เปิดตัวกันไปเป็นที่เรียบร้อยกับ iPhone ประจำปี 2017 ไม่ว่าจะเป็นรุ่น iPhone 8 กับ iPhone 8 Plus รวมถึงรุ่น iPhone X โมเดลฉลอง 10 ปี iPhone ที่แน่นอนว่ามีการอัพเกรดความสามารถเรื่องกล้องมากขึ้น อาทิเช่นของ iPhone X ที่มาพร้อมระบบ AR ขณะที่ซีรีส์ iPhone 8 ก็มีการนำเซ็นเซอร์รุ่นใหม่มาใช่้
กล้องหลังของ iPhone X เป็นเลนส์คู่วางดีไซน์แนวตั้ง ใช้รูปแบบการทำงานเหมือน iPhone 8 Plus โดยมีกล้องปกติ 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 กล้องสองเป็นเลนส์เลเท 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 มีเทเลซูม 2 เท่า และเป็นครั้งแรกที่กล้องทั้งสองตัวมีระบบกันสั่น OIS สำหรับตัวโหมด Portrait Mode ก็มีการฟีเจอร์ใหม่พร้อมฟีเจอร์เอฟเฟกต์แสงแบบเรียลไทม์
ใน iPhone X ตัว Portrait Mode จะสามารถใช้งานกับกล้องหน้าได้แล้ว โดยที่ตัวกล้องมีเทคโนโลยี TrueDepth ที่แยกตัวแบบออกจากฉากพื้นหลัง เพื่อสร้างโบเก้ หรือสร้างเอฟเฟกต์รูปแบบของแสงให้กับใบหน้าของแบบ
ภาพตัวอย่างจากกล้องของ iPhone X
ขณะที่ตัวกล้องของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ก็มีการพัฒนาขึ้นจากรุ่นก่อน โดยที่ตัว iPhone 8 ใช้กล้องเดี่ยว ส่วน iPhone 8 Plus เป็นกล้องคู่ ความละเอียดเท่ากัน 12 ล้านพิกเซล ขณะที่กล้องหน้า 7 ล้านพิกเซล ซึ่งตัวรุ่น Plus มีเลนส์เทเลซูม 2 เท่า
แน่นอนเซ็นเซอร์ใหม่จะให้รูปที่มีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งทาง Apple ได้มีการพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่ให้กับรุ่น Plus ในชื่อ Portrait Lighting ที่ไว้จำลองแสงเวลาถ่าย Protrait ตามในสตูดิโอถ่ายรูปสตูดิโอโดยเราสามารถเลือกการจำลองแสงได้ทั้งหมด 5 แบบด้วยกันคือ Contour Light, Natural Light, Studio Light, Stage Light, และ Stage Light Mono สำหรับการถ่ายวีดีโอก็พัฒนาขึ้นสามารถถ่าย 240fps ได้ในความละเอียด 1080p เพิ่มขึ้นจากตัว iPhone 7 ถึงสองเท่า
ตัวอย่างภาพจากกล้องของ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus

















