หลังจากดีแทคประกาศเปิดตัวศูนย์บริการแนวคิดใหม่ ที่ผสานรวมการบริการเข้ากับระบบเทคโนโลยีดิจิตอลแบบเต็มรูปแบบจนกลายมาเป็น “dtac Hybrid Shop” วันนี้ทีมงานเลยขอลองไปเยี่ยมชมดูสักหน่อยว่าภายในศูนย์บริการแบบใหม่ที่มีรูปแบบเป็นดิจิตอลนั้นจะล้ำแค่ไหน มีอะไรมาอำนวยความสะดวกลูกค้าบ้าง
สำหรับ dtac Hybrid Shop แห่งแรกที่ดีแทคเพิ่งเปิดตัวไปนั้นตั้งอยู่ที่ ชั้น 4 เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นแฟลกชิพสโตร์แห่งแรกที่นำเอาเทคโนโลยีดิจิตอลแบบเต็มรูปแบบมาผสานรวมกับการบริการ อำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าได้อย่างเต็มที่

โดยรูปแบบของ dtac Hybrid Shop นั้นจะมีให้การบริการด้านการซื้อสินค้า และบริการทั่วไป 2 แบบ คือการรับบริการจากพนักงาน (Physical) และรับบริการด้วยตัวเองผ่านระบบดิจิตอล (Digital) ซึ่งลูกค้าจะมั่นใจได้เลยว่าจะได้รับคำแนะนำจากพนักงานทั้งเรื่องของสินค้า หรือโปรโมชั่นต่างๆ ของดีแทค โดยที่ยังสามารถลองเล่นเครื่องจริง และยังเปรียบเทียบข้อมูลเรื่องราคา และคุณสมบัติของสินค้าได้ในรูปแบบดิจิตอล หรือระบบ QR Code ซึ่งก็สามารถทำได้ด้วยตนเองเลยครับ

หลังจากได้เข้าไปเยี่ยมชม dtac Hybrid Shop ด้วยตนเอง เลยได้สัมผัสกับเทคโนโลยี และบริการใหม่ๆ ซึ่งตัวช็อปนั้นจะมีจุดเด่นของบริการรูปแบบใหม่นี้ 5 อย่างครับ ที่เพื่อนๆ จะได้รับความรู้สึกแบบ feel goood จริงๆ

อย่างแรกเลยคือที่ dtac Hybrid Shop จะมีพนักงานที่ได้ชื่อว่าเป็น Smartphone Expert หรือพนักงานที่มีความรู้เรื่องสมาร์ทโฟนแบบแน่นปึ้ก ซึ่งจะสามารถให้คำแนะนำเพื่อนๆ ได้อย่างดีเยี่ยมเลยเกี่ยวกับตัวสมาร์ทโฟนแทบทุกรุ่น หากต้องการรู้ข้อมูลการทำงาน หรือการแก้ปัญหาต่างๆ บนสมาร์ทโฟน ไม่ต้องไปไหนไกล ขอคำแนะนำจาก Smartphone Expert ได้เลย

ต่อมาก็คือในส่วนของแอคเซสซอรี่ หรืออุปกรณ์เสริมต่างๆ สำหรับสมาร์ทโฟน ที่แต่ก่อน dtac Shop ไม่ได้มีไว้บริการหลากหลายเท่านี้ ตอนนี้มีให้เพื่อนๆ เลือกช้อปปิ้งกันแบบเต็มพิกัดเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเคส สายชาร์จ หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่ไว้ใช้กับโทรศัพท์มือถือ บอกตรงๆ ว่ามีเพียบ

จุดที่สามเห็นจะเป็นบริการที่เรียกว่า Digital sale-kit ที่เป็นโปรแกรมช่วยแนะนำลูกค้าถึงตัวสินค้าและโปรโมชั่นต่างๆ ด้วยพนักงาน โดยจะแนะนำในการเลือกเครื่อง และโปรโมชั่นให้ตรงกับการใช้งานของเราจริงๆ ด้วยโปรแกรมบนแท็บเล็ตที่สะดวกต่อการนำเสนอครับ สนใจเครื่องไหน แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ เลือกโปรโมชั่นไม่ได้ต้องมาที่จุดนี้เลยจบแน่นอน

