเต้นหัวใจด้านหลังเครื่อง การถ่ายภาพด้วยคำสั่งเสียง ตั้งปุ่มปรับระดับเสียงให้เป็นชัตเตอร์ถ่ายภาพ และการเรียกใช้งานกล้องด่วนจากการกดปุ่มเปิด–ปิด 2 ครั้งติดกัน
อีก 2 ฟังก์ชันที่เพิ่มมาและน่าสนใจคือ การนำ Bixby มาใช้ในการวิเคราะห์ภาพถ่าย เพียงแต่ว่าปัจจุบันยังไม่ได้เปิดให้บริการแบบเต็มตัว จึงยังไม่ได้มีการทดสอบใช้งาน และอีกฟังก์ชันคือการเพิ่มสติกเกอร์ สแตมป์ลงไปบนภาพ ก็เป็นเหมือนลูกเล่นในการถ่ายภาพให้สนุกขึ้น เหมือนใช้งาน Snapchat เป็นต้น
ภาพตัวอย่างของ Galaxy S8 ในสภาพแสงต่างๆ
เริ่มกันจากสภาพแสงปกติ
ในสภาพแสงน้อย-กลางคืน ถ่ายโดยใช้โหมดอัตโนมัติ
เวลากลางคืน ถ่ายโดยใช้โหมดโปร ตั้ง ISO 50 และปรับชัตเตอร์สปีดลงมาเหลือ 1-2 วินาที
ภาพภายในอาคาร
โหมดถ่ายภาพอาหาร
พาโนราม่า
ระยะมาโคร
ระยะซูม 1x 4x 8x
เทียบระหว่างสัดส่วน 4:3 12 ล้านพิกเซล / 18.5:9 7.9 ล้านพิกเซล
ตัวอย่างวิดีโอ Timelabs และ Slo-motion
ภาพจากกล้องหน้า
เมื่อดูถึงภาพทั้งหมดแล้ว อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ Samsung Galaxy S8 / S8+ กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่น่าจับตามากที่่สุดคือเรื่องของจอภาพ ที่ผู้ใช้สามารถปรับการแสดงผลได้ตรงมากที่สุด จากการนำมาตรฐานของ DCI-P3 มาใช้เป็นมาตรฐานความกว้างสี และยังเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถเลือกปรับอุณหภูมิสีที่จะแสดงผลได้ ในโหมด AMOLED Cinema ดังนั้นช่างภาพอาจจะชอบเป็นพิเศษในการ Calibrate จอให้มีสีที่สมจริงที่สุด
สุดท้าย ข่าวฝากประชาสัมพันธ์ ทาง Focus Film แจ้งมาว่า หากใครซื้อ Samsung Galaxy S8 | S8+ แล้วกังวลเรื่องของริ้วรอยของจอแสดงผลที่เกิดจากการใช้งาน ตอนนี้ Focus Film มีฟิล์มกระจกกันรอยที่ออกแบบมารองรับ S8 | S8+ อยู่สองแบบให้เลือกใช้งาน ได้แก่
– Focus Curved Fit TPU Perfect Edge ฟิล์มลงโค้งแบบใส เนื้อ TPU ที่มีความยืดหยุ่นสูง ลงโค้งได้ทุกสัดส่วน ปกป้องหน้าจอ เนื้อฟิล์มเป็นแบบใส ทำให้ภาพคมชัด สีสันสดใส ทัชสกรีนลื่น ไม่มีสะดุด
– FOCUS 3D FULL FRAME กระจกกันรอยแบบเต็มจอลงโค้ง ปกป้องเต็มจอถึงขอบโค้ง ติดเนียบทุกมุม เพิ่มความคงทน แข็งแรง คงความสดใสของหน้าจอ หมดปัญหาเรื่องฝุ่นเข้าขอบจอ ทัชลื่นไม่สะดุด ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
หาซื้อได้ตามร้านค้า อุปกรณ์เสริมชั้นนำทั่วไทยครับ ก่อนซื้อ ตรวจดูสินค้าก่อนติดฟิล์มนะครับ 🙂










































