ในปีที่ผ่านมา Asus ได้มีการเปิดตัวซีรีส์ Zenfone 4 ออกมาโดยชูจุแข็งที่การมีกล้องคู่ใส่ให้ทุกรุ่น จนกระทั้งในปีนี้ที่งาน Mobile World Congress (MWC) 2018 ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน แบรนด์จากไต้หวันก็มีการเปิดตัวซีรีส์ใหม่ Zenfone 5 ได้แก่รุ่น Asus Zenfone 5, Zenfone 5z และ Asus Zenfone 5 Lite โดยที่ทั้ง 3 รุ่นโดดเด่นด้วยหน้าจอดีไซน์ไร้ขอบ และขณะที่ 3 รุ่นแรกได้มีการนำระบบ AI มาพัฒนาความสามารถให้กับเครื่อง
ชม Preview เครื่อง ASUS Zenfone 5 / Zenfone 5z / Zenfone 5 Lite จากงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่กรุงบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน
- ดีไซน์-สเปค
ประเดิมด้วยรุ่น Zenfone 5 และตัว Zenfone 5z ทั้งสองรุ่นหน้าตาเหมือนกัน แตกต่างแค่เพียงสเปคภายใน ตัวเครื่องหน้า-หลังเป็นกระจก Corning Gorilla Glass 2.5D น้ำหนักอยู่ที่ 155 กรัม ดีไซน์หน้าจอไร้ขอบอัตราส่วนการแสดงผล 19:9 โดยที่มีรอยบากเล็กๆด้านบนสำหรับกล้องหน้าและเซ็นเซอร์เหมือนกับตัว iPhone X ซึ่งทาง Asus เคลมว่ารอยบากของตนเองเล็กกว่าจนทำให้มีพื้นที่หน้าจอคิดเป็น 90% ของตัวเครื่อง ขณะที่อีกฝั่งอยู่แค่ 86% เท่านั้น
สเปค Asus Zenfone 5 (SE620KL) / Zenfone 5z (ZS620KL)
- หน้าจอ Super IPS ขนาด 6.2 นิ้ว ความละเอียด FHD+ อัตราส่วน 19:9 รองรับระบบของสี NTSC ที่ 95.4% สนับสนุน DCI-P3 ขับความสว่างได้สูงสุด 500nits
- Zenfone 5 ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 636 ใช้สภาปัตยกรรมการผลิต 14นาโนเมตร กำลังประมวลผลแบบ Octa-core 64bit ขณะที่ GPU เป็น Adreno 509
- Zenfone 5z ชิปเซต Qualcomm Snapdragon 845 ใช้สภาปัตยกรรมการผลิต 10นาโนเมตร กำลังประมวลผลแบบ Octa-core 64bit ขณะที่ GPU เป็น Adreno 509
- Zenfone 5 มีสเปค RAM 4GB+ROM 64GB กับ RAM 6GB + ROM 64GB รองรับหน่วยความจำเสริม MicroSD Card สูงสุด 2TB
- Zenfone 5z มีสเปค RAM 6GB+ROM 64GB กับ RAM 8GB + ROM 128GB หรือ 256GB รองรับหน่วยความจำเสริม MicroSD Card สูงสุด 2TB
- กล้องหลังเลนส์คู่ ตัวกล้องหลักติดเซ็นเซอร์ Sony IMX363 ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 มุมมองการรับภาพ 83 องศา ขณะที่กล้องรอง 8 ล้านพิกเซลเป็นเลนส์ไวด์ 120 องศา รูรับแสง f/2.2
- กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.0 มุมมองรับภาพ 83 องศา
- รองรับการทำงาน Dual SIM 4G แบบไฮบริดจ์สล็อต โดยที่ SIM 1 สนับสนุน 2G /3G /4G ขณะที่ SIM 2 สนับสนุน 2G / 3G / 4GB
