ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกฎหมาย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการบูรณาการและปรับปรุงกฎหมายและระเบียบด้านโทรคมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะอนุกรรมการบูรณาการและปรับปรุงกฎหมายและระเบียบด้านโทรคมนาคม ครั้งที่ 3/2555 เมื่อวันที่ 6 ก.พ. 2555 ที่ประชุมได้พิจารณาร่างหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในลักษณะที่เรียกเก็บเงินล่วงหน้า ตามที่กลุ่มภารกิจด้านบริหารเลขหมายโทรคมนาคม เสนอ ซึ่งที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นชอบตามร่างหลักเกณฑ์ที่มีการเสนอ กล่าวคือ จากประกาศ กทช.ปัจจุบันที่มีการกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการจะต้องจัดเก็บข้อมูลของผู้ใช้บริการ โดยข้อมูลในส่วนของ ชื่อ สกุล และที่อยู่ของผู้ใช้บริการ ต้องเก็บพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือเอกสารประจำตัวอื่นใดที่ใช้แทนได้ที่ออกโดยราชการ ซึ่งแม้จะเป็นสิ่งที่จำเป็นอันเกิดประโยชน์ต่อภารกิจทางด้านความมั่นคง แต่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองว่าเป็นการเพิ่มภาระ เป็นเหตุให้การบังคับใช้ประกาศดังกล่าวเป็นไปด้วยความยากลำบาก
ร่างหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดเก็บที่ผ่านความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการฯ ได้มีการเพิ่มช่องทางในการจัดเก็บข้อมูลของผู้ใช้บริการ โดยผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมอาจจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวในรูปแบบเอกสาร สำเนาอิเลคทรอนิกส์ หรือจัดทำช่องทางให้ผู้ใช้บริการทำการบันทึกข้อมูลเลขที่บัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก ที่สามารถระบุชื่อ สกุล และที่อยู่ของผู้ใช้บริการเลขหมายโทรคมนาคมนั้นได้ โดยให้ผู้ใช้บริการแสดงบัตรประจำตัว ก่อนทำการบันทึกข้อมูลเลขที่บัตรดังกล่าว ซึ่งเมื่อปฎิบัติตามขั้นตอนนี้แล้ว ให้ถือว่าเป็นการจัดเก็บข้อมูลตามข้อ 38 (1) ของประกาศ กทช. เรื่องหลักเกณฑ์การจัดสรรและบริหารเลขหมายโทรคมนาคม พ.ศ. 2551
ทั้งนี้คณะอนุกรรมการฯเห็นว่า ร่างหลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดเก็บข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในลักษณะที่เรียกเก็บเงินล่วงหน้านี้ ควรนำมาใช้กับผู้ใช้บริการรายใหม่ และเนื่องจากการออกหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นหลักเกณฑ์ที่มีผลกระทบต่อผู้ประกอบกิจการและผู้ใช้บริการ จึงจำเป็นต้องออกเป็นประกาศ กสทช.
ดร.สุทธิพล กล่าวอีกว่า นับเป็นเรื่องที่ดี ที่จะมีความชัดเจนเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการบัตรเติมเงินประเภทพรีเพดเสียที ดังนั้นในขั้นตอนต่อจากนี้จะเสนอร่างหลักเกณฑ์เข้าสู่การพิจารณาของกทค. โดยหากที่ประชุม กทค.เห็นชอบ ในวันพุธที่ 8 ก.พ. 2555 ก็จะนำเอาเรื่องนี้หารือกับผู้ประกอบกิจการ และตัวแทนจากผู้บริโภคเพื่อหาทางออกร่วมกันด้วย