โลจิเทค ประเทศไทย เผยกลยุทธ์การทำตลาดปี 2560 มุ่งตลาดเกมมิ่งเป็นหลักด้วยแบรนด์ Logitech G พร้อมส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ Prodigy Series เป็นหัวหอก ตั้งเป้าโต 30% ต่อไตรมาส
สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่จากกลุ่ม Prodigy Series ประกอบด้วย
- เมาส์เล่นเกม Logitech G 403 Prodigy ราคา 2,699 บาท
- เมาส์เล่นเกมไร้สาย Logitech G403 Prodigy ราคา 3,999 บาท
- คีย์บอร์ดเล่นเกมแบบ RGB Logitech G213 Prodigy ราคา 2,499 บาท
- หูฟัง Logitech G 231 Prodigy ราคา 2,299 บาท
นางสาวศิราณี วุฒิภดาดร ผู้จัดการประเทศไทย บริษัท โลจิเทค เผยว่า ในปี 2560 กลยุทธ์การทำตลาดขอบริษัทจะเน้นที่ผลิตภัณฑ์เกมมิ่งเป็นหลักและได้มีการแยกแบรนด์มาเป็น “Logitech G” ที่จะเน้นในส่วนเกมมิ่งโดยเฉพาะขณะที่เรทราคาของสินค้าจะอยู่ในระดับกลางๆ และได้ปรับแพ็คเกจใหม่ให้ชัดเจนมากขึ้น
“ผลิตภัณฑ์ Prodigy เป็นสินค้า Niche Market รองรับกับคนที่กำลังจะเริ่มต้นเล่นเกมอย่างจริงจัง ส่วนใหญ่จะมีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไปและมีการติดตามโซเชียลมีเดียอย่างใกล้ชิด มีเกมเมอร์หรือแคสเตอร์ที่เป็นไอดอล ทำให้อยากใช้อุปกรณ์แบบเดียวกันกับที่ไอดอลของตัวเองใช้ ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้จะไม่เน้นเรื่องราคา แต่มองที่คุณภาพและความถนัดมือ ซึ่ง Prodigy ทำมาให้จับถนัดมือทั้งผู้ชายและผู้หญิง ขณะที่ตัวเมาส์ก็ทำทั้งแบบมีสายและไร้สายเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค”
ด้านการแข่งขันของตลาดเกมมิ่งในปีหน้าทาง โลจิเทค มองว่าจะเป็นการแข่งขันด้านเทคโนโลยีมากกว่าเรื่องของราคา ซึ่งหลายๆค่ายจะพัฒนาสินค้ามาตามประเภทของเกม แต่ของโลจิเทค จะนำเสนอทั้งสองแบบคือทั้งตัวสินค้าที่มีศักยภาพเด่นตามสไตล์ของเกม กับสินค้าที่รองรับการเล่นเกมทุกประเภท
“ตลาดเกมมิ่งในปีนี้โตขึ้นมาก และไม่ได้ชะลอตัวตามสภาวะเศรษฐกิจ เพราะเป็น Niche Market ในต่างประเทศก็มีการจัดแข่งขันเกมกันตลอดเวลา ซึ่งการชะลอตัวจะเป็นในเชิงที่ผู้บริโภคต้องการรอดูว่าแต่ละค่ายจะมีการเปิดตัวสินค้าใหม่อะไรกันบ้าง โดยส่วนใหญ่จะเป็นช่วงไตรมาสที่ 3 สำหรับตลาดสินค้าเกมมิ่งดิไวซ์ทั้งของไทยและต่างประเทศในปีที่ผ่านมาเชื่อว่าโตมากกว่า 50%”
ด้านสัดส่วนรายได้ในปัจจุบันของ โลจิเทค ประเทศไทย 40% มาจากเกมมิ่งซึ่งมีแนวโน้มจะขยับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเป็นในระดับโลกทาง โลจิเทค ก็โฟกัสในตลาดนี้และได้มีงบสำหรับการทำตลาดเกมมิ่ง 100% คิดเป็น 5 แสนดอลลาร์ต่อไตรมาส
ส่วนแนวโน้มเทคโนโลยีที่จะมาแรงในปีหน้าทาง โลจิเทค มองว่าเป็นผลิตภัณฑ์ไร้สายจะมีการเติบโตสูงมาก ซึ่งทาง โลจิเทค เองก็ยังไม่ทิ้งตลาดสินค้าไอทีแต่จะเน้นโปรดักซ์ที่มีความเฉพาะทางมากขึ้น และในปีหน้าก็อาจจะมีเปิดแฟลกชิพสโตร์ของแบรนด์ในไทย หลังจากที่มีการเปิดในสิงคโปร์และมาเลเซียไปแล้ว
สำหรับในปีหน้าทาง โลจิเทค ได้คาดหวังการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 30% ในทุกไตรมาส และไม่กังวลเรื่องการเข้ามาของสินค้าจากจีน โดยเฉพาะในกลุ่มของเมาส์เนื่องจากมั่นใจว่าผู้บริโภคยังนิยมใช้สินค้าที่มีแบรนด์และยอมรับในคุณภาพของสินค้า