- ระบบเสียง Dual Speaker มีเทคโนโลยี NXP Smart AMP ,Hi-Res Audio 192kHz / 24-bit พร้อมด้วยเทคโนโลยี DST Headphone:X จำลองสภาพเสียงรอบทิศทางในแบบ 7.1 Channel
- รันกับ Android Oreo คลุมด้วย ASUS ZenUI 5.0
- แบตเตอรี่ 3,300mAh
- มีให้เลือก 2 สี Midnight Blue กับ Meteor Silver
รูปร่างของตัว Zenfone 5 / Zenfone 5z ถือว่ามาทางเดียวกันกับ iPhone X ที่จะลดพื้นที่ขอบจอทั้ง 4 ด้านและเหลือติ่งเล็กๆไว้ตรงกลางด้านบนของ ซึ่งกำลังเป็นงานออกแบบที่หลายๆค่ายนิยมทำอยู่ในตอนนี้
โดยภายในพื้นที่เล็กๆดังกล่าว Asus ก็ใส่มาทั้ง Proximity / Light sensor, ไฟ LED, Receiver sensor และกล้องหน้า ขณะที่ปุ่ม Back, Home , Recent App อยู่บนหน้าจอ
พลิกมาด้านหลังจะเจอกับกล้องคู่แนวตั้งวางชิดริมซ้ายบนของเครื่อง มีแฟลช LED อยู่ด้านล่าง ตรงกลางเป็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
ขอบเครื่องฝั่งซ้ายเป็นช่องใส่ซิม ฝั่งขวาเป็นปุ่ม Power และตัวปรับระดับเสียง ด้านล่างมีพอร์ต USB-C ชองเสียบหูฟัง 3.5 มม. และลำโพง สำหรับด้านบนปล่อยว่างมีแค่ไมค์ตัดเสียงรบกวน
ด้าน Zenfone 5 Lite ก็มาพร้อมดีไซน์ลดพื้นที่ขอบแบบ Full View อัตราส่วนจะเป็น 18:9 กินพื้นที่ 80.3% ของตัวเครื่อง ด้านหน้าและด้านหลังของเครื่องคลุมด้วยกระจก 2.5D เครื่องบาง 1.79 มม. และหนัก 168.3กรัม สิ่งที่เป็นไฮไลท์ของรุ่นนี้คือการมาพร้อมกล้องเลนส์คู่ Ultra Wide ทั้งหน้าและหลัง
- หน้าจอ IPS ขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด FHD+ อัตราส่วน 18:9 รองรับระบบของสี NTSC ที่ 95.4% สนับสนุน DCI-P3 ขับความสว่างได้สูงสุด 500nits
- Zenfone 5 Lite มีสองโมเดล ได้แก่รุ่น Snapdragon 630 ใช้สภาปัตยกรรมการผลิต 14นาโนเมตร กำลังประมวลผลแบบ Octa-core 64bit ขณะที่ GPU เป็น Adreno 508 กับ รุ่น Snapdragon 430 ใช้สภาปัตยกรรมการผลิต 28นาโนเมตร กำลังประมวลผลแบบ Octa-core 64bit ขณะที่ GPU เป็น Adreno 505
- สเปค RAM 3GB + ROM 32GB , RAM 4GB + ROM 64GB
- กล้องหลังเลนส์คู่ 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ตัวกล้องเสริมเป็น Ultra Wide ขยายมุมมองรับภาพ 120 องศา มีระบบโฟกัส PDAF และแฟลช LED
- กล้องหน้าเลนส์คู่ 20 ล้านพิกเซลติดเซ็นเซอร์ Sony IMX376 รูรับแสง f/2.0 กล้องเสริมเป็น Ultra Wide ขยายมุมมองรับภาพ 120 องศา มีแฟลช Softlight LED
