Samsung Galaxy S6 edge+ ถือเป็นภาคต่อจากเรือธงรุ่นฮอตช่วงต้นปี S6 และ S6 edge โดยในรุ่นนี้ได้ปรับปรุงเรื่องของขนาดให้ใหญ่ขึ้น ส่วนสเปคเครื่องมาแนวเดียวกับ Galaxy Note 5 เลยทีเดียว จุดที่ปรับปรุงขึ้นอย่างชัดเจนก็คือเรื่องของกล้องที่ทำอะไรได้มากกว่า โดยเฉพาะในโหมด Pro นั่นเอง ส่วนคุณภาพกล้องก็ต้องบอกว่าทำได้เทียบกับตัว Note 5 เลยครับ เดี๋ยวเรามาลองเล่นกัน
สเปคเครื่อง Samsung Galaxy S6 edge+ (Galaxy S6 edge Plus)
– จอแสดงผล Super AMOLED 5.7″ Quad HD 2560 x 1440 (518ppi)
– หน้าจอแบบ Dual edge screen พร้อมฟีเจอร์ People edge และ Apps edge
– ขนาด 154.4 x 75.8 x 6.9 mm หนัก 153 กรัม
– ชิปเซ็ต Exynos 7420 Octa core (2.1GHz Quad + 1.5GHz Quad), 64 bit, 14 nm Processor
– RAM 4GB, ROM 32GB (UFS 2.0)
– กล้องหลัก 16MP OIS f1.9, กล้องหน้า 5MP f1.9
– ระบบ Android 5.1.1 Lollipop + TouchWiz
– แบตเตอรี่ 3,000 mAh
– ที่สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint)
– รองรับ Fast Charge และ Wireless Charging ที่ชาร์จเร็วกว่าเดิม
รายละเอียดสเปคของกล้อง
– กล้องหลัก 16 ล้านพิกเซล F1.9
– มีเทคโนโลยี OIS (Optical Image Stabilization)
– โหมด PRO ปรับสปีดชัตเตอร์ได้
– มีระบบ Real-time HDR
– เรียกกล้องได้เสี้ยววินาที (กด Home สองครั้ง)
– บันทึกวิดีโอแบบ 4K UHD
– กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล F1.9
– ภาพเซลฟี่แบบ Advanced Selfie ปรับหน้าสวย มุมกว้าง
– มีโหมด Wide selfie, Rear selfie
สเปคเครื่องเรียกได้ว่าจัดเต็มที่สุดเวลานี้เลยก็ว่าได้ ฟีเจอร์กล้องก็เช่นกันครับ ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่มีฟังก์ชั่นเรื่องกล้องที่ครบที่สุด และถ่ายภาพได้ดีมากๆ ด้วยจากปากคำของใครหลายๆ คน เพราะลองเอาไปให้เพื่อนๆ ที่คลั่งเรื่องกล้องต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเจ๋งจริงนะ ^^
Samsung Galaxy S6 edge+ มีกล้องถ่ายภาพเป็นเลนส์ 16 ล้านพิกเซล F1.9 มีระบบ Smart OIS เหมือนกับ Galaxy Note 5 และ Galaxy S6 แต่ถ้าเทียบกับพี่น้องร่วมตระกูล รุ่นนี้จะเหนือกว่า กล้องระดับเดียวกับ Note 5 ฟีเจอร์ต่างๆ มาทางเดียวกันเลย ซึ่งตัว Galaxy S6 edge+ จะสามารถปรับเรื่องของสปีดชัตเตอร์ในโหมด Pro ได้ด้วยนั่นเอง รุ่นน้องอย่าง Galaxy S6 ไม่มีลูกเล่นนี้ครับ
ฟีเจอร์กล้องของ Samsung Galaxy S6 edge+ เพียบ Live Broadcast ก็มา Video Collage ก็มี เอามาถ่ายเก๋ๆ ครับ ลูกเล่นพวกนี้ผมค่อนข้างชอบนะ อื่นๆ ก็ยังมีครับทั้ง Panorama, Selective focus, Slow motion, Virtual shot และอื่นๆ อีกเพียบที่สามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมเอาได้ครับ
UI กล้องทำออกมาเหมือนเดิมเรียบๆ สะอาดตา ทุกอย่างเคลื่อนไหวสมูธแบบพรีเมี่ยมๆ เลย เมนูต่างๆ ไม่ซับซ้อนเรียกใช้งานปรับตั้งค่าได้อย่างครบถ้วนครับ
