เป็นสมาร์ทโฟนจากค่ายผู้ให้บริการด้านเครือข่ายที่มีความน่าสนใจอีกหนึ่งรุ่น สำหรับ dtac Phone X3 ที่มีความโดดเด่นอย่างชัดเจนที่ตัวกล้องหลังแบบคู่ พร้อมด้วยระบบปฏิบัติการณ์เวอร์ชั่นล่าสุด Android Nougat
สเปคของ dtac Phone X3
- ขนาดตัวเครื่อง 155.35 × 75.9 × 7.08 มม.
- หน้าจอ 5.5 นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 1920×1080
- กำลังประมวลผล MediaTEK MT6750T Octa Core 1.5GHz ใช้ GPU Mali T860
- ติดตั้ง RAM 3GB ความจุในตัว 32GB รองรับ microSD card สูงสุด 64GB
- สนับสนุนการเชื่อมต่อสัญญาณเครือข่าย 2G/3G/4G Cat 4 150/50 Mbps
- รองรับการเชื่อมต่อ WiFi 802.11 b/g/n, Bluetooth V4.0
- กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.0
- กล้องหลังเลนส์คู่ 13+2 ล้านพิกเซล ค่ารูรับแสง f/2.0 มี Auto Focus และแฟลช Dual-LED Flash
- มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือตรงปุ่ม Home
- แบตเตอรี่ 3,000mAh พร้อมระบบ Fast Charge
- รันระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat
- สีตัวเครื่องที่วางจำหน่าย ทอง/ดำ
- ราคา 5,690 บาท
เปิดกล่อง dtac Phone X3
กล่องแพ็คเกจจิ้งของ dtac Phone X3 เป็นกล่องกระดาษแข็งครับ ด้านข้างตัวกล่องมีการบอกสเปค ภาษาที่รองรับ (ไทย/อังกฤษ/เมียนมาร์/กัมพูชา) พร้อมระยะเวลาการรับประกันเครื่อง 15 เดือน
ลักษณะกล่องภายในมีการแบ่งเป็นชั้นๆ ชั้นแรกเป็นเครื่อง dtac Phone X3 ชั้นถัดมาเป็นชุดอุปกรณ์ต่างๆ ประกอบด้วย
- คู่มือการใช้งานและใบรับประกัน
- ตัวอะแดปเตอร์ชาร์จไฟ และสาย Micro USB
- หูฟังสมอลทอร์คขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. แบบ in-ear
- ชุดจุกยางสำหรับเปลี่ยนที่หูฟัง
- เข็มจิ้มถาดซิม
- เคสพลาสติกแบบขุ่น
- ฟิล์มกันรอย (ติดมาจากโรงงาน)
- ซิมเติมเงิน Go เพลิน
งานออกแบบตัวเครื่อง
บอดี้ของ dtac Phone X3 เป็นพลาสติกขึ้นรูปชื้นเดียวแบบ Unibody ไม่สามารถถอดฝาหลังได้และมีการเคลือบพร้อมขึ้นลายขัดแบบ Metallic เพื่อให้ดูคล้ายกับโลหะ มีความมันวาวให้สัมผัสที่มีความพรีเมี่ยม แต่เป็นรอยนิ้วมือง่าย ขณะที่น้ำหนักตัวเครื่องค่อนข้างเบาและบาง 7.08 มม. จับถนัดมือ
ตัวหน้าจอเป็น IPS LCD มีขนาดกว้าง 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full HD ครอบทับกระจกขอบโค้ง 2.5D ส่วนด้านบนจะเป็นพื้นที่ด้านบนของจอเป็นกล้องหน้า , ลำโพงสนทนา และช่องเซ็นเซอร์ตามมาตรฐานทั่วไป ส่วนขอบด้านบนมีช่องเสียบแจ็คหูฟังขนาด 3.5มม.
