
สวัสดีครับทุกท่าน เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ทาง Nokia ได้เชิญทีมงาน mxphone ไปลองจับๆ ลูบๆ คลำๆ Nokia Lumia 1020 โทรศัพท์กล้องเทพที่โฆษณาไว้ว่ามีเซนเซอร์กล้องขนาด 41 Megapixel โอ้โห นี่มันใหญ่กว่า SLR บางตัวอีกนะเนี่ย (กรอบสี่เหลียมริมขวาๆ ในรูปหน้าบอดี้สีเหลือง) ว่าแต่เซนเซอร์ขนาดใหญ่แล้วคุณภาพล่ะจะเป็นยังไง? สามารถไปตามอ่านได้ในบทความประชันกล้องเทพหกรุ่นเด็ด ครับผม บทความนี้เราจะพูดถึงรูปลักษณ์ภายนอกของ Lumia 1020 ครับ

Lumia 1020 นั้น ยังเป็นสมาร์ทโฟนจอ 4.5 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 768 และยังคงใช้จอ AMOLED เช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง Lumia 925 ด้วย (เหตุผลจะอธิบายต่อไป) สีสันสด มุมมองกว้างแน่นอนครับผม

ด้านบนของตัวเครื่องมีโลโก้ Nokia ตามสไตล์เขาล่ะ พร้อมกล้องขนาด 1.2 Megapixel กล้องนี้สามารถถ่ายวิดิโอ 720P ได้ที่เฟรมเรต 30 FPS ครับผม

สำหรับด้านล่างยังคงไว้ซึ่งรูปแบบของ Windows Phone คือมีปุ่ม Back, Windows และ Search จากรูปจะเห็นได้ว่านาฬิกาทำงานอยู่แม้ปิดจอ เช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง Lumia 925 นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องเป็นจอ AMOLED เนื่องจากจอประเภทนี้สามารถทำงานในพื้นที่เฉพาะจุดแบบนี้ได้นั่นเอง และข้อดีอีกข้อคือเมื่อจอทำงานแบบนี้เราสามารถแตะจอสองครั้ง เหมือนบน LG G2 เพื่อปลุกเครื่องขึ้นมาใช้งานได้

สำหรับด้านล่างจะมีที่ร้อยสายคล้อง พอร์ต MicroUSB และลำโพง สาวๆ ที่ชอบร้อยตุ๊กตาไว้กับมือถือน่าจะชอบใจครับ

ด้านบนจะมีช่องใส่ซิม เช่นเดียวกับบน Lumia 925 แต่คราวนี้ต้องระวังเพราะไม่เหมือนกับ Lumia 925 ที่ถาดใส่ซิมไม่สามารถแกะออกจากตัวเครื่องได้ ต้องระวังกันว่าจะทำถาดใส่หายเหมือนกัน และแน่นอนครับ ใส่ซิม MicroSIM ตามสมัยนิยม

มาดูด้านหลังกันบ้าง เรียบเนียนครับ มีแต่กล้องนูนขึ้นมา (และพอร์ตสำหรับเสียบที่ชาร์จไร้สาย) ทำให้ดูแล้วโล่ง เรียบ เนียนเช่นเดียวกับ Windows Phone จาก Nokia รุ่นอื่นๆ เช่นกันครับ

เลนส์นั้นเป็นของ Zeiss (อดีต Carl Zeiss เปลี่ยนชื่อมา) เซนเซอร์ขนาด 41 Megapixel พร้อมแฟลช Xenon ระบบชัตเตอร์แบบเมคคานิค ซึ่งแตกต่างจากกล้องมือถือทั่วไป เนื่องจากกล้องมือถือปกตินั้นจะเปิดเซนเซอร์รับแสงตลอดเวลา จะถ่ายรูปแต่ละทีก็ส่งเข้าซอฟท์แวร์เพื่อประมวลผลที แต่การถ่ายจริงจะได้ 38 Megapixel (ที่อัตราส่วน 4:3) และ 34 Megapixel (ที่อัตราส่วน 16:9) เรื่องนี้เราจะกล่าวต่อไปในรีวิวครับผม

ด้านหลังจะเป็นช่องต่อสำหรับเคสเพื่อการชาร์จไร้สายครับ ในภาพไม่ได้ใส่เคสดังกล่าวก็จะดูโล่งๆ อย่างนี้ล่ะ

มาดูด้านข้างกันบ้าง จากบนลงล่างจะเป็นปุ่ม Vol. Up/Down, Power และปุ่ม Shutter กล้องนั่นเอง ปุ่ม Shutter ยังคงสามารถได้เหมือนกับรุ่นก่อนๆ ว่าจะให้เปิดโปรแกรมกล้องตัวไหน ไม่ว่าจะเป็น Camera, Pro Camera, Smart Cam ก็เลือกได้ตามความถนัดครับ

ส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่อง ว่างเปล่าเรียบเนียนไม่มีปุ่ม สังเกตได้ว่าเมื่อวางตัวเครื่องลงกับพื้นเรียบตัวเครื่องจะนูนขึ้นมาเนื่องจากกล้องด้านหลังนั่นเองครับ
สำหรับการใช้งานก็มีรูปกล้องเทพหกรุ่นเด็ด สำหรับตัวกล้องนั้นสมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่าก้าวข้ามกล้องคอมแพคต์รุ่นเล็กๆ ไปหลายตัวด้วยซ้ำไป ภาพเวลาถ่ายมาจะมีสองไฟล์ด้วยกัน ไฟล์แรกจะมีขนาด 5 Megapixel ซึ่งไฟล์นี้จะสามารถอัพโหลดแชร์ขึ้นอินเทอร์เน็ทจากโทรศัพท์ได้เลย ส่วนอีกไฟล์หนึ่งจะเป็นไฟล์ขนาด 38/34 Megapixel และด้วยการที่ถ่ายหนึ่งรูปได้สองไฟล์ (ความละเอียดสูงกับความละเอียดมาตรฐาน) ทำให้การถ่ายรูปแต่ละครั้งต้องใช้เวลาราวๆ 3 วินาทีครับ เนื่องจากเมื่อชัตเตอร์แล้วรูปจะต้องถูกโปรเซสเป็นไฟล์ Jpeg จำนวนสองไฟล์ด้วยกัน รูปขนาดใหญ่นี้ตัวมือถือจะมองไม่เห็นครับ ถ้าจะนำไปใช้ต้องเสียบกับคอมพิวเตอร์ก่อนแล้วย้ายลงคอมพิวเตอร์เท่านั้น ขนาดไฟล์รูปใหญ่นี้จะอยู่ที่ประมาณ 10 Megabyte โดยประมาณ ถือว่าใหญ่พอสมควร
งานนี้ใครรักใครชอบใครก็สามารถหาซื้อกันได้ในราคา 24,990 บาท ครับผม เริ่มขายปลายเดือนนี้จ้า