
OPPO Find 5 ลงตลาดมาได้ซักพักใหญ่แล้ว แต่ก็ถือเป็นรุ่นท็อปที่ตอนนี้หลายคนจับตามอง ด้วย Spec เครื่องที่ยอดเยี่ยมจวบจนตอนนี้ การปรับลดราคาลงมาเหลือ 15,990 บาท ทำให้ยิ่งเร้าใจมากกว่าเดิม ซึ่งคราวนี้เราจะย้อนกลับมาพูดถึงความสามารถของตัวเครื่องกันอีกครั้งว่ามันมีอะไรเด็ดๆที่ทำให้ผู้ที่กำลังตามหา Smartphone รุ่นท็อปราคาถูกสนใจมันบ้าง ไปติดตามกันเลยครับ

การกลับมารีวิวความสามารถครั้งนี้ จะขอพูดถึงส่วนที่สำคัญๆที่หลายคนเน้นกัน ก็คือจะเป็นเรื่องของกล้องถ่ายภาพ, ระบบเสียง, หน้าจอและความสามารถอื่นๆที่น่าสนใจอีกซัก 2-3 อย่าง เพื่อความกระชับในการอ่าน

OPPO Find 5 มาพร้อมกล้องความละเอียดสูงสุดถึง 13 ล้านพิกเซล ตัวเลนส์มี 5 ชั้นพร้อม Blue Glass Filter และใช้เซนเซอร์รับภาพ BSI 1/3.06-type Sony Exmor RS ถือว่าเป็นเซนเซอร์สุดฮ็อตในเวลานี้ ทุกค่ายต่างหยิบเอาตัวนี้มาใช้บนรุ่นท็อปทั้งนั้น บวกกับค่ารูรับแสงที่ f/2.2 อีกด้วย ในภาพรวมกล้องต้องบอกว่าเป็น Spec ที่จัดเต็มจริงๆ

Hardware กล้อง รองรับเทคโนโลยี HDR ได้ทั้งภาพและวีดีโอเหมือนกับ Sony Xperia Z ทำให้ถ่ายทั้งภาพและวีดีโอย้อนแสงได้ ที่สำคัญก็คือตัวเครื่องยังสามารถถ่ายวีดีโอได้สูงสุดถึง 1080p ที่ 120FPS เร็วกว่าที่ตามนุษย์มองได้ถึง 5 เท่า แน่นอนมันเลยทำให้ภาพที่ออกมาจากวีดีโอที่ถ่ายเนียนมาก แม้จะเล่นแบบปกติหรือเล่นแบบ Slowmotion หรือหยุดภาพเฉยๆก็จะรู้สึกว่ามันเนียน ทั้งนี้ทั้งนั้นยังมี Burst Mode ที่ถ่ายภาพได้ 5 ภาพต่อวินาทีและยังทำให้ถ่ายภาพที่ถึง 100 ภาพต่อเนื่อง (Cotinuous Shot) ในเวลา 20 วินาที แต่เอาจริงๆก็ได้แค่เกือบครับยังไม่ถึงขั้นเป๊ะมาก

ฟังก์ชันการใช้งานกล้องยังคงสไตล์ OPPO เอาไว้ก็คือปรับอะไรได้ไม่มากเท่าแบรนด์อื่นๆ หลักๆก็คือเรื่องของความละเอียดและพวกฟังก์ชันตรวจจับใบหน้า ส่วนเรื่องของโหมดการถ่ายภาพปัจจุบันมีให้เลือก 3 อย่างก็คือแบบปกติ, HDR และพาโนราม่า
การถ่ายภาพในโหมดปกติทำงานได้ไหลลื่นกดปุ๊ปถ่ายปั๊ป โฟกัสได้แม่นยำ สมกับเป็นรุ่นท็อปเรื่องการใช้งานกล้องดูแล้วไม่ขัดใจ การถ่ายภาพในช่วงแสงกลางวันปกติทำได้ค่อนข้างดี ภาพออกมาสวยสี WB อมเหลืองเล็กน้อย ออกมาแล้วดูสวยงามใช้ได้ ส่วนการถ่ายภาพในช่วงแสงน้อยหรือในที่ร่มทำได้ดีเช่นกัน แสงต่างๆออกมาสมจริงสวยงาม แต่ถ้าถ่ายภาพในช่วงกลางคืน ถ้าว่ากันที่เรื่องภาพอย่างเดียวไม่เกี่ยวกับ Flash ต้องบอกว่ายังทำได้ไม่ดีเท่าไรนัก