วันนี้ที่อยากแนะนำที่สุดก็คือโหมดการถ่ายภาพแบบ PRO ที่สามารถปรับฟังก์ชั่นต่างๆ ได้หลากหลายครับ รวมถึงสปีดชัตเตอร์ด้วย ทำให้คนที่ชอบการถ่ายภาพสามารถครีเอทภาพรูปแบบใหม่ๆ ได้ดั่งใจนึกเลยทีเดียว อย่างแรกคือเรื่องของ White balance ตรงนี้มีให้เลือกทั้งแบบ Daylight, Cloudy, Incandescent, Fluorescent และมีโหมด Kelvin เพิ่มเข้ามาในรุ่นนี้ สามารถปรับโทนสีได้ตามใจชอบเลยทีเดียว นี่เป็นจุดที่ S6 ไม่มีครับ
ปรับโฟกัสได้ตามต้องการ ฟีเจอร์นี้มีมาตั้งแต่รุ่น S6 แล้ว ในโหมด PRO เราจะปรับโฟกัสสั้นยาวได้ตามใจชอบ หรือจะเลือกเป็น Auto ไว้ก็แล้วแต่สะดวกเลย ระยะโฟกัสเท่าที่ลองได้ใกล้สุดถึง 10 cm เลยนะ
ปรับสปีดชัตเตอร์ อันนี้เป็นลูกเล่นใหม่เพิ่มเติมเข้ามาในรุ่น Galaxy S6 edge+ ซึ่งสามารถปรับความเร็วชัตเตอร์ได้ต่ำสุดถึง 10 วินาทีเลยทีเดียว เป็นการเปิดรูรับแสงถ่ายภาพนาน 10 วินาที เอาไว้ถ่ายภาพไฟวิ่ง หรือครีเอทภาพใหม่ๆ ได้ตามที่ต้องการ
ส่วนความเร็วสูงสุดสามารถปรับได้ถึง 1/24,000 เลยทีเดียวครับ เอาไว้ถ่ายภาพเคลื่อนไหวเร็วๆ ภาพน้ำตก ภาพรูปแบบต่างๆ ที่ต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงๆ แม้แต่ภาพเม็ดฝนก็สามารถจับได้ จะเป็นมอเตอรไซค์ขี่ผ่าน รถวิ่งผ่านไปเร็วๆ ก็สามารถเรียกกล้องภายในเสี้ยววินาทีขึ้นมาถ่ายได้ทัน แต่จะเข้าโหมด PRO แล้วปรับได้ทันรึเปล่านั่นอีกเรื่อง…
การใช้งานถ่ายภาพโหมด PRO ปรับระยะโฟกัสต่างๆ ก็เอามาถ่ายภาพโคสอัพได้หลากหลายแบบ ซึ่งปรับแสง ปรับระยะโฟกัส และสปีดชัตเตอร์ให้ลงตัวถ่ายภาพแบบที่ต้องการได้เลยด้วย
การถ่ายภาพตอนกลางคืนต้องบอกว่า Samsung Galaxy S6 edge+ ทำได้ดีพอตัวเลย เพราะรูปรับแสงกว้าง F1.9 ถ่ายได้สว่างกว่า และซอฟท์แวร์ก็ประมวลภาพได้ดีจริงๆ จะใช้โหมด PRO ประยุกต์การถ่ายภาพ ใช้ขาตั้งกล้องหรืออะไรก็ทำได้หลากหลายตามสะดวกครับ
โหมด Auto ของรุ่นนี้ก็ถือว่าทำงานได้ยอดเยี่ยมเลยครับ ฉลาดปรับแต่งไว ถ่ายภาพได้ง่ายมากๆ ใครที่ไม่อยากปรับแต่งอะไรเพิ่มเติมก็โหมด Auto นี่แหละภาพถ่ายออกมาสวยถูกใจอยู่แล้ว หรือจะโหลดพวกฟีเจอร์อื่นๆ มาใช้เก๋ๆ เอาแทนก็ได้หากคิดว่า PRO ยังปรับยุ่งยากอยู่ อันที่จริงผมว่าทำมาปรับง่ายแล้ว อันนี้ไม่อยากปรับก็ตั้งเป็น Auto ไว้ได้ ปรับบางอย่างเช่นสปีดชัตเตอร์ หรือระยะโฟกัสครับ ลองดูภาพตัวอย่างเอาเลย
ส่วนกล้องหน้านั้นก็เป็นเลนส์ 5 ล้านพิกเซล F1.9 เช่นกัน และมีมุมกว้างถึง 120 องศาเก็บภาพแนวตั้งนี่หน้าแหลมเรียวสวยเลย แนวขวางก็เก็บรายละเอียดได้เยอะด้วย ทั้งกล้องหน้าหลังรองรับ Real-time HDR ครับ ลองดูภาพตัวอย่างจากกล้อง
สำหรับการถ่ายวิดีโอ Samsung Galaxy S6 edge+ รองรับการถ่ายระดับ 4K Ultra HD เลยทีเดียว แต่ไฟล์ค่อนข้างใหญ่ จริงๆ เราถ่ายกันแค่ Full HD 1080p ก็คมชัดเป็นมาตรฐานในปัจจุบันอยู่แล้ว สามารถถ่ายแบบ 60fps ได้ด้วย รองรับกับพวกวิดีโอแบบ Slow motion หรือ Fast motion นั่นเอง ลองดูตัวอย่างวิดีโอกัน
สำหรับ Samsung Galaxy S6 edge+ นั้นวางขายแล้วนะครับในราคา 26,900 บาท ของแถมเพียบ ใครอยากลองกล้องแจ่มๆ ฟีเจอร์จัดเต็มแบบนี้ บนบอดี้ที่สวยพรีเมี่ยม พร้อมหน้าจอโค้งแบบ Dual edge สามารถไปหาลองเล่น หรือจับจองกันได้ที่ Samsung Brand Shop หรือร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศครับ






