ถัดจากตัว Digital sale-kit ก็ต้องพูดถึงส่วนของ DIY (Do It Yourself) หรือทำเองเถิด… ไม่ใช่!! โซนนี้จะเป็นโซนที่ลูกค้าสามารถเลือกชมมือถือ หรือแท็บเล็ต พร้อมด้วยข้อมูลโปรโมชั่นต่างๆ ของแต่ละเครื่องที่เราเลือกดูได้ ซึ่งสามารถพิจารณาได้เองที่หน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่เด่นเป็นสง่า สนใจรุ่นไหนก็แตะเลือกรุ่นนั้นเพื่อดูราคาทั้งตัวเครื่อง และแพ็คเกจสำหรับเครื่องรุ่นนั้นๆ ซึ่งในข้อมูลจะมีทั้งโปรโมชั่นต่างๆ และแพ็คเกจพิเศษที่สรุปมาให้โดยเฉพาะ เราจะรู้ได้ทันทีว่า หากเราจะจับจองเครื่องรุ่นนี้ พร้อมแพ็คเกจนี้ เราจะสูญเงินเป็นจำนวนเท่าไหร่… สะดวกและล้ำยุคมาก

นอกจากดูราคา คุณสมบัติ โปรโมชั่นร่วมต่างๆ และแพ็คเกจของตัวเครื่อง หน้าจอมหัศจรรย์ของโซน DIY ยังสามารถเปรียบเทียบสเปค และราคาของตัวเครื่องได้ ซึ่งตัวโปรแกรมมีลิสต์ไว้ให้พร้อมเลยครับ หากเลือกรุ่นแรกเป็นโทรศัพท์มือถือ ระบบจะล็อคให้เลือกรุ่นเปรียบเทียบอีกตัวเป็นโทรศัพท์มือถือเท่านั้น เช่นเดียวกันหากเลือกแท็บเล็ตก็เปรียบเทียบกับแท็บเล็ตได้เท่านั้นเช่นกันครับ

ส่วนสุดท้ายที่อยากนำเสนอมากๆ ก็คือระบบ “Scan Me” หรือระบบ QR Code ที่เราสามารถสแกนดูสิทธิพิเศษต่างๆ หรือข้อมูลต่างๆ ได้ โดยที่หน้าศูนย์บริการจะมี QR Code ประจำสาขา เราสามารถสแกนเพื่อเข้าสู่หน้าสิทธิพิเศษต่างๆ ของสาขาได้ โดยข้อมูลจะแสดงเป็นไฮไลต์ว่าตอนนี้มีโปรโมชั่นหรือสิทธิพิเศษอะไรบ้าง ขอบอกว่าสิทธิพิเศษเพียบจาก dtac Reward และที่สำคัญ ยังมีโปรโมชั่นเด็ดๆ ที่ไม่มีในในเครื่อง แต่ต้อง Scan ผ่าน QR Code ถึงจะเจอครับ

ส่วนที่แท่นเครื่องที่ให้ทดลองเล่นก็จะมี QR Code ให้สแกนเพื่อดูรายละเอียดข้อมูลของตัวเครื่อง นอกจากนี้ตามโบชัวร์โปรโมชั่นต่างๆ ก็จะมี QR Code ให้สแกนด้วยเช่นกันครับ แค่สแกนแล้วระบบจะแสดงหน้าโบชัวร์นั้นๆ ทั้งหมดบนโทรศัพท์มือถือ เป็นการช่วยลดการใช้กระดาษ ช่วยลดโลกร้อนได้อีกทางนึงนะครับ ^^

สำหรับการสแกน QR Code เราจำเป็นต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นอ่าน QR Code ลงบนโทรศัพท์มือถือก่อนครับ ซึ่งแอพพลิเคชั่นเหล่านี้จะเก็บ History ไว้ให้ด้วย นั่นหมายความว่า เราสามารถเดินเข้าศูนย์บริการไปสแกนตามจุดต่างๆ เก็บไว้ แล้วก็นำเอากลับมาดูต่อที่บ้านก็ได้ สะดวกมากๆ ครับ


นอกจากส่วนของบริการแบบดิจิตอลที่กล่าวมาถึง ภายในศูนย์บริการยังมีมุมพักผ่อนให้นั่งรอแบบสบายๆ พร้อมน้ำหวานเย็นๆ และโซนสำหรับเสียบชาร์จแบตเตอรี่มือถือ และแท็บเล็ตให้ด้วย เรียกได้ว่าครบวงจรเลยทีเดียวครับ

สำหรับ dtac Hybrid Shop ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 4 นี้นับเป็นศูนย์บริการดิจิตอลแห่งแรก ซึ่งดีแทคมีแผนจะเป็นศูนย์บริการอื่นๆ อีกกว่า 300 สาขา เป็นคอนเซปท์เดียวกันนี้ด้วยงบลงทุนกว่า 800 ล้านบาท ภายในเวลา 2 ปีนี้ ซึ่งตอนนี้ dtac Shop ที่มาบุญครองเองก็มีในส่วนของ Scan Me ให้ใช้แล้วเช่นกันครับ ใครยังไม่เคยสัมผัสกับศูนย์บริการล้ำๆ แนะนำให้มาลองใช้บริการกันดูที่ dtac Hybrid Shop ชั้น 4 เซ็นทรัลเวิลด์ครับ ถูกใจจริงบอกตรงๆ