โหมด HDR หลักๆเอาไว้ถ่ายในที่ย้อนแสงหรือต้องการแสงที่สว่างและภาพที่เน้นรายละเอียดมากกว่าปกติ เท่าที่ทดสอบดูใน OPPO Find 5 นั้นสามารถใช้งานได้ดี แต่ในช่วงแสงน้อยยังมีอาการติดสีม่วงอยู่พอสมควรครับ อย่างไรก็ตามการถ่ายภาพแบบ HDR นั้นเองตัวกล้องจะมีระยะ Delay เล็กน้อย หลังถ่ายเสร็จตัวภาพที่ถ่ายจะค้างอยู่บนหน้าจอซักประมาณ 1 วินาที คงเป็นเรื่องการประมวลเอาภาพมารวมกันกระมังครับ
การถ่ายภาพพาโนราม่าทำได้ไม่ยาก ดูแล้วเข้าใจง่าย สามารถเลือกหยุดตามช่วงที่ต้องการได้ทันที นอกจากนี้ยังมีพวก Guide ว่าเลื่อนเร็วไปรึเปล่าอีกด้วยครับ
ตัวอย่างภาพ (คลิกเพื่อดูภาพใหญ่)

HDR
คุณภาพของภาพจากกล้องนั้นต้องบอกว่าในช่วงกลางวันตัวกล้องเก็บรายละเอียดออกมาดีมากๆสีต่างๆดูสมจริงและคมชัด ส่วนในเวลากลางคืนนั้นภาพที่ออกมานั้นต้องบอกว่ายังมี Noise เยอะอยู่พอสมควรแบบเห็นได้ชัดบวกกับติด Flare จากแหล่งกำเนิดแสงมากอยู่พอสมควร ระยะทำการแฟลชอยู่ที่ 3-4 เมตรครับ แต่เก็บรายละเอียดได้ไม่ดีนักถ้าใช้แฟลชในที่มืด สำหรับภาพ Portrait มีการแสดงผลสีผิวสมจริงเก็บรายละเอียดรอบๆได้เป็นอย่างดี และสำหรับโหมด HDR นั้นต้องบอกว่าสามารถถ่ายภาพย้อนแสงได้ดีขึ้นจากโหมดปกติ

OPPO Find 5 มาพร้อมกล้องหน้าที่ใช้ Sensor กล้อง 1.9 ล้านพิกเซล มีโหมด HDR และ Face detection ไว้ให้ใช้งาน สามารถเลือก Tap Focus ได้ด้วย ตัวชัตเตอร์ของกล้องหน้าเองทำได้รวดเร็วไม่ต่างจากกล้องหลังที่ 5-6 ภาพต่อวินาที ส่วนคุณภาพของกล้องหน้าต้องบอกว่าเก็บรายละเอียดได้ดี ไม่เกินความจริงสีต่างๆสมจริงแต่ไม่คมมากเท่าไรนัก ส่วนในที่แสงน้อยๆภาพที่ออกมากยังมี Noise อยู่พอสมควร

การถ่ายวีดีโอบน OPPO Find 5 อันนี้ถ่ายวีดีโอสูงสุดได้ที่ความละเอียด 1080p ที่ 120fps ถือว่ามากกว่า Smartphone รุ่นท็อปอื่นๆถึง 5 เท่า มีโหมด HDR ให้เลือกใช้งานทำให้ถ่ายวีดีโอในที่ย้อนแสงได้ ระหว่างถ่ายสามารถ Pause ไว้ก่อนได้แล้วค่อยถ่ายต่อ สามารถเลือก Tap Focus ตามจุดที่ต้องการได้และมี Continuous Focus เข้ามาช่วยด้วย แต่ยังไม่สามารถถ่ายภาพนิ่งในขณะถ่ายวีดีโอได้ครับ
ตัวอย่างวีดีโอ 1080p

