สวัสดีครับ นาย Bluecosmos ไม่ได้เขียนพรีวิวมานาน มาวันนี้มีเวลาว่างเลยได้โอกาสไปร่วมงาน Samsung และได้จับอุปกรณ์รุ่นท็อปรุ่นใหม่ของพวกเค้าที่เปิดตัวกันไปแล้วที่เมืองนอกไม่นานนี้กับ Samsung Galaxy Tab S ซึ่งหลายคนอาจจะได้ติดตามข่าวกันมาบ้างแล้ว ใครอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่นี่ครับ …. โดยงานนี้เองทาง Samsung ได้เปิดตัว Galaxy Tab S ด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น คือ 8.4 และ 10.5 ซึ่งทั้ง 2 ตลาดนี้แน่นอนจับกลุ่มผู้ใช้งาน Tablet ด้วย Lifestyle ที่แตกต่างด้วยขนาดของหน้าจอนั่นเอง
Samsung Galaxy Tab S ถูกวางตำแหน่งมาเพื่อเป็นรุ่นท็อปของ Tab ดังนั้นสิ่งที่เราจะเห็นต่อไปนี้เราจะเห็นความเป็น Tablet ที่มาพร้อมกับ Spec ที่ดี พร้อมต่อกรกับ iPad จาก Apple ไม่ใช่ Tablet Spec โอเค ราคาถูกที่เราเห็นกันมากมายในท้องตลาด ก่อนหน้านี้เองเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว เราได้เห็นของแบบนี้จาก Samsung มาแล้วอย่าง Galaxy Tab 7.7 ที่มาพร้อมกับความพรีเมี่ยมของวัสดุ หน้าจอ Super AMOLED พร้อมด้วย Spec ชั้นดี แต่อย่างไรก็ตามเนื่องด้วยปัญหาหลายๆอย่างทำให้มันไม่ประสบความสำเร็จเท่าไรนักหากเทียบกับรุ่นอื่นๆของ Samsung
ถึงตรงนี้ทาง Samsung ได้ออกมาเสนอ Galaxy Tab S พร้อมกันทั้งหมด 2 รุ่น ก็คือ 8.4 และ 10.5 ซึ่งผมได้ลองจับมาแล้วทั้งคู่ และต้องขอบอกเลยว่างานนี้ผมเจอคู่แข่งของ iPad ตัวจริงแล้วละครับ!
ขอเริ่มที่ตัวแรกก่อนคือตัว 10.5 ตัวนี้ แน่นอนหน้าจอขนาดใหญ่ 10.5 นิ้ว หน้าตาโดยรวมก็คล้ายหรือจะบอกว่าเหมือนกัน Tablet จาก Samsung ในหลายๆรุ่นที่ผ่านมาทั้งหมดก็ว่าได้ แต่หากลองมาดูรายละเอียดของเครื่องจริงๆแล้วมีการออกแบบให้เครื่องดูเบาและวัสดุขอบข้างเครื่องเป็นอลูมิเนียมเบาที่ดูทนทานแต่ก็ยังดูเบาอยู่ดี แต่อย่างไรก็ตามหากหันมาด้านหลังจะพบว่าวัสดุเป็นแบบเดียวกับ Galaxy S5 แต่จุดมันจะไม่ค่อยถี่เท่ากับของ Galaxy S5 แต่ก็ถือว่าไม่ได้แตกต่างเท่าไรนัก
ด้านหน้า นอกจากหน้าจอขนาดใหญ่ 10.5 นิ้วที่เป็น Super AMOLED ที่ความละเอียดสูงถึง 2560×1600 พิกเซล (288 ppi) แล้ว เราจะสังเกตว่าตัวปุ่มต่างๆ จะคล้ายกับรุ่น Galaxy Note 10.1 (2014) เกือบหมด ตัวขอบหน้าจอเองไม่ได้แคบเท่าไรนัก ออกจะหนาด้วยซ้ำไป นอกนั้นด้านบนก็มีกล้องหน้าคอยเอาไว้ Video call หรือใครจะ Selfie ก็ได้นะ (ถ้าไหว) จัดกันไปที่ 2.1 ล้านพิกเซล ซึ่งก็ถือว่าใช้ได้
