
ก็พึ่งจบกันไปหมาดๆนะครับ สำหรับงาน UNPACKED 2014 Episode 2 ที่จัดขึ้น ณ กรุงเบอร์ลิน ขนาดว่ามีข่าวหลุดก่อนเปิดตัวออกมามากมาย แต่ก็ยังมีเซอร์ไพรส์หลายๆอย่างให้แขกที่มาร่วมงานอึ้งกันไปตามๆกัน (รวมถึงผมที่ดูอยู่ทางบ้านด้วย) อย่างแรกเลยนั่นก็คือ สีของเจ้า Galaxy Note 4 ซึ่งมีออกมาถึง 4 สีด้วยกัน ได้แก่ ขาว ดำ ทอง และสีที่ผมงงๆ นั่นก็คือสีชมพู ซึ่งน่าจะถูกใจคุณผู้หญิงหลายๆคนเป็นแน่แท้

เริ่มมาถึง ทางผู้บริหารของซัมซุงก็เปิดเผยก่อนเลยว่า ครั้งนี้จะมาเปิดตัว product ถึงสี่ตัวด่วยกันคือ Galaxy Note 4, Galaxy Note Edge, Gear S และ Gear VR เรามาดูพระเอกของงาน Galaxy Note 4 กันก่อนดีกว่า

เราจะไม่โฟกัสเรื่องสเปคเท่าไหร่นะครับ เรามาดูฟังค์ชั่นการใช้งานของมันดีกว่า อย่างแรกเลยคือ มันรองรับ LTE Category 6 ครับ ซึ่งถือว่าเร็วที่สุดในขณะนี้ หน้าจอทำจาก 2.5 D Glass เมื่อดูในแนวราบจะเห็นว่ามีลักษณะโค้งนูนตามขอบขึ้นมานิดนึง หนัก 176 กรัม บางเพียง 8.5 มิลลิเมตร

อินเตอร์เฟสแบบ UX Design ที่มาพร้อมกับ Dynamic Lock Screen ที่ภาพจะเปลี่ยนไปตลอดเวลาได้ ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าของเรา ว่าจะให้ใช้รูปจากในเครื่อง หรืออัลบั้มบนโซเชียลเน็ตเวิร์ค หรือจะใช้รูปจาด Yahoo ที่จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆตามสถานที่ที่เราอยู่ เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบการเดินทางครับ
หน้าจอเป็นแบบ Quad HD Super AMOLED เช่นเดียวกับตัว Tab S ที่ให้สีสันสวยงามสมจริง

Multi Window ที่ใช้ง่ายด้วย S Pen เพียงอย่างเดียว ก็สามารถใช้งานสองแอพพลิเคชั่นร่วมกันหรือจะใช้งานข้ามไปมาระหว่างแอพพลิเคชั่นก็เป็นเรื่องง่าย จากที่เค้าสาธิตให้ดูคือการใช้ Line กับ Facebook พร้อมกันครับ โดยการเข้าไปดูข้อมูลจาก Facebook เพื่อเอามาตอบใน Line
S Pen ของ Note 4 นี้ ถูกพัฒนาให้ใช้งานได้เหมือนปากกาจริงๆมากขึ้น ในการจดโน็ต รองรับระดับของแรงกดได้หลากหลายขึ้น หรือความเร็วในการลากเส้น ที่จะทำให้เส้นออกมาแตกต่างกัน ไม่ต่างกับการเอาปากกาจริงๆเขียนลงบนกระดาษเลย
Smart Select อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ใช้ผ่านทาง Air Command สามารถบันทึกภาพบางส่วนจากหน้าจอได้ง่ายๆด้วย S Pen เพียงแค่ลากครอบจุดที่เราต้องการ แล้วเก็บเอาไว้หรือแชร์ทางโซเชียลเน็ตเวิร์คได้

นอกจากนั้นยังมีฟีเจอร์สุดว้าวอย่าง Snap Note ที่ถ่ายภาพที่มี text เอามาบันทึกในรูปแบบ text เพียวๆได้ เหมาะมากสำหรับใช้ในการบันทึกบทเรียนต่างๆ หรือข้อความที่เราเห็นในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องพิมพ์หรือเขียนให้เมื่อยมือครับ

สามารถถ่าย Wide Selfie ก็ได้ หรือก็คือ Selfie แบบพาโนราม่านั่นเอง
กินแบตเตอรี่น้อยลงถึง 7.5% และมีระบบ Fast Charging ที่สามารถชาร์จแบตจาก 0% ถึงประมาณ 50% ได้ภายในเวลา 30 นาที จากรุ่นก่อนที่ต้องใช้เวลาถึง 55 นาที
มีระบบ Voice Recorder ที่สามารถแบ่งแยกทิศทางของเสียงได้ถึง 8 ทิศทาง พร้อมทั้งระบบ Noise Reduction ที่จะช่วยลดเสียงรบกวนรอบข้างได้ เหมาะมากครับสำหรับที่ไว้ใช้บันทึกในการประชุม
ส่วนใครที่ชอบความหรูหรา ก็มี Cover คริสตัลแบบพิเศษที่ออกแบบโดย Swarovski ขายด้วย หรูหราไฮโซอย่าบอกใคร

