ฟิตบิท แบรนด์ผู้นำในตลาดอุปกรณ์การดูแลสุขภาพและกิจกรรมการออกกำลังกาย เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ Fitbit Charge 2 และ Fitbit Flex 2 พร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของคนรักสุขภาพ แถมด้วยฟีเจอร์และดีไซน์ใหม่ของ Fitbit Alta และFitbit Blaze เอาใจกลุ่มลูกค้าสุภาพสตรี
Fitbit Charge 2
อุปกรณ์สายรัดข้อมือฟิตเนสที่ถูกพัฒนาจากตั้งแต่ดีไซน์ให้บางลง มีหน้าจออ่านง่ายกว่ารุ่นก่อน พร้อมระบบแจ้งเตือน มีตัวเลือกดีไซน์หน้าปัดที่หลากหลาย ส่วนฟีเจอร์เด่นๆ ของรุ่นนี้ประกอบด้วย
- นวัตกรรม PurePulse ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจอย่างต่อเนื่อง ทำให้มองเห็นภาพรวมของสุขภาพคนใส่ จากการประเมินค่าคะแนน VO2 Max พร้อมทั้งคำแนะนำด้านสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีเซสชั่น “รีแล็กซ์” (Relax) แนะนำการปรับจังหวะหายใจเพื่อความสงบทั้งแบบ 2 นาที และ 5 นาที
- โหมดการออกกำลังกายที่หลากหลาย มีการเชื่อมต่ออุปกรณ์กับระบบ GPS ในสมาร์ทโฟนเพื่อความแม่นยำของข้อมูล และโหมดแนะนำระยะเวลาสร้างจังหวะการออกกำลังกายให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด
- มีเซ็นเซอร์ใช้งานกับฟีเจอร์ SmartTrack ระบบจดจำการออกกำลังกายแบบอัตโนมัติ และ Reminders to Move แจ้งเตือนคนใส่ให้มีการเคลื่อนไหวร่างกาย
Fitbit Charge 2 พร้อมวางขายในเดือนกันยายนนี้ ในรุ่นสีคลาสสิค (ดำ/น้ำเงิน/พลัม/เขียวอมฟ้า) อยู่ที่ 7,490 บาท ตัวสายแยกชิ้นละ 1,290 บาท ถ้าเป็นสายหนังพรีเมี่ยม (ชมพู/น้ำเงิน/น้ำเงินม่วง) อยู่ที่ชิ้นละ 2,890 บาท ส่วนรุ่นพิเศษ (เทา/โรสโกลด์) ที่จะตามมาทีหลังราคา 7,990 บาท
Fitbit Flex 2
โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เพรียวบาง มีคุณสมบัติกันน้ำ มีระบบแจ้งเตือนให้เคลื่อนไหวและแสดงการแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ผ่านสัญญานไฟบนหน้าจอ LED แถมตัวแทร็คเกอร์ยังถอดไปประกอบกับอุปกรณ์เสริมได้ ในรุ่นนี้มีการออกแบบมา 2 คอลเลคชั่น ได้แก่
- PUBLIC SCHOOL จุดรวมตัวของแฟชั่นบนรันเวย์กับลุคแนวสตรีท มีตั้งแต่กำไลข้อมือระดับไฮเอ็นด์ จนถึงสายรัดข้อมือแบบกีฬา
- Tory Burch สายหนังดีไซน์คลาสสิคสวมใส่ได้ทุกวัน ด้วยเอกลักษณ์การออกแบบของ ทอรี่ เบิร์ช
Fitbit Flex 2 จะเริ่มวางขายในเดือนตุลาคม แบบคลาสสิค (ดำ/ชมพู/เทา/ลาเวนเดอร์/ม่วงแดงเข้ม/กรมท่า/เหลือง) อยู่ที่ 4,490 บาท ขายแยกชิ้นละ 890 บาท สายรัดข้อมือฟิตเนสแบบคลาสสิคใน 3 แพ็ค ชุดแพ็คสีชมพู (ชมพูบลัช/ลาแวนเดอร์/ม่วงแดงเข้ม) และสีปอร์ (เทา/กรม/เหลือง) ราคา 1,290 บาท
ตัวเครื่องประดับที่ไว้ประกอบกับแทร็คเกอร์ รูปแบบกำไลสีทอง กับ โรสโกลด์ ราคา 3,990 บาท ถ้าเป็นสีเงินสเตนเลสสตีล อยู่ที่ 3,590 บาท สำหรับรูปแบบจี้ สีทอง อยู่ที่ 3,990 บาท สีเงินสเตนเลสสตีล อยู่ที่ 3,190 บาท
นายอเล็กซ์ ฮีลี่ย์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด และการบริหารผลิตภัณฑ์ ฟิตบิท เล่าว่า Fitbit Charge 2 และ Fitbit Flex 2 ถูกออกแบบโดยยึดหลักสำคัญ 3 อย่างคือ Fitness,Style และ Motivation เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงผู้ใช้ทุกระดับ
ฟิตบิท มีการแบ่งโปรดักซ์ออกเป็น 3 กลุ่มคือ Everyday Fitness เหมาะสำหรับกิจวัตรประจำวันเพื่อสุขภาพ ซึ่งตัว Flex 2 กับรุ่น Alte ที่เปิดตัวเมื่อช่วงต้นปีอยู่ในกลุ่มนี้ ต่อมาเป็น Active Fitness กลุ่มสินค้าที่เน้นสนับสนุนการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพ Charge 2 กับรุ่น Blaze อยู่ในกลุ่มนี้ สุดท้ายคือ Performance Fitness สนับสนุนเพื่อการออกกำลังกายที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งมีรุ่น Surge ทำตลาด
“ผู้บริโภคจะมองหาผลิตภัณฑ์โดยยึดหลัก การใช้งาน ดีไซน์ รวมถึงราคา ส่วนภาพรวมของตลาดในไทยจะคล้ายกับของต่างประเทศที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่ม Everyday Fitness และ Active Fitness ซึ่งของไทยยังมีโอกาสเติบโตในกลุ่มแรกสูง”
สำหรับ Fitbit รุ่น Blaze กับรุน Alte ที่เปิดตัวไปเมื่อช่วงต้นปี และทำยอดขายสูงสุดเป็นอันดับ 1 และ 2 ของสหรัฐฯ ตามการจัดอันดับประจำไตรมาสที่ 2 จาก NPD Group ก็ได้ออกอัพเดตซอฟต์แวร์และดีไซน์ใหม่ เพื่อเจาะกลุ่มสุภาพสตรียิ่งขึ้น ซึ่งจะวางจำหน่ายในเดือนกันยายน สำหรับไทยหาซื้อได้ที่ร้านดอทไลฟ์,พาวเวอร์บาย,เจมาร์ท,ไอสตูดิโอ และร้านอุปกรณ์ไอทีชั้นนำทั่วไป
นอกจากนี้ยังได้แนะนำ Fitbit Adventures ฟีเจอร์ใหม่บนแอพฯ Fitbit ที่จะตั้งเป้าหมายประจำวัน กระตุ้นให้ผู้ใช้เคลื่อนไหวร่างกายมากขึ้นด้วยเส้นทางจำลองสิ่งแวดล้อมสถานที่อย่าง อุทยานแห่งชาติโยเซมิ,โปโฮโน,เส้นทางหุบเขา และน้ำตกเวอร์นัล รวมถึงบรรยากาศงาน TCS New York City Marathon





