ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา ดีแทค ได้ประกาศเป้าหมายที่จะเป็นแบรนด์ดิจิทัล อันดับ 1 ของไทย ผ่านเซอร์วิสต่างๆทั้ง โปรโมชั่นฯ ,ซิมเติมเงินที่แตกไลน์มาจากแฮปปี้ และล่าสุดเมื่อเดือนสิงหาคมก็ได้เปิดตัว “ดีอินฟินิท” (dInfinite) ศูนย์บริการ Digital Service Flagship Store แห่งแรก ณ ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
“ดีอินฟินิท” (dInfinite) ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ คือศูนย์บริการของ ดีแทค ที่ถูกอัพเกรดปรับโฉมใหม่ ใช้เทคโนโลยีเสริมด้านงานบริการ เพิ่มมุมทดลองอุปกรณ์แกดเจ็ต ,หูฟัง และแอพฯที่เป็นบริการของดีแทค ซึ่งภายในสิ้นปีนี้จะมีการเปิดเพิ่มอีก 18 แห่ง ใช้งบแปลงร่างไปทั้งสิ้น 240 ล้านบาท
แต่สิ่งที่ดีแทคคิด จะไม่มีทางเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ หากไม่ได้รับการตอบสนองด้วยทีมงานระดับมืออาชีพ ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุผลที่ เดวิด เจ.เมเยอร์ ดีไซเนอร์ระดับโลกชาวอเมริกั
รู้จัก ไวท์สเปซ (WHITESPACE) ทีมมัณฑนากรระดับโลก
ไวท์สเปซ (WHITESPACE) คือแหล่งรวมมัณฑนากรมืออาชีพที่โลดแล่นในวงการออกแบบภายในมานานถึง 12 ปี เป็นเจ้าของผลงานการออกแบบศูนย์บริการ “iStudio” ทั่วโลก โดยงานส่วนใหญ่ของบริษัทจะเป็นการออกแบบร้านค้ากลุ่ม Lifestyle Gadgets ซึ่งในช่วงหลังๆก็มีการจับงานออกแบบ Cafe และ Co-working space มากขึ้น
เดวิด เจ. เมเยอร์ เล่าถึงการร่วมงานกับดีแทคว่า “การทำโปรเจคนี้เราไม่ได้ดีไซน์จากสิ่งที่เรามองเห็นในตัวแบรนด์ แต่เราทำตามความต้องการจากฝั่งของ ดีแทค ว่าอยากจะสื่อสารอะไรกับลูกค้า คำว่า dInfinite สื่อถึงประสบการณ์ทางด้านดิจิทัลที่ไม่มีสิ้นสุด (The endless digital experiences ) ที่จะไม่ได้แค่หยิบยื่นให้ แต่ตัวผู้บริโภคก็จะได้เรียนรู้ประสบการณ์เหล่านี้ด้วยตัวเอง”
dInfinite เป็นมากกว่าศูนย์บริการ เพราะเราอยากให้มีอะไรทำมากกว่าแค่มาจ่ายบิล
dInfinite ถูกออกแบบมาโดยเริ่มจากความต้องการของ ดีแทค จะเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าผ่านบริการดิจิทัลเซอร์วิสรูปแบบต่างๆ ซึ่งนี้เป็นคีย์สำคัญของการออกแบบครั้งนี้
“ศูนย์บริการแบบเดิมของดีแทคจะเน้นสีขาวเป็นหลัก แต่สำหรับ dinfinite เราเลือกที่จะใช้วัสดุหลักเป็นไม้ เปลี่ยนพื้นผนังเป็นสีเทา แต่ยังคงไว้ซึ่งสีฟ้า รวมถึงออกแบบเพดานให้เป็น Light Cloud เพื่อแสดงความเป็นแบรนด์ มีการเล่นระดับเคาน์เตอร์ต่างๆเพื่อไม่ให้รู้สึกเป็นทางการเกินไป เราอยากให้ลูกค้ารู้สึกเป็นคนพิเศษ อบอุ่นเหมือนอยู่ในห้องนั่งเล่น และมีการหลอมรวมความเป็นดิจิทัลเข้ากับไลฟ์สไตล์ เพื่อให้คนที่เข้ามาได้ใช้เวลาทำความรู้จักกับโปรดักซ์ต่างๆ จากพนักงานที่มีความเชี่ยวชาญ มากกว่าจะมาจ่ายบิลแล้วก็ออกไป”
เทรนด์หน้าร้านยุคดิจิทัล ต้องเป็นหนึ่งเดียวกับโลกออนไลน์
นอกจากจะบอกเล่าถึง dInfinite คุณเดวิดยังได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับเทรนด์การออกแบบร้านค้าให้โดนใจคนยุคนี้ ซึ่งหัวใจสำคัญคือเรื่องออนไลน์