เรามาดู Galaxy Note Edge กันบ้าง รู้สึกว่าทางซัมซุงยังไม่ได้เปิดเผยอะไรมากนอกจากตัว Revolving UX หรือก็คือแถบด้านข้างหน้าจอที่เราสามารถปรับแต่งได้นั่นเอง
เราสามารถไว้ดูค่าต่างๆได้ เช่น วัน เวลา อุณหภูมิ หรือจะใช้ปรับเป็นไม้บรรทัดได้ ดู Feed ข่าวต่างๆ จากโซเชียลเน็ตเวิร์คต่างๆ รวมถึงใช้ในการควบคุมวีดีโอที่เราดูอยู่ได้ โดยที่แผงควบคุมจะไม่มาบดบังวีดีโอที่เรากำลังดูอยู่อีกต่อไป

จากนั้นก็ถึงตา Gear S สมาร์ทวอทซ์หน้าจอโค้งขนาด 2 นิ้ว แบบ Super AMOLED ที่ต้องทำให้ทุกคนทึ่งสุดๆ นั่นก็คือ เจ้าตัว Gear S นี้สามารถใส่ซิมการ์ดและรองรับ 3G ได้ด้วยตัวมันเองโดยไม่ต้องง้อสมาร์ทโฟนอีกต่อไป แต่ก็ยังสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้อยู่นะครับ

วิธีการใช้งานก็เรียบง่ายมาก ปัดซ้ายเพื่อไปดู Notification ปัดขวาเพื่อใช้งาน Widget ปัดลงเพื่อเข้าสู่หน้าแอพพลิเคชั่น ซึ่งตอนนี้มีแอพพลิเคชั่นให้ดาวน์โหลดแล้วกว่า 1,000 แอปเลยทีเดียว

Gear S มาพร้อมคีย์บอร์ดในตัว ทำให้เราสามารถตอบ Line หรือ Facebook ผ่านทางนาฬิกาได้ทันที นอกจากนั้นยังมี GPS ในตัว ไม่ไหนมาไหนไม่ต้องกลัวหลงทางเลยครับ

ส่วนฟีเจอร์อื่นๆ ที่เคยอยู่ใน Gear รุ่นก่อนหน้าก็ยังมีครบนะครับ

มีสายให้เลือกถึง 5 สีด้วยกัน คือ ขาว ดำ แดง ฟ้า และเทา

ส่วนคนที่ติดหรูก็มีสายคริสตัลจาก Swarovski อีกเช่นกัน ใช่คู่กับ Cover Swarovski ของ Note 4 นี่อย่างหล่อ

ปิดท้ายด้วย Gear VR ที่ตอนแรกก็อยากรู้มากว่าซัมซุงทำมาเพื่ออะไร สุดท้ายมันก็คืออุปกรณ์เสริมของเจ้า Note 4 นั่นเองครับ ซึ่ง Gear VR นั้น เป็น Head Tracker ที่เมื่อเวลาเราหันหัวไปทางไหน ภาพก็จะเปลี่ยนไปยังทิศทางที่หัวเราเคลื่อนไหว สามารถหันได้ถึง 96 องศาครับ ทางซัมซุงทำมาเพื่อประสบการณ์บันเทิงรูปแบบใหม่ เหมือนเวลาที่คุณใส่แล้วดูสื่อบันเทิง เช่นดูการแสดงกายกรรม ก็ทำให้คุณรู้สึกว่าเหมือนได้อยู่ในโรงละครเลยครับ ซึ่งสามารถใช้กับเจ้าตัว Note 4 ได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจากความละเอียดมันเป็น Quad HD ที่แหละครับ

ซึ่งเจ้าตัว Gear VR นี้ถูกพัฒนาโดยบริษัท Oculus เจ้าเดียวกับที่ทำ Oculus Rift ที่เอาไว้เล่นเกมนั่นเอง ตอนนี้ Gear VR ยังไม่วางขายสำหรับคนทั่วไหนนะครับ ยังเป็นเวอร์ชั่นของนักพัฒนาอยู่ รอให้มี contect ออกมาเยอะๆซะก่อน ทางซัมซุงถึงจะค่อยนำออกมาวางขายครับ

ปิดท้ายด้วยบรรยากาศ Hand-On ของบรรดาสื่อมวลชนที่เบอร์ลินครับ ผมล่ะแอบอิจฉาเค้าจริงๆ อยากลองมั่งง่ะ