รอบๆเครื่องช่องเชื่อมต่อและช่องใส่การ์ดทั้งหมดจะอยู่ด้านขวาของตัวเครื่อง ซึ่งมีฝาปิดอย่างดี เว้นแต่ช่อง microUSB ที่ไม่มีฝาปิดและยังเป็นแค่เวอร์ชั่น 2.0 อยู่เลย ส่วนด้านซ้ายมีแค่ช่องเชื่อมใส่หูฟัง 3.5 มม. เท่านั้น แต่จากภาพจะเห็นว่าทั้ง 2 ข้างมีลำโพง นั่นหมายความว่า Galaxy Tab S 10.5 ยังคงเป็นลำโพงคู่เหมือนกับ Tablet 10 นิ้วจาก Samsung หลายๆรุ่นที่ผ่านมา
ด้านล่างของเครื่องมีแค่ไมค์เท่านั้น ส่วนด้านบนมีพวกปุ่มต่างๆเรียงกันอยู่ครบที่ด้านซ้าย ซึ่งก็เหมือนกับ Tab ส่วนใหญ่ของ Samsung ก็ถือว่าเป็นตำแหน่งที่กดได้ไม่ยาก ใช้ไม่นานก็ชิน และแน่นอน มี IR ที่เอาไว้ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านนั่นเอง
ด้านหลังอย่างที่บอกไปคือเป็นลายจุดเหมือนเดิม ด้านบนมีกล้อง 8 ล้านพิกเซลพร้อม LED Flash โดยรวมก็เรียบๆไม่มีอะไร แต่จะสังเกตเห็นนิดนึงว่ามีเหมือนปุ่มอยู่ 2 ปุ่ม ตรงช่วงล่างๆ อันนี้เอาไว้ใช้กับ Book Cover case ครับ ซึ่งเดี๋ยวจะมาพูดถึงกัน
ตามมาต่อกันด้วย Galaxy Tab S 8.4 ตัวนี้ไม่ได้มีอะไรต่างจากตัวบนมากทั้งในเรื่องของวัสดุและความเบา โดยตัวนี้เองมีน้ำหนักเพียงแค่ 298 กรัมเท่านั้น ผมอยากให้ลองมาจับดูครับ เพราะมันเบาได้ใจเลยเหมือนกัน จับถือได้ง่ายกว่ารุ่นบนมากพอตัว จับแล้วพอดีกับมือ ตัวนี้เองด้านหน้ามาพร้อมกับหน้าจอขนาด 8.4 นิ้ว Super AMOLED เหมือนกัน ที่ความละเอียด 2560×1600 พิกเซล (359 ppi) เหมือนกับรุ่น 10.5 ขอบหน้าจอจะดูบางกว่ารุ่น 10.5 นิ้วอยู่มากเลยทีเดียว ด้านบนมี Sensor และกล้องหน้า 2.1 ล้านพิกเซล ส่วนพวกปุ่มควบคุมต่างๆจะคล้ายคลึงกัน เพียงแต่ทั้งหมดถูกออกแบบมาวางในแนวตั้ง
รอบๆเครื่อง ด้านซ้ายเองจะเรียบๆไม่มีอะไร ส่วนด้านขวาถือเป็นศูนย์รวมของทุกอย่างเลยไม่ว่าจะเป็นช่อง microSD card และช่องใส่ซิมที่มีฝาปิด รวมถึงปุ่มควบคุมต่างๆทั้ง 3 ปุ่มที่อยู่ในตำแหน่งที่กดง่าย และ IR remote ก็อยู่ตรงนี้หมด และแน่นอนว่าวัสดุก็ยังเป็นอลูมิเนียมเบาเหมือนกับรุ่น 10.5 นั่นเองครับ
ด้านบนและด้านล่างมีลำโพงซึ่งเป็นลำโพงคู่เหมือนกับรุ่น 10.5 และพวกช่องเชื่อมต่อ microUSB รวมถึงช่องใส่หูฟัง 3.5 มม. อันนี้มาเรียงกันอยู่ด้านล่างของเครื่อง โดยรวมก็ถือว่ามีการจัดเรียงปุ่มและช่องต่างๆได้ค่อนข้างดี
ด้านหลังยังคงลายจุดเหมือนกันรุ่น 10.5 ด้านบนมีกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซลพร้อม LED Flash และแน่นอนมีตุ่มๆ ด้านล่าง 2 อันเพื่อใช้กับ Cover case ได้เหมือนกัน
