เอไอเอส โชว์วิสัยทัศน์ปี 2017 ชูศักยภาพผสานเครือข่าย Mobile และ Fix Broadband ผนึกกำลังกับพันธมิตรระดับโลก ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 นับตั้งแต่ได้ใบอนุญาต 1800 และ 900 MHz เอไอเอส ได้ใช้เวลาเพียง 300 วัน พัฒนาเครือข่าย 4G อย่างต่อเนื่อง จนสามารถเปิดให้บริการครอบคลุมแล้วถึงกว่า 98% ของพื้นที่ประชากร
พร้อมกันนี้ยังได้พัฒนาเครือข่าย 4.5G เป็นครั้งแรกของโลก และได้รับการรับรองว่าเป็นเครือข่ายที่มีความเร็วที่สุดในไทยจาก OOKLA Speed test พร้อมทั้งมาตรฐานความเสถียรและรองรับสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆจาก Qualcomm ขณะที่บริการโรมมิ่งก็รองรับ 182 ผู้ให้บริการใน 150 ประเทศ
ในปีที่ผ่านมา ลูกค้าของเอไอเอสมีการใข้งานอินเตอร์เน็ตสูงถึง 24 ล้านราย และในจำนวนนี้ 12 ล้านรายมีการใช้งาน 4G สูงถึง วันละ 6 ชั่วโมง และนับเป็นปีแรกที่การใช้งาน Data สูงกว่าการใช้งานเสียงเป็นสัญญานในการเปลี่ยนเข้าสู่ยุคโมบายอินเตอร์เน็ต
ปัจจุบัน เอไอเอส มีลูกค้ากว่า 41 ล้านราย เป็นลูกค้าระบบเติมเงิน 34.6 ล้านราย และลูกค้าระบบรายเดือน 6.4 ล้านราย ด้านเอไอเอส ไฟเบอร์ ปัจจุบัน มีลูกค้ากว่า 3 แสนรายมีพื้นที่ให้บริการครอบคลุม 28 จังหวัด มากกว่า 5.2 ล้านครัวเรือน
นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “ในปีนี้จะเป็นปีแห่งการก้าวกระโดดของยุคดิจิทัลไทย วงการอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของไทยยังคงมีการเติบโต ในส่วนของ 3-4% ดีไวซ์โต 10% และ Fix Broadband จะโตเพิ่มขึ้นถึง 15% และปีนี้จะมีการใช้งานอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้น 100% เอไอเอสจะต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับลูกค้าของเรา และจะต้องพร้อมให้บริการกับคนไทยทุกคนไม่ได้จำกัดเฉพาะลูกค้าของเรา”
ในอีก 5 ปีข้างหน้า เอไอเอสได้มองว่าการขยายตัวเข้าถึงทุกพื้นที่ของ Digital Infrastructure จะทำให้อุตสาหกรรมแต่ละด้านขยายตัวแบบก้าวกระโดด ปัจจัยมาจาก 3 ส่วนหลัก คือ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง, สมาร์ทโฟนที่เติบโตมากกว่า 70 ล้านเครื่อง และ IoT มากกว่า 20 ล้านรูปแบบ
สำหรับปี 2017 เอไอเอส จะตอกย้ำการเป็น Digital Life Service Provider ด้วย 3 แนวทางประกอบด้วย
1) ยกระดับเครือข่ายสู่ Next G Network (Next Generetion)
- พัฒนาเครือข่าย Mobile ด้วยเทคโนโลยี Multipath TCP อัพความเร็วเครือข่าย LTE ได้ถึง 10 เท่า และเร็วขึ้นอีก 4 เท่าของเครือข่าย Tri Band LTE Advance
- ดันเครือข่าย AIS Wifi ก้าวสู่ Gigabit Super Wifi ด้วยมาตรฐาน 802.11 ac Wave 2 ขณะเครือข่าย AIS Fibre ที่เป็น Fix Broadband ก็พร้อมรองรับ 10 กิกกะบิต เช่นกัน
- เป็นรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่พัฒนาสู่ Narrowband IoT มาตรฐานระดับโลก
2) บริการ Digital Service สุด Exclusive ผ่านการร่วมมือกับพันธมิตร ทั้ง Digital Content และ Business Cloud
Digital Content
- จับมือกับช่อง HBO เพื่อนำมาออกอากาศผ่านเครือข่ายเอไอเอส ทั้งมือถือและบรอดแบนด์ มีทั้ง HBO HD, HBO HITS, HBO signature, HBO Family, CInemax, RED by HBO ยังเพิ่มช่อง HBO GO ช่องออนดีมานด์เป็นรายแรกในไทย แถมมีซับไทย และพากษ์ไทยด้วย
- ออกอากาศช่อง FOX ทั้ง 21 ช่องผ่านเครือข่ายของเอไอเอส
- ให้ลูกค้าให้ชมการแข่งขันบาสเก็ตบอลระดับโลก NBA ผ่านแอพฯของเอไอเอสซึ่งจะเริ่มให้บริการเร็วๆนี้
- นำเสนออุปกรณ์ Google Chromecast ซึ่งจะเริ่มเข้ามาขายในไทยราคา 1490 บาท เริ่มจำหน่าย 9 กุมภาพันธ์นี้
- ให้บริการ Business Cloud เต็มรูปแบบ ผ่าน Office 365 ด้วยการร่วมมือกับทาง Microsoft โดยเชื่อมโยงเครือข่ายไปต่างประเทศด้วยความเร็วสูง เสมือนใช้อยู่บนเครื่องตนเอง
3) แนวคิด AIS Digital For Thais สร้างโอกาสใหม่ๆให้กับกลุ่มรากฐานของประเทศ อาทิเช่น ธุรกิจ OTOP, สาธารณสุข,การศึกษา และ Digital Start Up
- ยกระดับปากท้อง การใช้ชีวิตและการประกอบอาชีพของเกษตรกรและธุรกิจ OTOP ผ่าน แอพฯฟาร์มสุข
- พัฒนาคุณภาพการให้บริการด้านสาธารณสุขของคนไทยด้วยแอพฯ อสม.ออนไลน์ พร้อมทั้งร่วมมือกับ MHI ให้ลูกค้าเข้าถึงทางการแพทย์ง่ายขึ้น สอบถามวินิจฉัยอาการเบื้องต้นกันได้แบบผ่านแอพพลิเคชั่น พบหมอ
- ยกระดับการศึกษาในพื้นที่ห่างไกลด้วยโครงการสานรัก สานความรู้
- พัฒนาธุรกิจด้วยสถานที่สำหรับ Start Up และผู้ประกอบการยุคดิจิทัล ด้วยการเปิดสถานที่ AIS D.C. เป็นแหล่งศูนย์กลางของกลุ่มครีเอเตอร์ให้มีพื้นที่แบ่งบันแรงบันดาลใจและสร้างสรรค์ผลงาน
โดยทาง เอไอเอส มีความตั้งใจในการนำขีดความสามารถและองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลร่วมสนับสนุนภาครัฐเพื่อยกระดับ Digital Infrastructure ของประเทศพร้อมก้าวสู่การเป็นประเทศไทย 4.0 ตามนโยบาย และมุ่งให้บริการแก่คนไทยทุกคนต่อไป













