แอนดรอยด์โฟนจอ 5.5 นิ้ว รับ 4G ใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์ก 2 ID ได้ พร้อมฟีเจอร์เปิดใช้งานพร้อมกัน 2 จอ (Multi Windows) ในราคา 7,290 บาท คือคำอธิบายง่ายๆ สำหรับ Samsung Galaxy J7 Core หนึ่งในสมาร์ทโฟนซีรีส์สุดฮ็อต
ก่อนหน้านี้ mxphone เพิ่งได้รีวิว Samsung Galaxy J7 Pro ไป มาวันนี้ในตระกูล J7 ได้มีรุ่นน้องเพิ่มออกมาคือ J7 Core ที่โดยรวมๆแล้วจะใกล้เคียงกันจากขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว เพียงแต่จะมีการตัดฟีเจอร์ล้ำๆอย่าง Always On display รวมถึงพวก Samsung Pay และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือออกไป เพื่อให้ราคาจับต้องได้ง่ายมากขึ้น
สเปคของ Samsung Galaxy J7 Core
– หน้าจอ Super AMOLED 5.5 นิ้ว HD
– หน่วยประมวลผล Exynos 7870 Octa-Core 1.6 GHz 64bit
– การเชื่อมต่อ 4G LTE / Dual Micro SIM / Wi-Fi / Bluetooth 4.1
– หน่วยความจำ RAM 2GB / ROM 16GB / MicroSD up to 256 GB
– กล้องหลัก 13 ล้านพิกเซล f/1.9 LED Flash
– กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล f/2.2 LED Flash + Screen Flash
– แบตฯ 3,000 mAh
– ทำงานบนระบบปฏิบัติการ Android 7. 0 Nougat
– ขนาด 152.4 x 78.6 x 7.6 มิลลิเมตร
– สีที่วางจำหน่าย สีทอง และสีดำ
– ราคา 7,290 บาท
ในแง่ของรูปทรง Samsung Galaxy J7 Core ในส่วนของฝาหลังจะใช้วัสดุที่เป็นพลาสติกแบบ Polycarbonate ที่มีลวดลายเป็นเมทัลลิก จึงกลายเป็นฝาหลังที่มีความยืดหยุ่น กับโครงเครื่องอะลูมิเนียมทำให้ตัวเครื่องโดยรวมดูแข็งแรง
แต่แน่นอนว่าในเรื่องของการออกแบบ J7 Core ไม่ได้มีความพิเศษ หรือเปลี่ยนไปจากรุ่นเดิมมากนัก แค่หยิบจับก็เหมือนรู้ได้ว่าคือ Samsung ด้วยรูปทรงที่คุ้นเคยกัน ตั้งแต่การไล่วางตำแหน่งของลำโพงสนทนา โลโก้ Samsung สีเงินที่ส่วนบนหน้าจอ
ที่น่าสนใจคือในส่วนของกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล มีการให้แฟลชกล้องหน้ามาด้วย เมื่อทำงานร่วมกับ Screen Flash (ปรับหน้าจอเป็นสีขาวเวลาถ่ายภาพกล้องหน้า) จะช่วยทำให้การถ่ายภาพจากกล้องหน้าสนุกขึ้น เหมาะกับสายเซลฟี่
ส่วนขอหน้าจอ SuperAMOLED ที่ให้มา 5.5 นิ้ว ความละเอียด HD 1280 x 720 พิกเซล ก็ถือว่าเพียงพอกับการใช้งาน เมื่อเทียบกับระดับค่าตัวของเครื่อง ส่วนล่างหน้าจอก็จะมี 3 ปุ่มหลัก คือปุ่มโฮมแบบที่เป็นปุ่มกด และปุ่ม Recent Apps และ ย้อนกลับ แบบสัมผัส
หลังเครื่องอย่างที่บอกไปว่าฝาหลังจะมีการทำลายเป็นเมทัลลิก โดยมีการแปะโลโก้ Samsung ตรงกึ่งกลาง และสัญลักษณ์ DUOS ที่แสดงให้เห็นว่าเครื่องรองรับการใช้งาน 2 ซิมอยู่ด้วย ส่วนกล้องหลักก็ให้มา 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลข LED
เมื่อแกะฝาหลังออกมาจะพบกับแบตเตอรี Li-ion ขนาด 3,000 mAh ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ พร้อมกับช่องใส่ซิมการ์ด แบบไมโครซิมทั้ง 1 และ 2 กับช่องใส่ไมโครเอสดีการ์ด ในแบบที่ต้องปิดเครื่องก่อน ไม่สามารถเปลี่ยนซิมแบบ Hot Swap ได้
