
สำนักงาน กสทช. ยืนยันการดำเนินการประมูล ๓ G ถูกต้องครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดและพร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงในการดำเนินการทุกขั้นตอน หากจะมีการฟ้องร้องคดีเกิดขึ้น และแจ้งผลการตรวจวัดคุณภาพและมาตรฐานโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า
๑. ตามที่ปรากฎข่าวทางสื่อมวลชนว่า จะมีผู้ฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวการดำเนินการประมูล ๓ G ที่สำนักงาน กสทช. จะจัดให้มีการประมูลในวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๕ นั้น
สำนักงาน กสทช. ขอเรียนว่า การดำเนินการประมูล ๓ G ได้เริ่มดำเนินการ ครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๕๓ โดย กทช. แต่ไม่อาจดำเนินการได้เนื่องจากมีผู้ฟ้องคดีต่อศาลปกครองว่า กทช. ดำเนินการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากขณะนั้นยังไม่มี กสช. ในขณะนั้น ซึ่งศาลปกครองได้พิจารณาปัญหาในข้อกฎหมายแล้วเห็นว่า มีปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กทช. ในการดำเนินการประมูล ๓ G เพราะยังไม่มี กสช. ในขณะนั้น ดังนั้น การดำเนินการประมูล ๓ Gต่อไป อาจเกิดความเสียหายได้จึงมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไว้ การดำเนินการประมูล ๓ G ในช่วงนั้น จึงไม่อาจดำเนินการประมูลต่อไปได้
ในปี ๒๕๕๓ รัฐสภาได้เห็นชอบ และได้มีการประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. ๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๓ โดยบัญญัติให้ รวม กทช. และ กสช. เป็น กสทช. มีอำนาจหน้าที่ในดำเนินการประมูลคลื่นความถี่ ๓ จี ซึ่ง กสทช. ได้ดำเนินการประกาศแผนแม่บทคลื่นความถี่ฯ แผนแม่บทโทรคมนาคมฯ และหลักเกณฑ์และวิธีการการประมูลคลื่น ๓ G ตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ดังนั้น
๑. การประมูล ๓ G ไม่มีปัญหาในข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ กสทช. ในการดำเนินการประมูล ๓ G จึงไม่มีข้อสงสัยในอำนาจหน้าที่ของ กสทช. ในเรื่องดังกล่าว
๒. การกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และขั้นตอน การดำเนินการประมูล ๓ G กสทช. และสำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินการตามกระบวนการที่กฎหมายกำหนดถูกต้องทุกขั้นตอนอย่างครบถ้วน
๓. หลักเกณฑ์และวิธีการประมูล มีการกำหนดมาตรฐานการให้บริการ การพัฒนา ทางเทคโนโลยี การคุ้มครองประโยชน์ประเทศ คุ้มครองประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคในด้านการบริการและรวมทั้งคุ้มครองผู้ด้อยโอกาส และมีการฟังความคิดเห็นสาธารณะ ตามกระบวนการที่กฎหมายได้บัญญัติไว้อย่างครบถ้วน
๔. รายได้อันเกิดจากการประมูล ๓ G ทั้งหมด สำนักงาน กสทช. จะต้องนำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้ของแผ่นดินให้รัฐบาลนำไปใช้จ่ายต่อไป ดังนั้น ประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการประมูล ๓ G เป็นของประเทศและประชาชนโดยรวมอย่างแท้จริง
การดำเนินการในการประมูล ๓ จีทุกขั้นตอน กสทช. และสำนักงาน กสทช. ได้ดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศและประชาชน มาตรฐานการให้บริการ การคุ้มครองและการให้บริการประชาชน และการบริการผู้ด้อยโอกาสในสังคมเป็นหลัก เพื่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม มิได้มุ่งประสงค์เพื่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ประกอบกิจการ นอกจากนี้ การให้บริการประชาชนอย่างเท่าเทียมกันทุกภาคส่วนและผู้ด้อยโอกาสในสังคมก็จะได้มีการดำเนินการในแผนการบริการอย่างทั่วถึงตามที่กฎหมายกำหนดอีกส่วนหนึ่งด้วย และในวันอังคารที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๕ สำนักงาน กสทช. จะได้นำผลการตรวจคุณสมบัติของผู้เข้าประมูล ๓ G ตาม IM เสนอ กทค. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ แล้วประกาศ ให้ทราบในวันดังกล่าว และจะมีการเคาะประมูลราคาในวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๕ ต่อไป
ดังนั้น การที่มีผู้ใดที่เห็นว่าการดำเนินการประมูล ๓ G มีปัญหาความไม่ชอบหรือไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศและประชาชน ก็เป็นสิทธิที่สามารถจะกระทำได้ภายใต้ขอบเขตบทบัญญัติของกฎหมาย และสามารถใช้สิทธินั้นในการฟ้องคดีต่อศาลต่อไป ซึ่งสำนักงาน กสทช. พร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงในการดำเนินการทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อไป
สำนักงาน กสทช. ขอยืนยันว่า การดำเนินการประมูล ๓ G ครั้งนี้ กสทช. และสำนักงาน กสทช. มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการตามกฎหมาย โดยขั้นตอนการดำเนินการทุกขั้นตอนได้ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดอย่างครบถ้วนทุกประการ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลัก จึงขอให้ความมั่นใจต่อประชาชนว่า การดำเนินการประมูล ๓ G จะต้องมีการดำเนินการในวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๕ อย่างแน่นอน และการประมูล ๓ G นี้จะเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ และเทคโนโลยีโดยรวม รวมทั้งการรองรับการเข้าสู่ AEC ในปี ๒๕๕๗ ต่อไปอย่างแน่นอน
๒. การตรวจวัดคุณภาพและมาตรฐานโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่
เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๕ สำนักงาน กสทช. ได้ให้รถ Drive Test ตรวจวัดคุณภาพและมาตรฐานโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่บนเครือข่าย ๒ G และ ๓ G ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกรายคือ AIS, DTAC, TRUE MOVE และ TOT ตามเส้นทางไปกลับสำนักงาน กสทช.-บนทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ระหว่างเวลา ๐๙.๔๐-๑๑.๐๐ น. และ ๑๓.๐๐-๑๖.๐๐ น. ปรากฏว่า
การโทรบนโครงข่าย ๒ G
– AIS โทรจำนวน ๗๕ ครั้ง สายหลุด ไม่มี ความแรงสัญญาณ ๙๖.๔%
– DTAC โทรจำนวน ๗๕ ครั้ง สายหลุด ไม่มี ความแรงสัญญาณ ๙๙.๔๘%
– TRUE MOVE โทรจำนวน ๗๕ ครั้ง สายหลุด ๓ ครั้ง ความแรงสัญญาณ ๙๙.๘๔%
การโทรบนโครงข่าย ๓ G
– AIS โทรจำนวน ๖๕ ครั้ง สายหลุด ๒ ครั้ง ความแรงสัญญาณ ๙๕.๙๑%
– DTAC โทรจำนวน ๖๗ ครั้ง สายหลุด ๑๓ ครั้ง ความแรงสัญญาณ ๙๖.๐๕%
– TRUE MOVE โทรจำนวน ๖๖ ครั้ง สายหลุด ๓ ครั้ง ความแรงสัญญาณ ๙๙.๙๖%
– TOT โทรจำนวน ๗๖ ครั้ง สายหลุด ๖ ครั้ง ความแรงสัญญาณ ๘๒.๕๗%
ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. จะได้มีหนังสือแจ้งผลการตรวจวัดดังกล่าวให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้ง ๔ รายทราบ เพื่อดำเนินการแก้ไขโดยเร็วต่อไป