ดีไซเนอร์ระดับโลกมองว่าในสมัยก่อนร้าน Gadgets จะมีภาพลักษณ์เหมือนร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่มีกลุ่มลูกค้าเป็นเพศชาย แต่ในปัจจุบันร้านประเภทนี้แทบจะไม่มีความแตกต่างจากร้านแฟชั่นทั่วไป ดังนั้นแล้วการออกแบบจะต้องมองให้ไกลกว่าสิ่งที่เป็นพื้นฐาน ต้องออกแบบให้เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตออนไลน์ ต้องให้อะไรกับลูกค้าได้มากกว่าบริการทั่วไป อย่าง dinfinite เองก็มีระบบให้คนที่มาใช้บริการกดรับคิวล่วงหน้าผ่านแอพฯได้เลย ไม่ต้องมารอที่ร้าน
dInfinite ดิจิทัลเซอร์วิซแฟลกชิพสโตร์ ที่ให้มากกว่างานบริการ
ภายใน dInfinite จะมีการแบ่งเป็น 5 โซนไฮไลท์ประกอบด้วย
- Speedy Queue ลูกค้าของดีแทคจะทำธุรกรรมได้สะดวกมากขึ้น ผ่านระบบจองคิวออนไลน์ผ่านแอพลิเคชั่นของ ดีแทค โดยเลือกบริการ Queue service
- Knowledge Table ทดลองบริการ Digital Live Streaming ด้วยแอพพลิเคชั่น dtac Music Infinite และ Primetime บนจอ Big Screen Tablet ทั้งไอแพดและซัมซุง และยังสามารถช้อปปิ้งผ่าน dtac Online พร้อมบริการจัดส่งสินค้าถึงบ้าน หรือสอบถามข้อมูลต่างๆ ผ่านบริการ dtac community
- Smart Table ลูกค้าดีแทคสามารถทดลองสินค้าใหม่ได้ก่อนใคร เช็คสเป็คสินค้าที่ต้องการด้วยข้อมูลที่อัพเดต ผ่านจอมัลติมีเดียบน Smart Table
- e-Brochure Wall ทางเลือกในการเลือกโปรโมชั่น และข้อมูลที่อัพเดทล่าสุดผ่านระบบหน้าจอสัมผัส สามารถสแกน QR code เพื่อรับข้อมูลที่ต้องการผ่านทางอีเมล์ หรือ SMS
- Experience Corner อัพเดทเทรนด์ใหม่ล่าสุด เช่น Drone, Star Wars หรือ Gadget เพื่อสุขภาพ พร้อมเปิดให้ทดลองใช้จริงเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่
นายวรวุฒิ พงศ์ชินภัค ผู้อำนวยการอาวุโสสายงาน Branded Retail Business บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เผยว่า วัตถุประสงค์หลักของดีแทคคือการเป็น ดิจิทัลแบรนด์อันดับ 1 ในปี 2020 จึงมีโจทย์ที่ว่าจะทำอย่างไรให้ลูกค้าเข้าใจว่าชีวิตดิจิทัลคืออะไร แล้วเราจะเข้าไปทำอะไรกับชีวิตดิจิทัลของพวกเขา
“การตกแต่งร้านจะเน้น 3 ธีมหลักๆ คือ เรื่องของโซเชียลเน็ตเวิร์ค,เทรนด์เรื่องสุขภาพ และความบันเทิงภายในบ้าน องค์ประกอบหลายๆอย่างในร้านจะทำให้ลูกค้าได้รู้สึกมีส่วนร่วมกับระบบออนไลน์ของเรา อาทิเช่น Speedy Queue ที่ลิงค์กับแท็บเล็ตพนักงานเมื่อลูกค้ากดคิว พนักงานก็พร้อมจะเข้ามาให้บริการทันทีโดยไม่ต้องรอนาน หรือตัว e-Brochure ให้ลูกค้ารับโปรชัวร์ไปอ่านที่บ้านแบบออนไลน์ได้เลยแถมยังประหยัดทรัพยากรกระดาษ เมื่อเข้ามาที่นี้ เราไม่อยากให้ลูกค้ามาแค่นั่งรอเพื่อรับบริการ แต่อยากให้มาลองเล่น ลองใช้บริการต่างๆของ dInfinite หรือจะมาเรียนรู้บริการต่างๆบนมือถือผ่านเวิร์คช็อปซึ่งจะมีจัดอยู่เรื่อยๆ”
จากมุมมองทั้งหมดน่าจะสื่อถึงความตั้งใจที่จะเป็นแบรนด์ดิจิทัลเบอร์ 1 ของ ดีแทค ได้อย่างชัดเจน ใครที่อยากลองสัมผัสประสบการณ์เหล่านี้ ก็อย่าลืมแวะมาที่ dInfinite ณ ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ครับ














