เมื่อวันที่ 3 – 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา กสทช.สุภิญญา กลางณรงค์ เป็นตัวแทนไปร่วมงาน World Press Freedom Day 2012 ตามคำเชิญขององค์กรยูเนสโกแห่งสหประชาชาติ ณ เมืองตูนิส ประเทศ ตูนิเซีย โดยมีตัวแทนของหน่วยงานองค์กรด้านกำกับดูแล นักวิชาการ สื่อมวลชน ให้ความสนใจเข้าร่วมจากหลายประเทศทั่วโลก
นอกจากนี้ กสทช.สุภิญญาฯ ได้รับเกียรติเป็นวิทยากรร่วมเสวนา หัวข้อ Mapping Digital Media ร่วมกับ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ นักวิชาการด้านเศรษฐกิจยุคสารสนเทศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และวิทยากรจากประเทศไทยโรมาเนีย รัสเซีย โมรอคโค เม็กซิโก และอิตาลี
กสทช.สุภิญญาฯ กล่าวถึงการเดินทางไปร่วมงานครั้งนี้ว่า งานวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลกเป็นงานที่ยูเนสโกจัดขึ้นเป็นประจำทุกๆปี ประเทศตูนีเซียมีความน่าสนใจเพราะเมื่อปี ค.ศ. 2010 ตูนีเซียเป็นประเทศแรกๆที่มีการรวมตัวลุกฮือของประชาชนในการเคลื่อนไหวทางการเมือง มีการใช้สื่อใหม่ๆ เช่น โซเชียลมีเดีย ในการส่งข่าวกัน เป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เรียกว่า “อาหรับสปริง” ตอนนี้ประเทศเขามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น มีการจัดอันดับการเพิ่มขึ้นของประเทศที่มีสิทธิเสรีภาพและมีการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยเพิ่มขึ้นจากเดิม เพราะฉะนั้นจึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ยูเนสโกเลือกจัดงานที่นี่ ซึ่งวันที่ 3 พ.ค.เป็นวันสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ในงานนี้มีการมอบรางวัลให้สื่อมวลชนที่ต่อสู้เรื่องสิทธิเสรีภาพ และในวันที่ 4 – 5 จะเป็นการสัมมนาในประเด็นที่น่าสนใจ คือ การกำกับดูแลกันเองของสื่อมวลชน เรื่องการพัฒนาสื่อใหม่ๆ และในวันที่ 5 ตนได้บรรยายเรื่อง Mapping Digital Media คือการดูความเปลี่ยนแปลงของสื่อดิจิตอล ในฐานะที่เป็นกสทช. ต่อการทำหน้าที่ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนและแผนแม่บทฯที่มีความสำคัญ ในวันที่ 6 เป็นการ Work Shop ของกลุ่มย่อย และจะเดินทางกลับในวันที่ 8 พ.ค. ทั้งนี้ การที่กสทช.ได้รับเชิญไปร่วมงานนี้ถือเป็นสิ่งดี เพราะกสทช.เป็นองค์กรที่ถูกยอมรับจากเวทีพหุภาคี ที่เป็นเครือข่ายสหประชาชาติ ซึ่งเขาอาจมองเห็นว่าประเทศไทยมีการพัฒนาการเรื่องสังคม สื่อ การเมือง ที่น่าสนใจ การที่เลือกเชิญองค์กรกำกับดูแลที่เกิดใหม่ที่จะต้องมากำกับดูแลสื่อท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และท่ามกลางความซับซ้อนของการเมือง ซึ่งประเทศไทยก็อยู่ในช่วงของการผันผวนทางการเมืองเหมือนกัน อาจจะคนละบริบทกับตูนีเซีย แต่ก็อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน เขาคงมองเห็นว่าบทบาทกสทช.มีความสำคัญ ทั้งในความหวังและในการตั้งคำถาม ว่าเราเข้ามาแล้วจะสามารถธำรงสิทธิเสรีภาพ กำกับดูแลและประโยชน์สาธารณะได้จริงไหม ท่ามกลางการเมืองและเทคโนโลยีที่มีแรงกดดันสูง ซึ่งตนคาดหวังว่าการเดินทางครั้งนี้จะได้เผยแพร่การทำงานของกสทช. และจะนำประสบการณ์ที่ได้จากการเดินทางครั้งนี้มาเผยแพร่ต่อไป