เปิดตัว Samsung Galaxy Note 7 ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศวันวางจำหน่ายจริง 9 กันยายนนี้ โดยจะมีเข้ามาก่อน 3 สี ประกอบด้วย ดำ (Black Onyx) , ทอง ( Gold Platinum) และ เงิน (Silver Titanium) ในส่วนของลูกค้าที่พรีออเดอร์รอรับเครื่องได้ 2-4 กันยายนนี้
ซัมซุง ประเทศไทย เผยว่า ปัจจุบันผู้บริโภคชาวไทยมีค่าเฉลี่ยการใช้สมาร์ทโฟนมากกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน และส่วนใหญ่พอใจกับสมาร์ทโฟนที่มีจอใหญ่มากกว่าไซต์ปกติ โดยดูจากตัวเลขที่คนใช้สมาร์ทโฟนจอใหญ่จะใช้เวลากับแอพฯประเภทต่างๆมากกว่าคนที่ใช้จอปกติ อาทิเช่น ทำธุรกรรมการเงินผ่านแอพฯมากกว่าถึง 56% เล่นเกมส์มากกว่า 32% และใช้เวลามากกว่า 20% ไปกับแอพฯบันเทิง
จากตัวเลขที่ยกมาทำให้ Note 7 ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้ครบด้วยคุณสมบัติเด่นๆ ดังนี้
- จอขอบโค้ง Dual edge Super AMOLED ความละเอียด QHD ขนาด 5.7 นิ้ว
- ตัวเครื่องมีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68
- S-Pen ที่ถูกพัฒนาจากรุ่นก่อน เขียนหน้าจอได้แม้จะเปียกน้ำ หัวปากกาเล็ก 0.7 มม.ให้เส้นที่คมชัดยิ่งขึ้น
- ฟีเจอร์แปลภาษาเพียงแค่เอา S-Pen ไปแตะยังคำที่ต้องการจะแปล
- สร้างและแบ่งปันไฟล์ภาพเคลื่อนไหว GIF ได้จากคุณสมบัติ Smart Select
- มีระบบนิรภัยทั้งการสแกนม่านตา (IRIS Scanner) และ Secure Folder โฟลเดอร์ที่มีคุณสมบัติด้านความปลอดภัยสูงเป็นพิเศษสำหรับใช้บันทึกข้อมูลส่วนตัวโดยเฉพาะ ผสานการทำงานร่วมกับ Samsung Knox
- รองรับวีดีโอสตรีมมิ่งแบบ HDR
- ความจุตัวเครื่องขนาด 64GB และเพิ่มได้ด้วย microSD สูงสุด 256GB
- กล้องถ่ายรูปที่มีค่ารูรับแสงกว้าง f/1.7 เก็บภาพในสภาวะแสงน้อยสบาย
สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดทาง ซัมซุง จะเน้นหลักๆ 4 ด้านครับ ประกอบด้วย
- ด้านประสบการณ์ของผู้บริโภค ด้วยช็อปกว่า 130 แห่ง,มุมสินค้ากว่า 2,000 จุด และศูนย์บริการกว่า 150 แห่ง ที่กระจายกันอยู่ทั่วประเทศ
- กิจกรรม Test DRIVE ให้ผู้ที่สนใจรับเครื่องไปลองใช้ก่อนฟรีๆ 10 วัน
- จัดเทรนนิ่งด้านผลิตภัณฑ์กับพนักงานขายด้วยโปรแกรมพิเศษ
- พัฒนาบริการหลังการขาย Galaxy Butler เปลี่ยนเครื่องที่มีปัญหาจากการผลิตได้ภายใน 30 วัน จากเดิม 7 วัน เปิดเคาเตอร์พิเศษซ่อมเร็วทันใจภายใน 1 ชั่วโมง ฟรีบริการจัดส่งเครื่องทั่วประเทศและมีเครื่องสำรองให้ในระหว่างซ่อม พร้อมบริการฮอตไลน์ 24 ชั่วโมง
โดยตัว Galaxy Note 7 ได้เปิดให้พรีออเดอร์กันไปเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ 5-14 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งลูกค้าจะได้รับเครื่องวันที่ 2-4 กันยายนนี้ ส่วนวันขายจริงจะเป็น 9 กันยายน สนนราคาที่ 28,900 บาท มีเข้ามา 3 สี ประกอบด้วย ดำ (Black Onyx) , ทอง ( Gold Platinum) และ เงิน (Silver Titanium) ส่วนสีฟ้า (Blue Coral) จะตามมาทีหลังครับ