ในแง่ของ Software ทั้ง Galaxy Tab S 8.4 และ 10.5 มาพร้อมกับ Android 4.4 Kitkat และถูกครบด้วย TouchWiz เหมือนเดิม หน้าตาต่างๆจะออกแนว Galaxy S5 หมด ถามว่าลื่นไหมบอกเลยว่าไม่น่าผิดหวัง Touch ได้ไว ทำงานไม่มีหน่วง เอาเป็นว่าไม่น่าหงุดหงิด
ส่วนของฟังก์ชันเองทั้ง 2 รุ่น โทรได้เลยในตัว (ตัว 8.4 แนบหูได้เลย ส่วน 10.5 ต้องใช้หูฟัง) ซึ่งนอกจากจะโทรได้แล้วยังสามารถใช้พวกความสามารถ Multi Windows เพื่อทำอย่างอื่นไปพร้อมๆกันได้ ซึ่งที่จริงแล้วไม่ต้องใช้ร่วมกับโทรศัพท์ก็ได้ จะเป็นโปรแกรมพื้นฐานอื่นๆอะไรก็ได้ แต่เปิดได้พร้อมกัน 2 หน้าต่าง และสามารถย่อขยายหน้าต่างได้เองอีกด้วย
ความสามารถอีกอย่างที่โดดเด่นก็คือ App Sidesync 3.0 ที่ติดมาให้กับ Galaxy Tab S เลยทั้ง 2 รุ่น ทำให้คุณสามารถใช้ Smartphone Samsung Galaxy เป็นหน้าจอเล็กบนหน้าจอ Tablet ได้ โดยสามารถใช้ Tab S คุมหน้าจอ Smartphone ของคุณได้ทันที แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถใช้ Tab S ทำอย่างอื่นได้เหมือนกัน
ในแง่อื่นๆอย่าง กล้องหลังจากที่เล่นๆดูก็ถือว่าเป็นกล้องที่ไม่ได้แตกต่างอะไรจาก Samsung รุ่นอื่นๆ คือ Shutter ดีเลย์นิดนึง แต่โหมดการใช้งานก็ยังมีให้เลือกหลายอย่าง โดยรวมลองเล่นได้ไม่นาน แต่ถ่ายภาพออกมาได้โอเคเลยเหมือนกันนะครับ (ดูบนหน้าจอเครื่อง)
Samsung Galaxy Tab S ทั้ง 2 รุ่นจะเห็นได้ชัดว่าทั้งคู่มีหน้าจอที่โดดเด่น เพียงแต่แตกต่างกันที่ขนาดเท่านั้น ตัวหน้าจอเองมีความสามารถที่โดดเด่นกว่าคู่แข่งถึง 4 อย่าง
1. Clearer Resolution ด้วยพิกเซลที่มาก 2560×1600 พิกเซล (ที่เอามาคูณแล้วก็ 4 ล้านพิกเซลกันเลยทีเดียว) ทำให้ภาพออกมามีความคมชัดค่อนข้างมากเห็นรายละเอียดต่างๆได้ดียิ่งขึ้้น รวมถึงสัดส่วน 16:10 ที่ทำให้เวลาดูวีดีโอแล้วไม่มีขอบดำๆข้างบนให้น่ารำคาญอีกต่อไป
2. Wider color range ที่ทำให้ดูภาพในสีที่ถูกต้องได้มากกว่าเพราะ Super AMOLED เองอย่างที่ทราบกันสีที่ออกมาจะแสดงผลจากเม็ดสีทำให้ได้สีจริง ไม่ต้องผ่านความสว่างจาก Backlight ทำให้มันมีโอกาสแสดงผลสีได้ถูกต้องจากเดิมที่ TFT LCD ทำได้ประมาณ 75% แต่ Super AMOLED ทำได้ถึง 94% เลยทีเดียว
3. Deeper Contrast ด้วยค่า Contrast สูงถึง 100000:1 ทำให้มันแสดงผลสีได้ค่อนข้างละเอียด คือแยกส่วนได้ชัดเจนระหว่างขอบ รวมถึงรายละเอียดของภาพที่แยกมิติได้ชัดเจนกว่าเดิม
