“นาฬิกา” นับว่าเป็นอีก 1 อุปกรณ์ไฮเทคที่มักจะติดตัวเราอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ซึ่งหน้าที่ของมันก็คือบอกเวลา ทำหน้าที่เป็นตัวช่วยให้เราดำเนินชีวิตอย่างมีแบบแผนและเป็นหน้าที่เดียวที่อุปกรณ์ชิ้นนี้สามารถทำได้ แต่หากย้อนกลับไปพูดถึงโทรศัพท์มือถือเมื่อประมาณ 25 ปีก่อน ในตอนนั้นโทรศัพท์มือถือก็มีหน้าที่เดียวเหมือนกันคือโทรศัพท์ ในทางกลับกันทุกวันนี้ก็อย่างที่เห็น โทรศัพท์มือถือมันเป็นทั้งชีวิตของคนหลายๆคนเลยก็ว่าได้และมันจะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานเลยทีเดียว ไม่ว่าใครก็ตามหา อยากมีมัน เช่นเดียวกันกับนาฬิกา ที่สุดท้ายแบรนด์ยักษ์ใหญ่ก็เริ่มมองเห็นช่องทางการต่อยอดไปยังอนาคต ที่อุปกรณ์ชิ้นเดียวสามารถทำงานได้หลากหลายมากขึ้น
เทรนด์ทุกวันนี้ผมเชื่อว่าทุกแบรนด์โทรศัพท์มือถือกำลังผันตัวเองออกมาจาก Smartphone เพื่อไปลงรายละเอียดให้กับอุปกรณ์เสริมที่สามารถสร้างมูลค่าให้กับตัวโทรศัพท์ได้มากขึ้น ซึ่งแบรนด์แรกที่ทำและทำมาได้พักใหญ่แล้วก็คือ Sony ที่ทำ SmartWatch ออกมาให้สามารถเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับ Smartphone ได้ทำให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆได้ไวขึ้นโดยที่ไม่ต้องใช้งาน Smartphone ตลอดเวลา แต่ผู้ที่จะมาเป็นพระเอกในวันนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คือพี่ใหญ่ Samsung นั่นเอง ที่ล่าสุดได้เปิดตัวนาฬิกาอัจฉิยะออกมาขายพร้อมกับ Galaxy Note 3 และผมได้มีโอกาสได้จับมันตัวเป็นๆแล้วเลยจะมาเล่าให้ฟังกันครับ
Samsung Galaxy Gear เป็นนาฬิกาหลากหลายความสามารถจากทาง Samsung คือถ้าว่ากันตรงๆความสามารถมันเหนือกว่า SmartWatch ของ Sony แต่ว่าราคาก็แพงกว่าพอสมควรเช่นกัน อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะแพงยังไงถ้าซื้อไปใช้งานแล้วคุ้มค่ามันก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะเอาจริงๆคือมันทั้งโทรได้, อ่านการแจ้งเตือน, ตามหาเครื่อง Galaxy Note 3, ถ่ายภาพและอื่นๆอีกหลายอย่าง ซึ่งมันแตกต่างไปจากที่โซนี่ทำไม่น้อยเหมือนกันครับ
หน้าตามันก็คือนาฬิกาปกติที่ดูแล้วไม่มีอะไร มีสีให้เลือกด้วยกัน 6 สี (ดำ.) มีกล้องอยู่ตรงสายด้านบน ออกแบบให้นูนออกมาความละเอียดสูงสุดที่ 1.9 ล้านพิกเซล และด้านล่างของเครื่องมีลำโพงที่เอาไว้ยกมาสนทนาอารมณ์แบบสายลับได้ วัสดุออกแบบมาดูดีไม่น้อย ตัวสายเป็นสายพลาสติกยางหนืดๆสวยดี วัสดุรอบๆเครื่องส่วนใหญ่ยังเป็นพลาสติก แต่แผงหน้าเองมีโครงอลูมิเนียมเป็นกรอบรอบแผงหน้า ซึ่งก็ดูสวยไม่น้อยเหมือนกัน
หน้าจอเครื่องมีขนาดใหญ่ 1.63 นิ้ว ความละเอียด 320×320 พิกเซล Super AMOLED ซึ่งใหญ่กว่า SmartWatch 2 จาก Sony เล็กน้อย แต่ก็ถือว่าเล็กไปพอสมควร เวลาใช้งานจริงว่ากันตรงๆก็ถือมันก็ใช้งานได้ง่ายดี คือมันก็ไม่ได้จำเป็นต้องทำให้ใหญ่มาก แต่ขอให้ใช้งานได้ถนัดเป็นพอ ซึ่ง Galaxy Gear ก็ตอบโจทย์ตรงนี้ไปพอสมควร
Spec ของ Samsung Galaxy Gear นอกจากหน้าจอแล้วที่น่าสนใจคือกล้อง 1.9 ล้านพิกเซลมาพร้อม BSI Sensor และสามารถถ่ายวีดีโอความละเอียดสูง 720p ได้ 10 วินาที, หน่วยความจำภายใน 4GB, RAM 512MB, CPU Single-Core 800MHz, Bluetooth 4.0 และมี Sensor ตรวจจับการเคลื่อนไหวต่างๆมาให้ครบ
