สำหรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี แน่นอนว่านอกจากอุบัติเหตุตามท้องถนนจะมากเป็นพิเศษ ผมเชื่อว่าอัตราการสูญเสียชีวิตของสมาร์ทโฟนก็อาจจะมากตามๆ กัน -_-” เพราะเสี่ยงที่จะโดนสาดน้ำมากเป็นพิเศษ หรือบางท่านไปเล่นน้ำสงกรานต์แล้วไม่ป้องกันดีๆ ก็เสี่ยงเดี้ยงได้เช่นกัน วันนี้เราเอาวิธีป้องกันแบบต่างๆ พร้อมวิธีแก้ไขเมื่อสมาร์ทโฟนคู่ใจเปียกน้ำเข้าให้แล้ว…
ก่อนเราจะแก้ปัญหาที่ปลายทาง เราต้องป้องกันสมาร์ทโฟนของเราให้ดีก่อนเป็นอันดับแรกครับ
1. พยายามไม่ใช้โทรศัพท์มือถือในห้องน้ำ เพราะนอกจากจะเสี่ยงเปียกน้ำได้ง่าย หรือจะเป็นความชื้นก็แล้ว ยังทำให้เสียเวลาในห้องน้ำมากเกินควร ยิ่งเวลาปลดทุกข์เล่น Cookie Run ไปด้วย ยิ่งอาจจะทำให้เหน็บกินเอาได้ครับ…
2. เมื่อต้องออกไปเผชิญกับสงครามสาดน้ำ ควรหาอุปกรณ์ป้องกันสมาร์ทโฟนเรา อย่างซองกันน้ำห้อยคอที่มีขายและแจกกันทั่วบ้านทั่วเมืองในช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่จะให้ดีที่สุดควรเลือกที่มีซิปล็อคอย่างดี พร้อมกระดุมแป๊กอีกหนึ่งชั้นนะครับ ยิ่งซองใสยิ่งดี จะได้มองเห็นหน้าจอและแชทได้เลย แต่ซองที่ดีภายในต้องมีอากาศพองๆ หน่อย จะได้ไม่สัมผัสหน้าจอเองด้วย และไม่ควรจะคับไปนะครับ
3. ไม่ลุยฝนหากไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน รอฝนซาๆ หรือหาถุงพลาสติกมัดให้สนิทก็ดีครับ
4. ใช้เงินแก้ปัญหา โดยการซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นกันน้ำครับ!! จะเอาไปเล่นในห้องน้ำ หรือเล่นสงกรานต์ก็ไม่ต้องระวังมากเป็นพิเศษ

เตรียมตัวไปเล่นสงกรานต์กันดีกว่า ซองกันน้ำแบบทั่วไปที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ส่วนใหญ่ก็สามารถใช้แชท และคุยเอาได้เลย แม้ว่าเสียงที่เราจะได้ยิน รวมถึงเสียงที่จะไปถึงฝั่งนู้นอาจจะเบาไปหน่อย อันนี้ต้องทำใจ ของดีๆ หน่อยที่อาจจะมีราคาสูงกว่าปกตินิดหน่อยนั้น จะทำออกแบบมากันน้ำได้มิดชิดกว่า ภายในมีอากาศแบบพองๆ นิดหน่อยให้แตะสัมผัสหน้าจอได้ดีกว่าเดิม ไม่แตะมั่วๆ ครับ และมักจะออกแบบมามีช่องใสๆ ตรงเลนส์กล้องให้ถ่ายรูปด้วยนะ

หากไม่มีซองกันน้ำทำอย่างไรล่ะ… หาซื้อครับ หาไม่ได้ก็ต้องไปขอคนอื่น ไม่ใช่!! เราก็เตรียมพวกถุงยาง ถุงซิบล็อคอะไรก็แล้วแต่ในบ้านเราที่พอจะหาได้ แต่แบบนี้การจะเอาโทรศัพท์มือถือออกมาใช้งานอาจจะลำบากหน่อย เสี่ยงเปียก และใช้งานผ่านถุงพวกนี้ลำบากด้วย แนะนำให้ทำการซีลโทรศัพท์มือถือก่อนครับ!! ด้วยถุงร้อนใส่อาหารเนี่ยแหละแจ่มดี ด้านหน้าจอให้ดึงตึงๆ แล้วพับๆ ส่วนเกินไว้ด้านหลัง เสริมความแน่นด้วยแม็ก พร้อมด้วยสก็อตเทปใสครับ

