แผนการพัฒนาอุปกรณ์โทรศัพท์เรือธงในยุคปัจจุบันนี้เราจะเห็นได้ว่านอกจากการพัฒนาตัวเครื่องขึ้นมาสักแฟลตฟอร์มหนึ่งที่อาจจะแชร์รุ่นย่อยได้หลายเครื่องแล้ว เช่น Moto Z และ Moto Z Force ที่เปิดตัวไปล่าสุดนี้ (ข่าว) ทางผู้ผลิตเองก็ยังจะต้องพัฒนาอุปกรณ์เสริมต่างๆ ออกมาวางจำหน่ายร่วมเคียงคู่กัน ด้วยไม่ว่าจะพัฒนาขึ้นเองภายในหรือร่วมมือกับบริษัทเอกชนคู่ค้ารายอื่นๆ ซึ่งทาง Lenovo และ Motorola นั้นก็มีการเปิดตัวโปรเจค MotoMods ที่เป็นแผนในการพัฒนาฮาร์ดแวร์ส่วนต่อขยาย ซึ่งเชื่อมต่อผ่านการทำงานของ Pogo Pin ที่ติดตั้งอยู่บริเวณฝาหลังของเครื่องเรือธงรุ่นล่าสุด
โดยเราจะเริ่มกันด้วยการแนะนำภาพของฝาหลัง Moto Style Shells ที่ผลิตขึ้นจากวัสดุหลากหลายชนิด ดังต่อไปนี้
Black Herring
Black Leather
Charcoal Ash
Crimson Nylon
Silver Oak
Washed Oak

ในส่วนของ MotoMods นั้นอย่างแรกที่เราจะพูดถึงกัน คือ Moto Insta-Share Projector ซึ่งเป็นฮาร์ดแวร์ส่วนเสริมที่ทำให้เครื่องโทรศัพท์ Moto Z นั้นสามารถฉายภาพโปรเจคเตอร์เทียบเท่ากับจอขนาด 50 นิ้ว ได้สบายๆ สำหรับความละเอียดนั้นจะอยู่ที่ 480p (854×480 พิกเซล) ค่าคอนทราส 1:400 เรโช ค่าความสว่างอยู่ที่ 50 lumens ซึ่งอาจจะต้องมีการสภาพแวดล้อมในห้องหรือสถานที่ใช้งานให้เหมาะสมตามไปด้วย เช่น ห้องที่ปิดทึบหรือมีม่านปิดลดแสงจากภายนอก ทาง Lenovo ยังอ้างอิงด้วยว่าส่วนเสริมดังกล่าวนี้ยังช่วยเพิ่มขนาดแบตเตอรี่ด้วย ซึ่งสามารถใช้งานโปรเจคเตอร์ได้นานประมาณ 1 ชั่วโมง
อย่างต่อมาเป็นฮาร์ดแวร์ส่วนขยายที่ทำให้โทรศัพท์ Moto Z กลายเป็นลำโพงสเตอรีโอพกพาขนาดย่อมๆ เมื่อเลือกใช้งาน JBL SoundBoost ซึ่งเมื่อเชื่อมต่อแล้วระบบจะเสียงตัวเครื่องจะต่อตรงทำงานเข้ากับส่วนต่อขยายแทนลำโพงตัวเครื่องโดยอัตโนมัต ลำโพงเสริมนี้มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่ทางผู้ผลิตอ้างอิงว่าสามารถใช้ฟังเพลงได้นาน 10 ชั่วโมง ไม่เกี่ยวข้องกับแหล่งพลังงานหลักของตัวเครื่อง สุดท้ายแล้วยังมีขาตั้ง Kick-stand แบบเก๋ๆ สามารถใช้ตั้งเครื่องในแนวนอนสำหรับวางรับชมภาพยนตร์ได้อีกด้วยเช่นกัน
MotoMods ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเปิดตัวนำเสนอบนเวทีอีกหนึ่งชิ้นเป็นการปิดท้ายงานนั้น คือ Incipio ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมในตระกูล offGRID ที่เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรในการพัฒนาส่วนเสริมต่อขยายด้วยเคสแบตเตอรี่ขนาดความจุ 2,200 มิลลิแอมป์ ที่ได้รับการอ้างอิงว่าจะช่วยให้เครื่องทำงานได้เพิ่มขึ้นอีก 22 ชั่วโมง จากการใช้งานทั่วไปโดยเฉลี่ย นอกจากนั้นแล้วแพคเสริมแบตเตอรี่ดังกล่าวนี้ยังของเล่นอย่าง Qi Wireless Charge ขายแยกร่วมด้วยสำหรับผู้ที่สนใจการใช้งานชาร์จไฟแบบไร้สาย การทำงานนั้นถูกระบุว่าจะเริ่มส่งพลังงานเมื่อแบตเตอรี่หลักตัวเครื่องต่ำกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากตัวเครื่องมาพร้อมกับเทคโนโลยี Turbo Charge ที่สามารถประจุไฟได้อย่างรวดเร็วอยู่แล้วนั่นเอง
อุปกรณ์ทั้งสามชิ้นดังกล่าวนี้รวมไปถึงฝาหลัง Style Shells ยังไม่มีการเปิดเผยกำหนดการวางจำหน่ายหรือราคาเปิดตัว ซึ่งคาดว่ายังอาจจะต้องติดตามดูกันอีกครั้งหนึ่งเมื่อทาง Lenovo เริ่มดำเนินการจัดจำหน่ายเครื่องโทรศัพท์ Moto Z และ Moto Z Force อย่างเป็นทางการ แต่สิ่งหนึ่งที่สามารถมั่นใจได้ คือ อุปกรณ์เสริม MotoMods เหล่านี้จะมีการเปิดตัวออกมาเพิ่มเติมในอนาคต รวมไปถึงทาง Lenovo นั้นระบุอีกด้วยว่าจะสามารถใช้งานร่วมได้กับเครื่องโทรศัพท์เรือธงยุคต่อไป
https://www.youtube.com/watch?v=-2L1zQkJ8UA