การใช้งานเครื่อง อันนี้ต้องบอกก่อนว่าตัวเครื่องมีปุ่มๆเดียวคือปุ่ม Power/Wake นอกนั้นใช้การควบคุมแบบ Gesture คือลากขึ้น ลากลงเพื่อเปิดโปรแกรมปิดโปรแกรมหรือเข้าโหมดต่างๆได้ไวขึ้น เช่น ถ้าอยู่หน้าปกติรูปนาฬิกา ถ้าเราสไลด์ขึ้นบนจะเป็นการเข้าสู่โหมดกล้องทันทีหรือสไลด์ลงล่างเพื่อโทรออกได้ทันที ส่วนถ้าเข้าโปรแกรมต่างๆในเครื่องไปแล้ว การลากลงจะเป็นการปิดโปรแกรมและออกมาสู่หน้าหลักนั่นเอง โดยรวมแล้วใช้งานไม่ยากแต่ต้องเรียนรู้กันนิดนึงครับ
ตัวหน้าจอเองชอบดับบ่อย บางทีเราใช้นาฬิกาแต่หน้าจอมืดมันก็ไม่รู้สึกว่ามันมีประโยชน์ถูกไหมครับ แต่ผมจะบอกเลยว่าทาง Samsung น่ะคิดไว้แล้วก็เลยมีการใช้พวก Sensor จับการเคลื่อนไหวต่างๆเข้ามาช่วย คือเมื่อไรที่คุณสะบัดมือออกมาเพื่อดูนาฬิกา ตัวหน้าจอเครื่องมันจะติดเองและโชว์เวลาครบถ้วน ก็ถือว่าเป็นฟังก์ชันที่ใช้ได้เลยละครับ
กล้องถ่ายภาพของ Galaxy Gear เอาตรงๆยังไม่ได้ลองอย่างจริงๆจังๆ แต่ว่าจากที่ทดสอบคร่าวๆ พบว่าตัวกล้องความละเอียดต่ำนี้ก็ทำได้ไม่เลว ชัดใช้ได้ เน้นถ่ายภาพที่ไม่เน้นความละเอียดมากแต่เน้นส่วนของเหตุการณ์ในขณะนั้นมากกว่า เพราะมันถ่ายได้เร้วกว่าการควักโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋ามาถ่ายแน่นอน โดยภาพรวมไม่ได้แย่ครับแต่ก็ไม่ได้ดีมากเท่าไรนัก แต่ที่น่าสนใจก็คือเมื่อถ่ายภาพแล้วมันจะลิงค์ไปให้ที่ Galaxy Note 3 เปิดดูได้ทันทีหรือส่งผ่านให้เพื่อนได้ทันทีครับ

โหมดอื่นๆ จากที่ลองเล่นดูไม่ได้มีอะไรใหม่มาก ส่วนใหญ่ดึงความสามารถเดิมๆมาใช้เช่น โทรออกได้เลยทันที, S Voice สั่งงานด้วยเสียง, Gallery ที่สามารถเลือกดูภาพบนเครื่อง Galaxy Note 3 ได้, Media Controller ควบคุมการเล่นเพลงบน Galaxy Note 3 และอัดเสียงได้ นอกจากนั้นก็สามารถเลือกดูพวก Call log, รายชื่อ, การแจ้งเตือนต่างๆ, สภาพอากาศ, นัดหมาย, โหมดนาฬิกาอื่นๆผ่านตัวเครื่องได้ทันที
สำหรับโหมดที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คือส่วนของ Pedometer ที่เอาไว้ใช้งานเกี่ยวกับพวกการออกกำลังกายเหมือนกับพวก S Health
ที่จริงแล้ว Galaxy Gear ยังมีความสามารถเด็ดๆร่วมกับ Galaxy Note 3 อีก 1 อย่างก็คือ Find my device ที่สามารถใช้ Galaxy Gear ตามหา Galaxy Note 3 ของคุณ หรือเอา Galaxy Note 3 ตามหา Galaxy Gear ก็ได้ ตอบโจทย์คนชอบวางเครื่องไปสะเปะสะปะ ทั้งนี้เวลา Galaxy Gear อยู่ใกล้ Galaxy Note 3 ตัว Note 3 มันก็จะปลดล็อคเอง หรืออยู่ไกลก็จะล็อคหน้าจอให้เองอีกด้วย
Galaxy Gear ต้องการเปลี่ยนวิธีการใช้เทคโนโลยีของคนยุคใหม่จากบนโทรศัพท์มือถืออย่างเดียว มันกำลังจะถูกแชร์ลงมาบนนาฬิกา ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือน, โทรออกหรือแม้กระทั่งถ่ายภาพ เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดนี้มันฟังดูเหมือนง่าย แต่การจะเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ใช้งานมาใช้อีกอุปกรณ์นึง ทั้งๆที่ Smartphone ก็พกง่ายและเครื่องเดียวจบ ทำไมต้องเปลี่ยนไปใช้บนนาฬิกา? ซึ่งถ้าถามผมว่าคนพร้อมจะเปลี่ยนแปลงไหม? ผมว่า “ยังไม่พร้อม”
สรุปคือ Gear ออกแบบมาให้กับ Galaxy Note 3 ด้วยความสามารถต่างๆต้องบอกว่าถ้าไม่ได้ใช้ Galaxy Note 3 ซื้อไปก็ไม่คุ้ม เพราะว่าในปัจจุบันยังใช้ได้แค่รุ่นเดียว ส่วนรุ่นท็อปอื่นๆจาก Samsung เช่น Galaxy S3, Galaxy S4 และ Galaxy Note 2 ยังต้องรอกันไป เพราะกว่าจะใช้ได้ก็น่าจะเป็นช่วงปลายปีครับ ดังนั้นถ้าจะตามหาความคุ้มค่าที่ 8,900 บาท ผมว่ามันยังยากไปหน่อย แต่ถ้าคิดว่าจะลองใช้งานอะไรใหม่ๆ เทคโนโลยีในรูปแบบใหม่ๆบนข้อมือ มันก็เป็นอุปกรณ์ชิ้นนึงที่คุณน่าซื้อมันไปลองครับ