วิธีนี้จะทำให้เราสามารถหยิบโทรศัพท์ออกมาใช้ได้แบบไม่กลัวเปียก เพียงแต่ก็ไม่ทนน้ำมากนัก ไม่สามารถนำไปจุ่มน้ำ หรือลุยน้ำสงกรานต์ได้โดยตรง แค่เซฟตี้นิดหน่อย และได้ผลดีนะครับผมลองมาแล้ววันแรกของสงกรานต์เลย เพราะคิดว่ามันดูสะดวกดีกว่าเล่นในซองกันน้ำครับ เสียงก็ชัดกว่าด้วย
ส่วนใครที่ใช้เงินแก้ปัญหา ซื้อสมาร์ทโฟนกันน้ำพวกที่กันน้ำกันฝุ่นมาตรฐานต่างๆ รุ่นใหม่ๆ เวลานี้ Samsung Galaxy S5, i-mobile IQ X Ken หรือ Sony Xperia Z1 รวมถึงรุ่นอื่นๆ ก็ตาม อย่าชะล่าใจ!! เพราะจริงๆ พวกนี้ถูกออกแบบมาให้กันน้ำได้แค่ 30-60 นาทีเท่านั้น แล้วเราเล่นน้ำสงกรานต์กันกี่นาทีล่ะ?? มันสัมผัสน้ำเปียกน้ำได้ครับ แต่นานๆ ก็ไม่ไหวชื้อเข้าไปด้านในได้ หรืออาจจะปิดช่องต่างๆ ไม่สนิทก็เสี่ยงช็อตบอร์ดพังได้เช่นกัน ตรงนี้ผมก็มีประสบการณ์ตรงกับ Xperia Z เมื่อปีที่แล้วมาแล้ว ซื้อมาสัปดาห์เดียวชะล่าใจว่าเอาอยู่ บอร์ดพังครับ…
แล้วถ้าพลาดไปแล้วล่ะ?? เมื่อใดก็ตามที่พลาดท่า โทรศัพท์เปียกน้ำ ไม่ว่าจะตกส้วม! ตกน้ำ หรือสัมผัสน้ำเต็มๆ รวมถึงโดนชาวบ้านสาดก็ตาม ให้ตั้งสติ และอย่าเพิ่งถอดใจ รีบแกะเครื่องถอดแบตโดยด่วน เครื่องไหนถอดแบตไม่ได้ก็ยากหน่อย ต้องรีบปิดเครื่องครับก่อนที่มันจะช็อตไปเสียก่อน
จากนั้นสลัดน้ำแรงๆ แล้วเช็ดให้แห้งทุกส่วน แล้วอย่าเพิ่งเปิดเครื่องเด็ดขาด ต้องให้มั่นใจว่าด้านในแห้งสนิทจริงๆ ค่อยมาลุ้นกัน โดยทำได้หลายวิธีนะครับ
1. เป่าด้วยไดร์เป่าผมสลับร้อน-เย็น โดยเป่าให้ห่างจากตัวเครื่องสัก 20-30 เซ็นติเมตร ส่ายไปส่ายมาตรามช่องต่างๆ ของตัวเครื่องครับ ทำอย่างนี้ครั้งละ 2-3 นาที แล้วทิ้งไว้ แล้วทำใหม่จนกว่าจะมั่นใจได้ ส่วนตัวผมทิ้งไว้ 2-3 วันเลยทีเดียว
2. เป่าให้แห้งจากวิธีแรก แล้วนำไปใส่ซองกระดาษ จากนั้นแช่ถังข้าวสารเพื่อดูดความชื้น หรือจะใส่ถุงดูดความชื้นต่างๆ แล้วแต่จะดัดแปลงทิ้งไว้ยาวๆ จนมั่นใจครับ
3. ตากแดดอ่อนๆ หรือผึ่งไว้ในอากาศที่ร้อนอบอ้าวตอนกลางวัน ก็ช่วยไล่ความชื้นได้ดีเหมือนกันครับ เพียงแต่อย่าให้สัมผัสแดดโดยตรงล่ะ มันจะร้อนไปเดี๋ยวจะพังยิ่งกว่าเดิม
4. เป่าด้วยพัดลมเรื่อยๆ วิธีนี้ช้าสุด แต่ไม่ยุ่งยาก จะให้ดีควรเอาไปไล่ความชื้นเพิ่มเติมอยู่ดีครับ
เมื่อมั่นใจแล้วว่าภายในเครื่องโทรศัพท์มือถือของเราไม่น่าจะมีน้ำหรือความชื้นเกาะอยู่แล้ว ค่อยมาประกอบร่างแล้วเปิดเครื่องลุ้นกัน บางครั้งอาจจะมีอาการผิดปกติหลายๆ อย่างเช่น ปุ่มกดไม่ติด, หน้าจอรวน, จอสัมผัสมั่ว หรือแม้แต่อาการดับ และเปิดไม่ติดคืออย่างร้ายที่สุด เมื่อเจออาการเหล่านี้ก็รีบปิด แล้วนำไปไล่ความชื้นต่อเรื่อยๆ ครับ
จากประสบการณ์ตรงๆ ของผมคือหน้าจอรวนติดๆ ดับๆ ทัชเองมั่วซั่ว จนถึงขั้นหน้าจอมืดไปเลยแต่เปิดเครื่องติด ตอนแรกน้ำตาแทบไหล สุดท้ายเอาไดร์เป่าครั้งละ 2-3 นาที สามรอบ ก่อนเอาไปตากไว้ที่ระเบียง (ไม่โดนแดด) สองวัน กลับมาเปิดเครื่องอีกครั้งปรากฎว่ารอดปาฏิหาริย์ มีชีวิตกลับมาดังเดิม วันนี้เลยเอาวิธีต่างๆ ที่สรรหามาใช้กับตัวเองมาเล่าให้เพื่อนๆ ฟัง เพื่อเตรียมรับมือกับวันแฉะๆ ในช่วงสงกรานต์นี้ครับ ^^