![]() |
|
เมื่อสิบปีก่อน อัลวิน ทอฟเลอร์ นักคิดแห่งอนาคตได้บัญญัติคำว่า Future Shock ซึ่งส่วนหนึ่งพูดถึง IT หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่จะเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของมนุษย์บนโลกออกไปอย่างสิ้นเชิง ปรากฎการณ์นั้นได้เกิดขึ้นแล้ว พร้อมกับแบ่งมนุษย์เป็น 2 กลุ่มโดยอัตโนมัติ คือ คนทันโลก กับ คนตกโลก โดยเฉพาะเทคโนโลยีไร้สายทำให้มนุษย์ตื่นขึ้นเพื่อพบว่า โทรศัพท์มือถือ ได้กลายเป็นปัจจัยที่ 5 ในชีวิตโดยไม่รู้ตัว
วันนี้ โลกเข้าสู่ยุค information age ที่โทรศัพท์มือถือ กลายเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของคนบนโลก เริ่มตั้งแต่เป็นกระเป๋าเงิน, บัตรเครดิต, นักจิตวิทยา, เกม, ห้องสมุด, แหล่งพบปะเพื่อน, นิตยสาร, สมุดบันทึก, ช้อปปิ้งมอลล์, คูปองลดราคา, ร้านประมูล, แหล่งหางาน, หมอดู และอื่น ๆ อีกมากมาย จนกล่าวได้ว่า ถนนทุกสายบนโลกธุรกิจกำลังวิ่งเข้าสู่ โทรศัพท์มือถือ ! เกิดบริการอันน่าทึ่งมากมายออกมาตอบสนองการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลก …แต่ความไวของเทคโนโลยีก็ได้สร้างผลลัพธ์อีกด้านที่เรียกว่า technology shock ! ผู้คนค่อนโลกไม่ได้ตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นนี้ ไม่ผิดหรอกที่ทุกคนยังคงตั้งหน้าตั้งตาใช้ชีวิตอย่างที่เคยเป็น พ่อแม่วุ่นวายกับการมองหาที่เรียนพิเศษ พาลูกไปทำกิจกรรม หนุ่มสาววัยทำงานทุ่มเทรับผิดชอบงานชนิดเต็มกำลัง คนสูงอายุใช้เวลากับการทำกิจกรรมเบา ๆ พบปะเพื่อนบ้าน หรือไม่ก็ท่องเที่ยว …เพื่อพบว่าวันหนึ่ง ตนเองได้กลายเป็นคน ตกโลกไปแล้ว เมื่อเห็นลูกหลานดูทีวีบนมือถือ อ่านหนังสือบนมือถือ ดูหมอบนมือถือ ส่งภาพบนมือถือ ช้อปปิ้งบนมือถือ และอีกสารพัด …จนเกิดความรู้สึกประหม่าไม่กล้าจับมือถือเพราะอายปนกลัวเทคโนโลยี ไม่กล้าที่จะทำความรู้จัก เพราะรู้สึกว่ายากเกินตัว …นี่คือบางส่วนของอาการ mobile technology shock ! ทั้งที่จริง ๆ แล้วเป้าหมายของเทคโนโลยีคือการสร้าง บริการต่าง ๆ เพื่อช่วยให้คนบนโลกนี้ใช้ชีวิตอย่างง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ในทุกที่ ทุกเวลา …แต่ดูเหมือนว่ามีวัยรุ่นเพียงกลุ่มเดียวที่ปรับตัวทัน ! |
