Preview : Samsung Gear S นาฬิกาอัจฉริยะที่ทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น

โดย Bluecosmos | 18 ตุลาคม 2557 เมื่อ 19:11 น. | อ่าน 272

DSC06349_1

วันนี้ทางทีมงาน mxphone ได้มีโอกาสมาร่วมงาน Samsung Galaxy Note 4 + Gear Trip ที่เชียงใหม่กับทาง Samsung ซึ่งในงานนี้เองทาง Samsung ต้องการเน้นในส่วนของ Gear S ที่ถือเป็นอุปกรณ์เสริม (รึเปล่า) ในรูปแบบนาฬิกา ตัวท็อปที่สุดของ Samsung ในเวลานี้

IMG_6287

Samsung Gear S ถือเป็น นาฬิกาอัจฉริยะตัวท็อปที่สุดของ Samsung หลังจากที่เปิดตัว Gear 2, Gear 2 Neo และ Gear Fit ไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ทั้ง 3 ตัวที่ว่าก็ยังไม่ใช่ที่สุดเท่ากับ Gear S ที่มาตอบสนองความฝันของใครหลายๆคนในวัยเด็ก เพราะมันคือนาฬิกาที่โทรศัพท์ได้แบบ “เจม บอนด์ 007” โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ใดๆทั้งสิ้นครับ

IMG_6251

IMG_6270

ตัวเครื่องถูกออกแบบให้กันน้ำ IP67 กันน้ำลึก 1 เมตร ได้ถึง 30 นาที พร้อมกันฝุ่นได้อีกด้วย หน้าจอ Curve Super AMOLED (โค้ง) 2 นิ้ว ซึ่งถือว่าใหญ่มากที่สุดในบรรดา Gear ทั้งหมดที่มีอยู่ ณ เวลานี้ โดยมีความละเอียดหน้าจอที่ 360×480 พิกเซล ซึ่งถือว่าค่อนข้างคมชีดกับหน้าจอขนาดนี้ การออกแบบหน้าจอให้โค้งรับกับข้อมือทำให้รู้สึกว่ากดใช้งานง่ายกว่าหน้าจอปกติ ไม่เกิดความรู้สึกว่าจอมันใหญ่เกินไปกว่าจะเป็นนาฬิกานั่นเอง

IMG_6252

IMG_6256

IMG_6292

ด้านหน้ามีปุ่ม Home มาให้ 1 ปุ่ม เอาไว้กดออกมาหน้าแรกได้ หรือกด 2 ครั้งติดกันเพื่อเข้าสู่โหมด S Voice ได้ทันทีอีกด้วย (S Voice สามารถเข้าถึงผ่านทางอื่นได้ด้วยการพูด “Hi Galaxy” เป็นต้น) และหากกดปุ่ม Home ค้างจะเป็นการเข้าสู่โหมดปิดเครื่องครับ ส่วนด้านหลังมีเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจและช่องใส่ซิม ซึ่งเป็นแบบ Nano Sim ครับ นอกจากนี้ยังมีลำโพงและไมค์สนทนาดแาไว้ใช้คุยโทรศัพท์ในตัวอยู่ตรงนี้ด้วยเช่นกัน

IMG_6258

Gear S กับความสามารถหลักก็คือนาฬิกาต้องบอกว่า มันเป็นนาฬิกาอัจฉริยะที่หน้าจอมันไม่ได้ติดอยู่ตลอดเวลา แต่หากยกเครื่องขึ้นมาดู (หมุน สะบัด ข้อมือ) หน้าจอจะขึ้นหน้าบอกเวลาขึ้นมาเอง เพื่อไม่ให้เปลืองแบตเตอรี่ ถึงแม้จะสะดวกน้อยกว่านาฬิกาปกติ แต่หากมองว่าคุณเสียเงินครั้งเดียวได้นาฬิกาพร้อมกันตั้งหลายแบบก็อาจจะบอกว่ามันน่าสนใจไม่ใช่น้อย เพราะมันสามารถเปลี่ยน Widget นาฬิกาได้มากกว่า 6 แบบ (อาจมีเพิ่มในอนาคต) สามารถเลือกได้เองตามใจชอบ

IMG_6263IMG_6259IMG_6260IMG_6261

IMG_20141018_115020

การใช้งาน Gear S มีรูปแบบการใช้งานง่ายๆ ด้วยการใช้นิ้วลากขึ้นลงซ้ายขวา แทนการกดปุ่ม ทั้งหมด อย่างเลื่อนมาทางซ้ายขะเป็นส่วนของ Widget แต่ละหน้า ที่สามารถเลือกปรับแต่งเองได้ ส่วนหากเลื่อนมาทางขวาก็จะเป็นการเข้าสู่ Notification ทั้งหลาย เช่น ข้อความ, Line, Chat On, E-Mail เป็นต้น

IMG_6269 IMG_6296

หากเลื่อนจากบนลงล่างจะเป็นการเข้าสู่โหมด All Apps ซึ่งมี App ที่มีอยู่บนเครื่องทั้งหมดให้เลือกใช้งานกันได้ตามสบาย และถ้าจากคุณเลื่อนจากล่างขึ้นบน จะเป็นส่วนของ Quick Setting ครับ