ส่วนด้านล่างเป็นปุ่ม Home ที่ทำหน้าที่เป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไปในตัว และยังเป็นปุ่ม Intelligent Touch รองรับการทำงานหลายคำสั่งด้วยปุ่มเดียว อาทิเช่น กดกลับไปหน้า Home กดสั้นๆครั้งเดียวเพื่อย้อนกลับ หรือ กด 2 ครั้งติดต่อกันเพื่อเรียกใช้ Recent Apps
ปุ่ม Power และตัวปรับระดับเสียงจะอยู่ที่ด้านขวาของเครื่องครับ ขณะที่ด้านล่างเป็นช่อง Micro USB ไมค์ และลำโพง ส่วนถาดใส่ซิมจะอยู่ทางฝั่งซ้ายครับ ซึ่งเป็นแบบ Hybrid ต้องเลือกระหว่างใส่สองซิมการ์ดหรือหนึ่งซิมการ์ด + MicroSD Card สูงสุด 64GB
สำหรับด้านหลังก็เป็น กล้องคู่ พร้อมแฟลช Dual-LED มีโลโก้ dtac ตรง ถัดมาด้านล่างก็เป็น dtac Phone 4G
การใช้งาน
dtac Phone X3 รันระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นล่าสุดอย่าง Android 7.0 Nougat หน้าเป็น Launcher3 มีแอพพลิเคชั่นที่เป็นของดีแทคติดตั้งมาให้พร้อมทั้งตัว ดีแทค แอพพลิเคชั่น , Capture ,dtac music ,dtac play ,Game Room, Farmer Info ,Jaew Wallet และ Music Infinite รวมถึงแอพฯสามัญประจำเครื่องทั้ง LINE ,Facebook หรือ Instagram ก็ติดตั้งมาให้เรียบร้อย
ตัวเครื่องมีระบบการรักษาความปลอดภัยด้วยเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ที่อยู่ตรงปุ่ม Home ใต้จอ ซึ่งขนาดกำลังดีสแกนเร็วใช้ได้ แถมยังรองรับได้สูงสุดถึง 5 นิ้ว
จุดเด่นที่ต้องโฟกัสในรุ่นนี้เลยคือเรื่องการถ่ายภาพด้วยกล้องหลังคู่ โดยกล้องตัวหลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องรองที่เป็นเซ็นเซอร์วัดระยะ (
ในโหมดนี้เราสามารถปรับค่ารูรับแสงให้เบลอมาก-น้อยตามความต้องการได้และถ้าจะให้เนียนควรจะถ่ายห่างจากตัวแบบราวๆ 2 เมตร และตัวแบบเองจะต้องอยู่ห่างจากฉากหลังสักหน่อยครับ แต่ถ้าพลาดก็สามารถเข้าไป Refocus ที่ตัวรูปได้
จากการทดสอบถ่ายภาพด้วยกล้องหลังคู่พบว่าตัว dtac Phone X3 สามารถทำได้ดีสมกับราคา อาจจะมีการหน่วงเล็กๆเมื่อเปิดถ่ายในโหมดนี้ ขณะที่การทำหน้าชัดหลังเบลอยังไม่ค่อยคมเท่าไรแต่ถือว่าใช้งานได้ครับ
มาที่ตัวเมนูกล้องมีมาให้ก็ครบถ้วนตามการใช้งานที่จำเป็นไม่ว่าจะเป็น โหมดอัตโนมัติ ,โหมดคุณภาพสูง ,โหมดบิ้วตี้ ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง ,โหมดโปร ,โหมด PIP ,โหมด พาโนรามา และโหมด HDR พร้อมลูกเล่นเพียบ ซึ่งกล้องของรุ่นนี้ทำผลงานได้ดีกับการถ่ายภาพในที่ที่มีแสงเพียงพอ ถ้าเจอสภาพแสงน้อยคุณภาพก็จะดร็อปลงมาเป็นปกติ
ภาพตัวอย่างจากกล้องของ dtac Phone X3
หากให้มองด้านความคุ้มค่า dtac Phone X3 นับเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากได้สมาร์ทโฟน 4G ราคาประหยัดที่มีกล้องคู่ ,สแกนลายนิ้วมือ ,รองรับสองซิม, มีเทคโนโลยี VoLTE แถมรัน Android 7.0 Nougat สนนราคาเครื่องเปล่าในตอนนี้อยู่ที่ 5,690 บาทเท่านั้น พร้อมด้วยประกัน 15 เดือน
นอกจากนี้ลูกค้าดีแทครายเดือนก็มีสิทธิจะได้ลดราคาค่าเครื่องเหลือเพียง 1,990 บาทเท่านั้น โดยที่ต้องมีหรือสมัครแพ็คเกจ 499 บาทขึ้นไป พร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 2,000 บาท ในกรณีที่ไม่ชำระค่าบริการล่วงหน้าค่าเครื่องจะลดเหลือ 3,690 บาท ขณะที่ลูกค้าเติมเงินจะได้รับสิทธิดู YouTube ฟรี 6GB /เดือน นาน 12 เดือน ใครที่สนใจก็สามารถไปลองจับเป็นเจ้าของกันได้ หรือกดเข้าไปตามช่องทางนี้เลย




























