Apple ประกาศเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus อย่างเป็นทางการในงานอีเวนท์ที่ ซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมาพร้อมสเปคโดนใจสาวกตามข่าวลือที่โหมกันมาก่อนหน้านี้
iPhone 7 ดีไซน์ใหม่พร้อมมาตรฐานกันน้ำ
ดีไซน์ของรุ่นนี้ไม่แตกต่างไปจากเดิมมากครับ แต่ได้มีการใช้เทคโนโลยีเคลือบสีแบบใหม่ ทำออกมา 5 สี ได้แก่ สีดำด้าน (black)/ดำวาว (Jet Black)/ เงิน (Silver)/ ทองชมพู (Rose Gold)/ ทอง (Gold)
ส่วนปุ่ม Home เป็นแบบ Pressure Sensitive ที่จะรับรู้แรงกดได้ แต่ไม่ได้คลิกลงไปจริงๆ ซึ่งทั้งสองส่วนนี้เป็นการออกแบบเพื่อรองรับมาตรฐานกันน้ำ กันฝุ่น มาตรฐาน IP67 ทำให้ iPhone 7 สามารถแช่น้ำได้นานสูงสุด 30 นาที ที่ความลึกไม่เกิน 1 เมตร
iPhone 7 มีกล้องใหญ่ ส่วนรุ่น Plus ได้กล้องคู่
กล้องดิจิทัล iSight ในรุ่น iPhone 7 มีการปรับขนาดโมดูลกล้องหลังให้ใหญ่ขึ้น เพิ่มขนาดเซ็นเซอร์เป็น 1/2.6 นิ้ว มีรูรับแสง f/1.8 เลนส์ประกอบ 6 ชิ้น ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่น OIS และถ่ายภาพในสกุล RAW ได้ ส่วนกล้องหน้า 7 ล้านพิกเซล ชิปประมวลผลของภาพเป็นผลงานของ Apple เอง สำหรับตัวแฟลชเพิ่มไฟ LED เป็น 4 ดวง สร้างโทนแสงได้ดีกว่าเดิม
ไฮไลท์ที่ทุกคนรอจริงๆน่าจะเป็นรุ่น Plus ครับ แน่นอนว่ากล้องหลังแบบคู่ตามข่าว ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลเท่ากัน แต่ทำงานต่างกันเลนส์ตัวหนึ่งจะเป็น Tele ส่วนอีกตัวจะเป็นเลนส์ Wind ทำให้ความสามารถในการถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอ เทียบเท่ากับกล้องโปร แถมยังมีระบบซูมแบบ Optical ถึง 2 เท่าโดยความละเอียดของภาพไม่เสียไป
จอแสดงผล ระบบเสียงดีกว่าเดิม
หน้าจอของ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus เป็น Retina HD ขนาด 4.7 นิ้ว และ 5.5 นิ้ว สว่างกว่า iPhone 6s ถึง 25% เพิ่มเทคโนโลยีทำให้สามารถแสดงโทนสีภาพได้กว้างและสมจริงกว่าเดิม แถมมีลำโพงอีก 2 ตัว
ลาก่อนช่อง 3.5 มม. ต้อนรับ Lightning เปิดทางสู่ยุคไร้สาย
iPhone 7 และ iPhone 7 Plus โบกมือลาช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. และเปลี่ยนมาใช้พอร์ตแบบ Lightning แทน และแถมชุดหูฟัง Earpods ที่ต่อกับ Lightning และแถมหัวแปลง 3.5 to Lightning มาให้
นอกจากนี้ยังได้เปิดตัวหูฟังไร้สาย AirPods ที่ทาง Apple เป็นคนพัฒนาชิปเองในชื่อ W1 ซึ่งตัวนี้ต้องซื้อเพิ่มครับ รองรับการเชื่อมต่อเพื่อใช้งานได้ทั้งกับ iPhone และ Apple Watch อีกทั้งเปิดตัว Beats Solo 3 Wireless และ Power Beats 3
ศักยภาพเต็มที่ด้วยชิป A10
หน่วยประมวลผลของรุ่นนี้ใช้ชิป A10 ประมวลแบบ Quad Core 64 bit ทำงานไวขึ้นเดิม 50% เมื่อเทียบกับชิป A9 ขณะที่ตัวแบตเตอรี่ก็เพิ่มสเปคความจุเข้าไป ใช้งานได้ยาวนานขึ้นกว่าเดิม 2 ชั่วโมงเมื่อเทียบกับ iPhone 6s ถ้าเป็น รุ่น 7 Plus จะนานกว่ารุ่น 6 Plus ราวชั่วโมงหนึ่ง
การวางจำหน่าย
iPhone 7 และ iPhone 7 Plus เปิดพรีออเดอร์ 9 กันยายนนี้ พร้อมขายจริง 16 กันยายน หน่วยความจำมีให้เลือก 32GB / 128GB / 256GB ราคาเริ่มต้นของ iPhone 7 อยู่ที่ 647 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 22,000 บาท) สี Jet Black จะมีในรุ่นความจุ 128GB และ 256GB เท่านั้น ส่วนรุ่น Plus สตาร์ทที่ 769 เหรียญ (ราว 26,000 บาท)
สำหรับกลุ่มประเทศแรกที่จะได้ iPhone 7 ไปวางขายประกอบด้วย ออสเตรเลีย, ออสเตรีย, เบลเยี่ยม, แคนาดา, จีน, เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ฮ่องกง, ไอร์แลนด์, อิตาลี, ญี่ปุ่น, ลักเซมเบิร์ก, เม็กซิโก, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, นอร์เวย์, โปรตุเกส, เปอร์โตริโก, สิงคโปร์, สเปน, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, ไต้หวัน, ยูเออี, สหราชอาณาจักร และ สหรัฐอเมริกา
ส่วนประเทศไทย ก็ยังไม่ได้มีกำหนดการชัดเจนเหมือนเช่นเดิม ทีมงานก็เดาๆ เหมือนเดิมว่า น่าจะมีจำหน่ายช่วงปลายเดือนตุลาคม – ต้นพฤศจิกายน ตามช่วงเวลาที่จำหน่ายในปีที่แล้ว