IMG_20141018_115057

IMG_6277 IMG_6273 IMG_6275

Gear S มาพร้อมความสามารถที่แตกต่างจาก Gear รุ่นก่อนๆแบบชัดเจน ด้วยความสามารถ Always-On เพราะตัวเครื่องสามารถที่จะใส่ซิมได้เลยในตัว ทำให้สามารถใช้ความสามารถที่หลากหลายได้มากขึ้นโดยที่ไม่ต้องพึ่งโทรศัพท์มือถือเลยก็ว่าได้ ทั้งการโทรศัพท์, อ่านข้อความ, อ่าน E-Mail และเล่นอินเตอร์เน็ต เป็นต้น ทำให้ Gear S ฉีกความสามารถจากแค่อุปกรณ์เสริม เป็นอุปกรณ์หลักเครื่องที่ 2 ของใครหลายๆคนได้ทันที ทั้งนี้ทั้งนั้นตัวเครื่องรองรับการเชื่อมต่อแบบ 3G 900/2100MHz และรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi ในตัวครับ

IMG_6265 IMG_6267

Gear S ทำให้คุณทำงานได้ในตัว เพราะมันมีคีย์บอร์ดในตัวมีให้คุณพิมพ์ตอบข้อความได้ทันทีบนหน้าจอ ซึ่งเป็นคีย์บอร์ดแบบ QWERTY (มีด้วยกัน 69 ภาษา ไทยก็มีนะ)

IMG_20141018_115138 IMG_20141018_115153

IMG_6281

Gear S มาพร้อมกับ A-GPS (ไม่ใช่ Chip GPS) ซึ่งสามารถค้นหาตำแหน่งของเราได้ผ่านการใช้อินเตอร์เน็ต (ความแม่นยำไม่เท่า GPS) ทำให้สามารถใช้ระบบการนำทางผ่าน Here maps on Gear ได้ (Here maps on Gear เป็นความร่วมมือระกว่าง Microsoft และ Samsung) ซึ่งมีความสามารถอย่าง Turn by turn Navigation ในตัว และสามารถเลื่อนดูแผนที่ได้เหมือนกับดู Google Maps บนมือถือเลยละครับ

IMG_20141018_115536

IMG_6294

Samsung ยังใส่ความสามารถ Power Saving mode เข้ามาให้กับ Gear S ทำให้สามารถประหยัดพลังงานใช้งานได้มากกว่าเดิม โดยมันจะปิดคามสามารถทั้งหมด แสดงผลเป็นสีขาวและใช้งานได้แค่โหมดหลักๆอย่างโทรศัพท์และข้อความเท่านั้นครับ แต่อย่างไรก็ตามทาง Samsung ทำการบ้านมาดีเพราะที่ชาร์จที่แถมมานั้นเป็น PowerBank ในตัวได้ ซึ่งมีแบตเตอรี่ให้มาถึง 350 mAh (แบตเตอรี่ของเครื่องอยู่ที่ 300 mAh) ทำให้เราใช้งานได้เต็มที่มากขึ้นครับ

IMG_20141018_115552IMG_20141018_115632

ความสามารถในแง่ Healthy ก็ยังคงมาครบ อย่างที่บอกไปว่ามีเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจทำให้ Gear S ออกแบบการออกกำลังของเราได้ในตัวแบบง่ายๆบนหน้าจอ 2 นิ้วที่ให้มานี้เลย และแน่นอนกับ Pedometer ที่สามารถเอาไว้นับก้าวเดินก็มีมาให้ด้วยเช่นกันครับ แต่เหนือกว่าเดิมตรงที่มีการบอกด้วยว่าก้าวที่เดินอยู่นั้นเป็นด้าวที่เราใช้กำลังแค่ไหน (บอกเป็นระดับ)

IMG_20141018_115613

Gear S ยังเพิ่ม UV Sensor เข้ามาทำให้สามารถวัดระดับแสง UV ณ เวลานั้นได้ จะได้เลือกครีมกันแดดกันถูกที่ถูกทาง

IMG_20141018_115701

นอกจากนี้ Gear S ยังคงสามารถลง Application อื่นๆเพิ่มเติมได้เหมือนเดิมครับ โดยตัวเครื่องยังมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Tizen (ไม่ใช่ Android) เหมือนกับ Gear 2, Gear 2 Neo และ Gear Fit

IMG_6250

Samsung Gear S จะวางจำหน่ายในประเทศไทยด้วยกัน 2 สีคือขาวและดำ ในช่วงเดือนหน้า ที่ราคา 11,900 บาท ครับ แต่เดี๋ยวก่อนใครต้องการซื้อสายของ Gear S แบบแฟชั่นๆอย่าง Swarovski หรือ Diesel ทาง Samsung ประเทศไทยก็มีการพิจารณานำเข้ามาขายเช่นกันครับ

IMG_6284

 

IMG_20141018_115733 IMG_20141018_115802

ส่วน Spec เครื่องเต็มๆสามารถดูได้จากรูปภาพด้านล่างที่มาจาก Samsung ครับ แต่บอกคร่าวๆได้ว่า RAM 512MB, CPU Dual-Core 1.0GHz และหน่วยความจำภายใน 4GB ครับ

Samsung-Gear-S-Product-Specifications

About Author

Bluecosmos

Bluecosmos

Partners