iStudio by Comseven เปิดตัว Apple Watch, Apple Watch Sport และ Apple Watch Edition โดยมีราคาตั้งแต่ 13,500 -660,000 บาท มีการใช้งานที่ง่ายโดยการแตะหน้าจอหรือหมุนที่ปุ่มด้านข้าง ที่นอกจากจะใช้ซูมเข้า-ออกแล้วยังสามารถกดเพื่อออกไปหน้าโฮมสกรีนได้ด้วย
ทั้ง 3 รุ่นมีขนาด 38 และ 42 มม. ใช้การเชื่อมต่อผ่านบลูทูธในรุ่น iPhone 5 หรือตั้งแต่ iOS 8.3 ขึ้นไป ช่วยแจ้งเตือนจากมือถือที่ได้เชื่อมต่อเอาไว้ เปรียบเสมือนเป็นมือถือเครื่องที่สอง ที่สามารถใช้งานแทนกันได้เพียงแค่เชื่อมต่อกันเท่านั้นเอง นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์การตรวจจับการเคลื่อนไหว การคำนวณปริมาณแคลอรี่ และอัตราการเต้นของหัวใจด้วย
โดยราคาต่ำสุดจะอยู่ที่ Apple Watch Sport (13,500 – 15,000 บาท) มี 5 สีสันสดใส ตัวเรือนทำจากอลูมิเนียม สีเทาสเปซเกรย์ กระจก ion-x สายแบบ Sport Band
Apple Watch (20,500 – 41,500 บาท) ตัวเรือนทำจากสแตนเลส สีดำแบล็คสเปซ กระจกแซฟไฟร์ มีสาย 6 แบบด้วยราคาและสีที่แตกต่างกัน ได้แก่ สาย Sport Band, Classic Buckle, Milanese Loop, Modern Buckle, Leather Loop และ Link Bracelet
Apple Watch Edition (395,000 – 660,000 บาท) ตัวเรือนทองคำ 18 กะรัต สี yellow gold และ rose gold กระจกแซฟไฟร์ มีสาย Sport Band, Classic Buckle และ Modern Buckle
ทั้งนี้ Apple Watch วางจำหน่ายแล้วที่ iStudio 11 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9, เซ็นทรัลพลาซา แจ้งวัฒนะ, สยามพารากอน (มี Watch Edition), เซ็นทรัล เอ็มบาสซี, เซ็นทรัลพลาซา พระราม 2, ดิเอ็มควอเทียร์ (มี Watch Edition), เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว, เมกาบางนา, เดอะมอลล์ บางกะปิ, แฟชั่นไอซ์แลนด์ และ เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่