
สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้ผมได้แทบเล็ตขนาดพอดีมือมาหนึ่งตัว แถมชื่อก็คุ้นหูมากด้วย ชื่อว่า Galaxy Tab 3 7.0 อ้อ ลืมไป Galaxy Tab ที่มีขนาด 7 นิ้วเนี่ย ทาง Samsung เขาทำเป็นเจ้าแรกของวงการแอนดรอยด์เลยนี่นา งั้นมาดูกันดีกว่าว่าออกมาถึงรุ่นที่สามแล้ว จะมีหน้าตาที่เปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหน

สำหรับยุคนี้หน้าจอขนาด 7 นิ้ว อาจจะไม่ได้ดูใหญ่มากนัก เพราะว่าโทรศัพท์ก็ก้าวไปสู่ขนาด 5.5 นิ้วบ้าง (หรือบางรุ่นอย่าง Mega 6.3, Xperia Z Ultra ก็ขึ้นไป 6 นิ้วด้วยซ้ำไป) แต่ในตอนที่เปิดตัวครั้งแรกขนาดมันใหญ่มากครับ ยุคนั้นโทรศัพท์ยังมีขนาดแค่ 3.5 นิ้วกันอยู่เลย

ด้านบนของจอนั้นมีลำโพง เซนเซอร์ และก็กล้องขนาด 1.3 Megapixel ครับ

แอบดูด้านข้างจอ จะมีปุ่ม Power, Vol. Up/Down อยู่ด้านขวานี่เองครับ
ส่วนด้านบนก็ไม่มีอะไรเลย ว่างเปลี่ยนสนิท เหลือแต่เพียงพอร์ตหูฟัง 3.5 มม เท่านั้นครับ

ด้านล่างหน้าจอก็เป็นปุ่ม Menu, Home, Back ตามสไตล์ Samsung เขาล่ะครับ ใช้เครื่องรุ่นไหน จะโทรศัพท์หรือแทบเล็ตก็มีปุ่มเหมือนกันทุกเครื่องแน่นอน

ด้านล่างของตัวเครื่อง มีลำโพง (สเตอริโอด้วยนะ แยกซ้ายขวา!) ไมโครโฟน และพอร์ต MicroUSB เอาไว้เสียบกับคอมพิวเตอร์หรือชาร์จไฟนั่นเอง

เมื่อกี้ดูด้านขวาตัวเครื่องไปแล้ว คราวนี้มาดูด้านซ้ายบ้าง มีสล็อตอยู่ด้วยกันสองช่อง แล้วเป็นสล็อตใส่อะไรเนี่ย

สล็อตล่าง เป็นช่องใส่ MicroSD Card ครับผม (ทำไมถ่ายรูปมาแล้วอ่านยากจัง) รองรับได้สูงสุดถึง 64GB เลยทีเดียว ใส่กันให้จุใจเลย

สล็อตบนคือช่องใส่ซิมการ์ดนั่นเอง แปลว่าเครื่องนี้รองรับการใช้งานนอกสถานที่ด้วย 3G นั่นเอง รองรับความถี่ทุกย่านเลย จะใช้ค่ายไหนก็สามาถต่อ 3G ได้ครับ

ด้านหลังตัวเครื่องก็โล่งพอกัน มีเลนส์กล้องนูนๆ ขึ้นมาให้เด่นพอประมาณ กล้องนี้มีความละเอียด 3.15 Megapixel ครับ

โล่งสนิท มีเพียงกล้องกับโลโก้ Samsung เท่านั้น

ด้านล่างมีมาตรฐานเครื่องให้เห็น
สำหรับเจ้า Galaxy Tab 3 นี้มีน้ำหนักอยู่ประมาณ 306 กรัม ถือว่าไม่หนัก ไม่เบาจนเกินไป ส่วนหน้าจอก็คือ 7.0 นิ้ว (ความละเอียด 1024 x 600 พิกเซล) ใช้ Android 4.1 (Jelly Bean) และหน่วยประมวลผลแบบ Dual Core ที่สัญญาณนาฬิกา 1.2 GHz ครับผม และแบตเตอรีทีมีขนาด 4,000 mAh ที่ทำให้ใช้งานได้สะดวกสบายตลอดทั้งวันนั่นเองครับ
สำหรับราคานั้น Galaxy Tab 3 7.0 เปิดมาที่ 9,900 บาท ถือว่าเมื่อเทียบกับรุ่นแรกๆ แล้วราคาถูกลงอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะครับ