First touch Samsung Galaxy S III ของจริงมันต้องแบบนี้

โดย Bluecosmos | 14 พฤษภาคม 2555 เมื่อ 12:05 น. | อ่าน 317

Samsung Galaxy S III มาพร้อมกับ Android 4.0 ICS และครอบด้วย UI เดิมแต่หน้าตาใหม่ ซึ่งมีชื่อว่า TouchWiz UX ซึ่งมีรูปแบบการใช้งานเปลี่ยนจากหน้าตาเดิมนิดหน่อยในเรื่องความรู้สึก คือรู้สึกสบายๆขึ้นไม่เยอะเท่าเมื่อก่อน ที่ผมชอบคือ Live Wallpaper อันนึงที่ Samsung ทำคือมันจะเลื่อนเปลี่ยนภาพไปเรื่อยๆ สวยงามดี และที่สำคัญใช้ Live Wallpaper แล้วมันดูไม่กระตุกอีกด้วย อ่ออีกอย่างคือ Lockscreen ที่มี App shortcut ด้วยนะครับ

 
 
 

หน้าเมนูทั้งหมดมีการเปลี่ยนแปลง แบ่งหมวด Widget และ Apps ชัดเจน ดูหน้าจอรวมได้ ใช้งานง่ายดูไวกว่า Galaxy S II พอสมควรในเรื่องการตอบสนองการทำงาน เช่นการกดปุ่ม Back หรือ Home จะไม่ค่อยหน่วงมี Effect เลื่อนเข้า/ออก สวยงาม

ขอพูดเรื่องกล้องหน่อยต้องบอกว่าเครื่องนั้นมีฟังก์ชันกล้องที่ดีกว่ารุ่นเก่ามากพวกการ Focus เน้นจุดทำได้ดีกว่าเดิม แถมถ่ายภาพได้เร็วมากกดถ่ายๆๆๆๆ ไม่แพ้ HTC One เลย ฟังก์ชัน Burst Shot ที่ถ่ายรัว 20 ภาพ แต่ที่ิเด็ดกว่าเจ้าอื่นคือมีระบบเลือก Best Shot อัตโนมัติ (เข้าโหมดเลือกอัตโนมัติจะถ่ายได้รัว 8 ภาพ) โดยพิจารณาจาก 1. การสั่นเบลอของภาพ 2. แสงของภาพ 3.รอยยิ้ม 4. สีของภาพ ซึ่งเจ๋งมากกดทีเดียวรัว 8 ช็อต เลือกภาพสวยให้เอง ซะด้วย นอกจากนี้ก็มีหมวด HDR อะไรปกติไม่ต่างจากเจ้าอื่นมากนัก

 

ส่วนการถ่ายวีดีโอเองก็สามารถเลือก Focus ตามจุดที่ต้องการได้แล้วอีกด้วย

เข้าเรื่องความสามารถที่เน้นไปทาง Lifestyle ของเครื่องซักหน่อย ซึ่งวันนี้จะมาขอพูดถึง Smart Stay, Smart Alert, S Voice, Direct Call, Double Screen และ S Beam เลยว่ามันเล่นอะไรยังไงได้บ้าง

 

Smart Stay อันนี้มันมีความเจ๋งตรงที่จะใช้กล้องหน้าตรวจจับใบหน้าเราว่าเรามองมันอยู่รึเปล่าถ้าไม่ได้มองมันก็จะดับจอไปตามเวลาที่ตั้ง Screen Timeout ไว้ แต่ถ้ามองมันมันก็จะมีสัญลักษณ์รูปดวงตาอยู่ตรง Notification ซึ่งมันจะขึ้นเมื่อมันถึงเวลาปิดหน้าจอที่เราตั้งไว้ ถ้ามองมันก็จะไม่ปิดเองตามเวลา ถือว่า ฉลาดมาก เวลาเราเปิดเว็บหรืออ่านอะไรอยู่จะรู้สึกดีมาก

 

Smart Alert ตอนแรกผมสงสัยเหมือนกันว่ามันมีเพื่ออะไรก็เป็นการแจ้งเตือนปกติ แต่มันมีดีกว่าเตือนปกติเพราะว่าสมมติในขณะที่เราวางเครื่องไว้เฉยๆ เมื่อมีคนโทรเข้ามาแต่เราไม่ได้รับ หรือมี SMS เข้ามาแต่ไม่ได้อ่าน เวลาเราจับเครื่องอีกครั้งแล้วยกขึ้นมาเครื่องจะสั่นเองอัตโนมัติเพื่อให้รู้ว่ามีสิ่งที่เราไม่ทราบเข้ามาในระหว่างที่เราวางมันไว้เฉยๆ นอกจากนี้ก็มีพวกไฟ LED แสดงผลบอกอยู่แล้ว

 

S Voice สำหรับอันนี้อาจจะไม่ได้ว้าวกับคนไทยเท่าไรเพราะสำเนียงอาจจะยังไม่ถึงกันดูอย่าง Siri บน iOS ก็ไม่ได้ใช้กันอย่างแพร่หลายเท่าไรในไทย ส่วน S Voice เองก็ยังไม่รองรับภาษาไทยเหมือนกัน ความสามารถของมันก็เหมือน Voice Command ที่สามารถสั่งการเปิดโน่นนี่ได้ สั่ง Search หาสิ่งต่างๆ ถามอุณหภูมิได้ แต่ถ้าคุยเล่นเหมือน Siri นี่ยังไม่ได้

 

ตัวนี้เองเด็ดกว่า Siri ตรงที่สามารถใช้คำสั่งเสียงของเราเองได้ อัดเสียงเรา เหมือนสมัยก่อน แต่อันนี้ดูแม่นยำกว่ามากเพราะอัดหลายครั้ง เวลาเรียกใช้ยังสามารถเรียกใช้ผ่านคำพูดว่า “Hi Galaxy” จากหน้า Lockscreen ได้อีกด้วย และอีกอย่างคือ S Voice เท่าที่ลองพูดๆดูสำเนียงไทยๆนี่พอได้นะคับทำได้ดีกว่า Siri ซะอีกในเรื่องการฟัง

 

Direct Call อันนี้ก็เป็นอะไรที่หลายๆคนอาจจะใช้หลายคนอาจจะไม่ได้ใช้เลยเพราะว่าอันนี้ สมมติว่าเราพิมพ์ข้อความอะไรอยู่แล้วแบบว่าขี้เกียจพิมพ์แล้ว ไม่ต้องคิดมากแค่ยกเครื่องมาที่หูมันก็จะโทรออกไปหาคนที่เราพิมพ์ข้อความอยู่ด้วยตะกี้ทันที โดยตอนนี้ใช้ได้เฉพาะกับโปรแกรม Message ของเครื่องและ Samsung ChatON นั่นเอง ที่จริงผมลองแล้วมันยังมีอาการผิดพลาดไม่ทำตามบ้างก็มี

 

Double Screen อันนี้ต้องบอกว่าเป็นทีเด็ดเหมือนกัน แต่ความสามารถยังถูกจำกัดอยู่แคไม่กี่อย่างเท่านั้น โดยเป็นการใช้งาน 2 หน้าจอพร้อมกันนั่นเอง โดยฟังก์ชันนี้จะใช้งานร่วมกับการดูวีดีโอเป็นหลักนั่นเอง เราเลือกดูวีดีโอแล้วกดปุ่มย่อเป็นหน้าจอเล็กด้านล่าง เพื่อสร้างหน้าต่างเล็กๆโดยที่วีดีโอยังเล่นไปเรื่อยๆขึ้นมา จากนั้นเราก็ไปทำอะไรก็ได้ตามใจชอบเช็ค E-Mail เล่นอินเตอร์เน็ต บลาๆๆ

 

S Beam อันนี้ตอนแรกว่าจะไม่พูดแล้ว แต่ว่าก็ต้องพูดเพราะเป็นการประสานเทคโนโลยี NFC เข้ากับ Wi-Fi Direct ทำให้สามารถส่งไฟล์หากันได้แบบว่ารวดเร็วมากที่ลองคือ 8 รูปที่ถ่ายจาก Galaxy S III ส่งไปอีกเครื่องโดยใช้การแตะกันของเครื่อง ใช้เวลา 6-7 วินาทีเท่านั้น ทดสอบโดยใช้ Galaxy S III กับ Galaxy S III ถือว่าเร็วทันใจมาก ส่งไฟล์เป็น GB ก็ได้ใช้เวลาไม่นาน แต่ยังเป็นข้อจำกัดไปหน่อยว่าต้องใช้กับเครื่องรุ่นเดียวกัน (เพราะมีอยู่รุ่นเดียวในตอนนี้) แต่ถ้าใช้ Wi-Fi Direct อย่างเดียวผมก็ลองแล้วใช้กับ Galaxy S II ได้แบบสบายๆไม่ต้องเราเครื่องมาแปะกันด้วย

 

นอกจากนี้ยังมีลูกเล่นมากมายเช่น การแตะเครื่องด้านบน 2 ครั้งเพื่อเลื่อนไปด้านบนสุดของโปรแกรมหรือคว่ำลงเพื่อปิดเสียง เป็นต้น ส่วนการถ่ายภาพหน้าจอเองก็สามารถเอาสันมือปาดจากซ้ายไปขวาหรือขวาไปซ้ายก็ได้เหมือน Galaxy Note

 

สรุป เท่าที่ลองมาพบว่าหลายๆคนถ้าได้จับตัวจริงแล้วจากไม่ชอบก็น่าจะประทับใจได้อยู่เพราะว่ามันไม่ได้ดูเลวร้ายอะไรอย่างที่คิดเลย ตัวเครื่องใช้งานโดยรวมก็เร็วมาก อาการหน่วงเหลือน้อยมาก แทบไม่เจอเลย การกดปุ่มก็ตอบสนองไวกว่ารุ่นเก่าๆมาก หน้าจอก็สดใส ผมไม่รู้จะหาข้อเสียมันยังไงในเรื่องการใช้งานทั่วๆไป ต้องบอกว่า Samsung ทำการบ้านมาดีมากในหลายๆเรื่องที่เคยเป็นจุดอ่อนมาก่อน รวมถึงพวก UI หรือฟังก์ชันการโฟกัสของกล้อง ก็ปรับปรุงมาหมดแล้ว สำหรับใครที่สนใจอยู่รออ่านรีวิวเต็มๆได้ที่ MXPhone ในเร็วๆนี้ครับผม

   

 

About Author

Bluecosmos

Bluecosmos

Partners