ระบบเสียงของ Find 5 ถือว่าเป็นอะไรที่ให้มาเต็ม เพราะตัวเครื่องมาพร้อมกับเทคโนโลยี 2 ตัวชื่อกล้องโลกทั้งระบบเสียง Dolby 3D Surround sound และแบบ Dirac HD ซึ่งมีแค่ 5 บริษัทในโลกที่สามารถใช้เทคโนโลยีนี้ได้ซึ่งอุตสาหกรรม Smartphone มีแค่ OPPO เจ้าเดียว โดยเทคโนโลยี Dirac HD นี้เองเป็นการรวมกันระหว่าง Hardware และ Software ซึ่งเป็นระบบเสียงขั้นสูงแบบเดียวกับที่ใช้ในภาพยนตร์ทั้งหลาย เสียงที่ออกมาจึงใสสมจริงแบบที่นักดนตรีต้องการให้เราฟัง
โปรแกรมเพลงมีฟังก์ชันหลากหลายสามารถเลือกตั้งเวลาปิดเพลง, ตั้งค่าเบส, ปรับอีควอไลเซอร์ได้ พวกหน้าตาโปรแกรมมีการแบ่งหมวดเพลงต่างๆชัดเจน และสามารถเลือกสร้าง Playlist ได้เอง

คุณภาพเสียงต้องบอกเลยว่า Dirac HD ของ OPPO นั้นทำให้เสียงเพลงมีมิติขึ้นแบบชัดเจนแยกชั้นเสียงได้เลยว่าอะไรคือเสียงนักร้องหรือเสียง Background ดนตรี พวกทำนองต่างๆจึงออกมาได้ชัดเจนเสียงใส ส่วนเสียงนักดนตรีเองก็ชัดและนุ่มลึกดีเลยทีเดียว ในขณะเดียวกันถ้าฟังผ่าน Dolby Mobile อันนี้เองถ้าวัดกันเรื่องคุณภาพเสียงถือว่าสู้ Dirac HD ไม่ได้แต่ว่ามันช่วยให้เสียง Background และเสียงนักร้องดังขึ้นกว่าเดิมมาก ถ้าฟังผ่านลำโพงเสียงค่อนข้างดังชัดเจนมี Noise พอสมควรแต่ในภาพรวมถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว

หน้าเล่นเพลงมีการแสดงผลปกอัลบั้มขนาดใหญ่ชัดเจน ซึ่งถ้ามามองในส่วนของฟังก์ชันนั้นก็เป็นแบบพื้นฐาน ที่มีหลักๆก็คือ Repeat, Shuffle และถ้ามีเนื้อเพลงก็สามารถเลือกให้แสดงผลได้ด้วยครับ

ที่สำคัญอีกอย่างอย่างตัวเครื่องก็คือเรื่องของหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ 5 นิ้ว กระจกหน้าจอเป็น Gorilla Glass 2 ที่ทนทานเป็นมาตรฐาน ความละเอียดหน้าจอเป็นแบบ Full HD 1080p (1920 x 1080) ความหนาแน่นพิกเซลต่อตารางนิ้วที่ 441ppi มากกว่า iPhone 5 ถึง 35% ตัวหน้าจอเองมีชื่อการค้าว่า Superscreen หรือที่จริงแล้วก็คือ AH-IPS ของทาง LG Display ซึ่งทำให้หน้าจอแสดงผลสีสวยสดใสสมจริงและได้มุมมองที่กว้างด้วยเทคโนโลยี IPS ที่ช่วยให้การกระจายของแสงลดลงทำให้มองในมุมกว้างแล้วสีสรรจะไม่เพี้ยน เพราะการวิ่งของโมเลกุล Crystal นั้นจะเปลี่ยนเป็นในแนวขนานจากเดิมที่วิ่งในแนวตั้งฉากและส่วนของ AH ด้านหน้าที่ย่อมาจาก (advanced high-performance) นั้นยังทำให้การส่งผ่านแสงดีขึ้น ทำให้ตัวสีแสดงออกมาได้เต็มที่และประหยัดพลังงานลงเพราะใช้กำลังแสงลดลง