โดยรวมรอบๆเครื่องก็จะมีปุ่มเปิด–ปิดเครื่องอยู่ทางขวา ปุ่มเพิ่มลดเสียงอยู่ทางซ้าย ส่วนบนจะถูกปล่อยไว้โล่งๆ ส่วนล่างเครื่องจะมีทั้งพอร์ต Micro-USB และช่องเสียบหูฟังแบบปกติให้ได้ใช้งานกัน
มาถึงในส่วนของการใช้งาน โดยใน J7 Core จะมาพร้อมกับอินเตอร์เฟสรุ่นใหม่ของ TouchWiz แบบเดียวกับที่มาใน Galaxy S8 คือมีการปรับไอค่อนให้ดูเรียบง่ายมากขึ้น พร้อมกับทำให้การใช้งานสะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปัดขึ้น–ลง เพื่อเข้าสู่หน้ารวมแอปได้ทันที การกดค้างเพื่อจัดการไอค่อนต่างๆบนหน้าจอหลักได้
เช่นเดียวกับในส่วนของการตั้งค่า ก็ปรับให้ผู้ใช้เข้าไปตั้งค่าตัวเครื่องต่างๆได้สะดวกขึ้น ตามที่มีการอัปเดตเพิ่มเติมจากเวอร์ชันของแอนดรอยด์ 7.0 ที่เน้นความง่ายในการใช้งานเป็นหลัก
สำหรับจุดขายหลักๆของเครื่อง J7 Core นอกจากเรื่องของจอใหญ่ขนาด 5.5 นิ้ว ที่เป็นจุดเด่น เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานที่เน้นการรับชมวิดีโอเป็นหลักของผู้ใช้แล้ว ก็ยังมีในส่วนของการใช้งาน 2 หน้าจอพร้อมกัน (Multi-Windows) ที่จะรองรับหลากหลายแอป
โดยเปิดให้ผู้ใช้สามารถรับชมวิดีโอ พร้อมๆไปกับการแชท หรือเล่นโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆได้ทันที หรือจะเลือกเปิดหน้าเว็บเบราว์เซอร์เพื่ออ่านข้อมูลต่างๆ ไปพร้อมกับการเล่นเฟซบุ๊ก แชทไลน์ได้ตลอดเวลา ถือว่าเหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย

รวมถึงฟีเจอร์อย่าง Dual Messenger ที่ให้ผู้ใช้สามารถล็อกอินทั้ง Facebook LINE และ Facebook Messenger ได้ 2 บัญชีในเครื่องเดียว โดยไม่จำเป็นต้องเข้าใข้งาน Samsung Knox หรือ Secure Folder ที่ยุ่งยากอีกต่อไป
กล้องถือเป็นอีกจุดที่น่าสนใจใน J7 Core เพราะกล้องหลังที่ให้ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล แต่รูรับแสงที่ให้มากว้าง f/1.9 ทำให้ในการถ่ายภาพในที่แสงน้อยทำได้สนุกขึ้น แต่ในส่วนของโหมดถ่ายภาพแบบมืออาชีพ จะมีให้ปรับเลือกแค่ ISO และ ชดเชยแสงเท่านั้น
ขณะที่การใช้งานโดยรวม J7 Core ถือว่าตอบสนองการใช้งานทั่วๆไปได้เป็นอย่างดี อย่างการเล่นเกมยอดนิยมอย่าง ROV ก็สามารถเล่นได้สบายๆ แต่แน่นอนว่าอาจจะไม่ลื่นไหลเท่ากับเครื่องรุ่นสเปกไฮเอนด์ แต่ด้วยหน่วยประมวลผล Octa-Core 1.6 GHz ที่ให้มาก็ไม่ได้ช้า หรือกระตุกแต่อย่างใด
แน่นอนว่าการเล่นโซเชียลมีเดีย ดูหนัง หรือฟังเพลงบน J7 Core ถือว่าทำได้สบายๆ โดยตัวเครื่องรองรับการเล่นวิดีโอที่ความละเอียดระดับ Full HD ได้อย่างสบายๆ ที่สำคัญคือแม้แบตเตอรีที่ให้มา 3,000 mAh อาจจะดูน้อย แต่ในการใช้งานต่อเนื่องจริงๆ สามารถอยู่ได้วันนึงสบายๆ
โดยรวมแล้ว Samsung Galaxy J7 Core จึงกลายเป็นเครื่องที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนขนาดจอ 5.5 นิ้ว ที่รองรับการใช้งาน 4G LTE ได้ รวมถึงความสามารถในการใช้งาน Dual Messenger ที่มาช่วยให้ใช้โซเชียลมีเดียหลายแอคเคาท์ในเครื่องเดียวกัน