4. Adaptive Display ที่สามารถเลือกปรับโหมดต่างๆให้เหมาะกับกิจกรรมที่ทำอยู่ได้ เช่น ดูภาพยนต์ก็จะมีโหมดภาพยนตร์ที่แสดงสีออกมาได้สว่างกว่าปกตินั่นเอง เป็นต้น
สำหรับ Samsung Galaxy Tab S ทั้ง 2 รุ่นนั้นน่าจะเหมาะกับผู้ที่ตามหา Tablet ฝั่ง Android รุ่นท็อปๆ Spec ดี เครื่องสวย จอสวย เอาไว้เล่นอินเตอร์เน็ตหรือเปิดเล่น App ต่างอย่างเต็มประสิทธิภาพด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ แต่ถ้าหากว่ากันในเรื่อง Apps นั้นก็คงต้องบอกว่าหากเทียบเคงกับ iOS ก็ยังคงไม่ค่อยมีอะไรที่ดูโดดเด่นกว่านัก นอกจากเรื่องการทำงานจริงจังบนตัวเครื่อง อย่างเช่น พวก Office หรือการใช้ Video conference นอกนั้นยังดูไม่มีความโดดเด่นมากกว่า iPad เท่าไรนักในแง่ Software แต่ในแง่ Hardware ตอนนี้มันดีกว่าแน่ๆ โดย Galaxy Tab S ทั้ง 2 รุ่นจะวางจำหน่ายวันแรกวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ ด้วยราคา 16,900 บาท สำหรับ Galaxy Tab S 8.4 และ 19,900 บาทกับ Galaxy Tab S 10.5
นอกจากนี้ทาง Samsung ยังมี Book Cover case ให้กับทั้ง 2 รุ่น สามารถตั้งได้ 3 โหมดคือ โหมด View, Touch และ Type คือหมายความว่ามันตั้งได้ 3 ระดับนั่นแหละครับ โดย Cover case ของ Galaxy Tab S 8.4 อยู่ที่ 1,890 บาท ส่วนรุ่น 10.5 อยู่ที่ 2,190 บาทครับ มีด้วยกันทั้งหมด 3 สีก่อน คือ ดำ, แดงและขาว ส่วนอีก 2 สีจะตามมาทีหลังครับ
สเปคเครื่องของทั้งสองรุ่น (8.4″ / 10.5″)
Display คุณภาพหน้าจอ
2560×1600 (WGXGA) Super AMOLED
CHIPSET
– Exynos 5 Octa Core
Supported Carrier
– LTE: 800/900/1800/2600+850/2100
MEMORY หน่วยความจำ
– 3GB RAM, 16GB Memory
MicroSD (up to 128 GB)
CAMERA/FLASH กล้องและแฟลช
– 8M with flash LED + 2.1M Full HD
CONNECTIVITY การเชื่อมต่อ
– Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, MIMO
– Wi-Fi Direct, BT 4.0
DIMENSION, WEIGHT
– 10.5 inch 247.3 x 177.3 x 6.6mm , 467g
– 8.4 inch 125.6 x 212.8 x 6.6mm , 298g
BATTERY CAPACITY
– 10.5 inch 7,900 mAh
– 8.4 inch 4,900 mAh
OS/UPGRADE
– Android 4.4 (Kitkat)
AUDIO
– MP3, AAC ,AAC+, eAAC+, WMA, Vorbis, FLAC
VIDEO
– H.263, H.264 (AVC), MPEG4, VC-1, WMV7, WMV8, VP8
– Recording : FHD (1920 x 1080) @30fps
– Playback : WQHD (2560 x 1440) @30fps
CONNECTORS
– USB 2.0, 3.5mm Ear Jack