หน้าจอของ OPPO Find 5 ใหญ่มากมีขนาด 5 นิ้ว ที่ถึงแม้จะมีขนาดใหญ่แต่ตัวเครื่องก็ไม่ได้ใหญ่มาก สำหรับหน้าจอ AH-IPS (Advanced High-performance In-Plain Switching) จาก LG Display ความละเอียด Full HD 1080p (1920 x 1080) ความหนาแน่นพิกเซลต่อตารางนิ้วที่ 441ppi มากกว่า iPhone 5 ถึง 35% ส่งผลให้หน้าจอแสดงผลสีสวยสดใสสมจริงและได้มุมมองที่กว้างด้วยเทคโนโลยี IPS ที่ช่วยให้การกระจายของแสงลดลงทำให้มองในมุมกว้างแล้วสีสรรจะไม่เพี้ยน เพราะการวิ่งของโมเลกุล Crystal นั้นจะเปลี่ยนเป็นในแนวขนานจากเดิมที่วิ่งในแนวตั้งฉากและส่วนของ AH ด้านหน้าที่ย่อมาจาก (advanced high-performance) นั้นยังทำให้การส่งผ่านแสงดีขึ้น ทำให้ตัวสีแสดงออกมาได้เต็มที่และประหยัดพลังงานลงเพราะใช้กำลังแสงลดลง

การผลิตหน้าจอยังใช้เทคโนโลยี OGS Crafts หรือที่เรียกว่า One Glass Solution ที่มีการรวมส่วนของ Touch Sensor และหน้าจอรวมกันเป็นชิ้นเดียว ส่งผลให้หน้าจอบางลงได้ 20% และตอบสนองเร็วขึ้นอีก 10% การวางหน้าจอ 5 นิ้วลงไปบนเครื่องแน่นอนว่าทำให้เครื่องมีขนาดใหญ่มาก แต่ทาง OPPO ไม่ได้วางใจในเรื่องนี้เพราะมีการออกแบบเครื่องให้เล็กลง ไปลดส่วนขอบหน้าจอแต่ละข้างให้เหลือแค่ 3.25 มม. เท่านั้นทำให้ตัวเครื่องยังจับได้ถนัดมือ ทั้งนี้ทาง OPPO ยังออกแบบขอบหน้าจอให้ได้สีดำสนิททำให้ส่วนของหน้าจอเวลามืดกับขอบหน้าจอเป็นสีเดียกันคือดำล้วน ทำให้ดูสวยงามเมื่อมองเครื่องด้านหน้า

เข้ามาถึงความสามารถของตัวเครื่องกันบ้าง ผมขอพูดแค่ 2 อย่างที่ OPPO Find 5 มีความโดดเด่นละกันครับ ที่จริงยังมีอีกเยอะพอสมควร ซึ่งที่ผมเลือกมาก็คือ Data saving และ Find my phone ครับ

เรามาเริ่มกันก่อนที่ Data Saving ส่วนนี้เป็นความสามารถที่จะช่วยเราประหยัด Data การใช้งาน EDGE/3G ได้ ซึ่งเมื่อเราเข้ามาในนี้คุณจะสามารถเลือกโปรแกรมที่คุณอนุญาตให้มันสามารถรันบน Background ได้ หรือเลือกให้มันไม่สามารถรันได้ทำมห้เราประหยัดค่า Data รวมถึงประหยัดแบตเตอรี่ได้มากขึ้นกว่าเดิม ถือเป็นความสามารถหลบมุม ใครที่มีเครื่องแล้วแต่ยังไม่เคยลองก็ไปลองกันได้เลยครับ

Find my phone มีหน้าที่ตามหาตัวเครื่องผ่านคอมพิวเตอร์ได้ คุณสามารถค้นหาตำแหน่งเครื่อง OPPO ผ่านคอมพิวเตอร์ได้ทันที แถมยังสามารถใช้งานพวกฟังก์ชันต่างๆเพื่อจัดการตัวเครื่องผ่านการ Remote ได้อีกด้วยไม่ว่าจะเป็นการล้างเครื่อง, เปิดเสียงเตือน, ส่งรายชื่อ, ล็อคหน้าจอ(ล็อคเครื่อง) เป็นต้น ในอนาคตน่าจะมีเพิ่มเติมเข้ามาอีก ถือว่าเป็นฟังก์ชันที่ทำให้ใครหลายๆคนที่กังวลเครื่องหายวางใจได้มากขึ้น ถึงแม้จะไม่ถึงขั้นวางใจได้ 100% ก็ตาม

สรุปก็คือสำหรับ OPPO Find 5 นั้นเป็น Smartphone รุ่น Spec ท็อปแต่ราคาไม่แพง ด้วยราคาที่ 15,990 บาท แต่ทุกอย่างออกแบบได้อย่างมีเรื่องราวและตั้งใจเหมือนกับรุ่นที่ผ่านมาอย่าง Finder เ็นอีก 1 รุ่นที่ไม่อาจจะตัดออกจาก List ได้ง่ายๆครับ







