สำหรับคนที่เกาะติดข่าวการเปิดตัว iPhone กันมาตลอดก็น่าจะพอเดากันได้ว่าในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้เราอาจจะได้เห็น Apple เปิดตัว iPhone กันถึง 3 รุ่น ซึ่งล่าสุดก็มีข่าวใหม่ออกมาว่าอาจจะมีรุ่นหนึ่งที่ได้วางจำหน่ายช้ากว่าปกติเนื่องจากติดปัญหาบางอย่างในเทคโนโลยีที่นำมาใช้
ตามรายงานของ CNBC ที่ได้อ้างอิงข้อมูลจาก Brian White นักวิเคราะห์ของ Drexel Hamilton ระบุว่าตัว iPhone 8 รุ่นจอ OLED ขนาด 5.8 นิ้ว ซึ่งเป็นตัวท็อปของซีรีส์ ที่เปิดตัวในช่วงกันยายน อาจจะถูกเลื่อนการวางจำหน่ายไปเป็นช่วงเดือนตุลาคม หรือพฤศจิกายน เนื่องจากพบปัญหาด้านการผลิตเกี่ยวตัวเซ็นเซอร์หน้า 3 มิติ (3D-Sensing) ขณะที่ iPhone 7s และ 7s Plus (ชื่ออย่างไม่เป็นทางการ) ซึ่งเปิดตัวมาพร้อมกันจะวางขายตามช่วงเวลาปกติเนื่องจากไม่มีเทคโนโลยีนี้
สำหรับเทคโนโลยี 3D-Sensing ที่นำมาใช้กับรุ่นนี้จะเป็นการทำงานร่วมกับผู้ช่วยอย่าง Siri และแอพฯประเภท Augment Reality ซึ่งจะมีใน iPhone 8 เท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีรายงานจากทาง The Verifier อีกว่าตัว iPhone 8 อาจมาพร้อม Smart Connector เพื่อช่วยในการเชื่อมต่อสำหรับแอพพลิเคชั่นด้าน VR หรือ AR และเมื่อนำไปรวมกับเทคโนโลยีชาร์จแบตเตอรี่ไร้สาย ก็ทำให้เกิดความเชื่อว่า Apple อาจมีแนวคิดกำจัดพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆ ที่ต้องใช้สายในการเชื่อมต่อ แต่ข้อมูลทั้งหมดนี้ยังไม่มีการยืนยันที่เป็นทางการครับ