- โมเดล SD630 รองรับการบันทึกวีดีโอ 4K UHD ด้วยกล้องหลัง และทุกโมเดลทั้งกล้องหน้า-กล้องหลัง มีระบบกันสั่น EIS แบบ 3 แกน
- ใช้ Triple Slots : Dual SIM กับ MicroSD Card รองรับสูงสุด 2TB
- รันกับ Android Oreo คลุมด้วย ASUS ZenUI 5.0
- แบตเตอรี่ 3,300mAh
- มีให้เลือก 3 สี Midnight Black, Rouge Red กับ Moonlight White
ไล่จากด้านบนของหน้าจอตรงกลางเป็นลำโพงสนทนาประกบด้วย เซ็นเซอร์, แฟลช Softlight LED และกล้องหน้าเลนส์คู่
ส่วนปุ่ม Back, Home , Recent App เป็นแบบสัมผัสบนหน้าจอ มาด้านหลังกล้องหลังเลนส์คู่จัดวางในแนวตั้ง มีแฟลช LED ติดอยู่ทางฝั่งซ้าย ถัดลงมาด้านล่างเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
ขอบเครื่องด้านซ้ายเป็นช่องใส่ SIM ฝั่งขวาเป็นปุ่มปรับระดับเสียงกับปุ่ม Power ขอบด้านบนเป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.กับ ไมค์ตัดเสียงรบกวน ขณะที่ด้านล่างเป็นพอร์ต microUSB ประกบข้างด้วยลำโพง
- ส่องความสามารถของ Zenfone 5 / Zenfone 5z
Zenfone 5 และ Zenfone 5z ที่ถือเป็นตัวท็อปของบรรดารุ่นที่เปิดตัวรอบนี้ นอกจากจะมีกล้องหลังคู่ และหน้าจอไร้ขอบ 19:9 ตามเทรนด์นิยมแล้ว ทาง Asus ก็ยังยกระดับความสามารถต่างๆให้กับตัวเครื่องทั้งการนำระบบ AI เข้ามาใช้ หรือตัวระบบเสียงที่ดีขึ้นกว่าเดิมมากๆ ซึ่งความสามารถที่ว่าก็มีดังนี้ครับ
Smart Screen On : เพียงแค่มองก็สามารถปลุกการทำงานของหน้าจอได้โดยที่ไม่ต้องกดปุ่ม Home หรือปุ่ม Power
Auto Color Temperature : ปรับอุณหภูมิของสีบนหน้าจอไปตามสภาพแสงรอบข้างโดยอัตโนมัติ เพื่อให้การแสดงผลด้านสีของภาพมีความแม่นยำ ไม่ผิดเพี้ยน
AI Scene Detection : โหมดถ่ายภาพอัจฉริยะโดยใช้ AI ช่วยระบุประเภทของ
AI Photo Learning : ระบบ AI ที่จะเรียนรู้รูปแบบการถ่ายภาพของผู้ใช้ไปเรื่อยๆ และปรับโหมดและสีให้ตรงกับสไตล์เราได้
AI Boost : โหมดเพิ่มประสิทธิภาพด้านการประมวลผลของ Zenfone 5 และ Zenfone 5z อีก 12.72%
AI Charging : นอกจากจะมาพร้อมระบบชาร์จเร็ว Boost Master แล้ว ในตัว Zenfone 5 / 5z ก็ยังมี AI เข้ามาช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้เป็นสองเท่า โดยใช้การวิเคราะห์พฤติกรรมการเข้านอนของผู้ใช้ เมื่อเสียบชาร์จแบตเตอรี่ทิ้งไว้ระบบจะชาร์จแบตให้คงที่ 80% และจะชาร์จให้เต็ม 100% เมื่อใกล้ถึงเวลาผู้ใช้ตื่น
Zenimoji : ฟีเจอร์อีโมจิเคลื่อนไหวตามใบหน้าของผู้ใช้ โดยที่สามารถ Livestream ขึ้นสังคมออนไลน์ได้
AI Ringtone : ระบบ AI ปรับความดัง-เบา ของเสียงเรียกเข้าให้เข้ากับสถานที่ที่ตัวผู้ใช้อยู่ เพื่อที่จะได้ไม่พลาดทุกสายที่โทรเข้ามา พร้อมทั้งไม่ไปรบกวนบุคคลรอบข้าง
ระบบเสียงสเตอริโอ : ด้วยเทคโนโลยี NXP Smart AMP ที่ช่วยเพิ่มกำลังขับให้เสียงดังขึ้น รองรับ Hi-Res Audio พร้อมด้วย DST Headphone:X จำลองสภาพเสียงรอบทิศทางในแบบ 7.1 Channel ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดด้านสภาพแวดล้อมของเสียงได้อย่างชัดเจน
- การถ่ายภาพ
Zenfone 5, Zenfone 5z และ Zenfone 5 Lite มีหลักการทำงานของกล้องคู่ที่เหมือนกันคือตัวกล้องเสริมจะเป็นเลนส์ Ultra Wide ขยายมุมมองรับภาพ 120 องศา โดยที่สองรุ่นก่อนหน้าจะมีระบบ AI Scene Detection เข้ามามาเป็นตัวเสริมความสามารถ
กล้องหลักของ Zenfone 5 และ Zenfone 5z ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX363 ขนาด 1/2.55 นิ้ว ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 มุมมองการรับภาพ 83 องศา ขณะที่กล้องรอง 8 ล้านพิกเซลเป็นเลนส์ไวด์ 120 องศา รูรับแสง f/2.2 ระบบโฟกัส PDAF ไว 0.3 วินาที มีระบบกันสั่นทั้ง OIS และ EIS พร้อมโหมดถ่ายภาพ Night HDR เก็บรายละเอียดของภาพในสภาวะแสงให้ออกมาดีขึ้น และยังรองรับการทำงานแบบมืออาชีพด้วยการสนับสนุนไฟล์ RAW
ในส่วนของ Zenfone 5 Lite โดดเด่นด้วยกล้องหน้า-กล้องหลังเลนส์คู่ โดยที่กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ตัวกล้องเสริมเป็น Ultra Wide ขยายมุมมองรับภาพ 120 องศา มีระบบโฟกัส PDAF ไว 0.03 วินาที และแฟลช LED รองรับการถ่ายวีดีโอ 4K UHD มีระบบกันสั่น EIS ส่วนกล้อง 20 ล้านพิกเซลติดเซ็นเซอร์ Sony IMX376 รูรับแสง f/2.0 กล้องเสริมเป็น Ultra Wide ขยายมุมมองรับภาพ 120 องศา และมีแฟลช Softlight LED
- ZenUI 5
Asus Zenfone 5, Zenfone 5z ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo คลุมด้วยของใหม่จาก Asus อย่าง ZenUI 5 ที่มีการตัดแอปฯที่ไม่จำเป็น หรือมีความซ้ำซ้อนออกไป ขณะที่ Asus Zenfone 5 Lite จะได้รับอัพเดตไม่เกินไตรมาสที่ 2 ของปี โดยที่ทั้งสามโมเดลนอกจากจะมีระบบปลดล็อคด้วยสแกนลายนิ้วมือแล้ว ก็ยังสามารถสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคเครื่องได้ด้วย
สำหรับการวางจำหน่าย Zenfone 5 Lite จะวางขายช่วงเดือนมีนาคม, Zenfone 5 วางขายเมษายน และ Zenfone 5z เดือนมิถุนายน โดยที่ปัจจุบันประกาศราคามาแค่ตัว Zenfone 5z สตาร์ทที่ 479 ยูโร หรือราว 18,xxx บาทครับ ส่วนจะเข้าไทยเมื่อไร และมีรุ่นไหนบ้าง ถ้ามีความเคลื่อนไหวจะนำมารายงานให้ทราบกันอีกครั้ง









