เจาะจุดเด่น Samsung Galaxy Note 3 Neo Duos ราคา 17,800 บาท น่าซื้อตรงไหน!?

โดย nookzz | 2 พฤษภาคม 2557 เมื่อ 20:09 น. | อ่าน 689

coverหลังการประกาศวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Samsung Galaxy Note 3 Neo Duos ที่คาดว่าจะเริ่มกระจายสินค้าในวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา และจะครบถ้วนตามตัวแทนร้านค้าต่างๆ ในวันที่ 6 ที่จะถึงนี้นั้น ก็มีเสียงวิจารณ์ออกมาค่อนข้างเยอะ กับราคา 17,800 บาท แต่ปรับลดสเปคลงพอสมควรจากรุ่นเดิม แม้จะรองรับ Dual SIM ก็ตามที…

SONY DSCวันนี้เลยมาลองเจาะจุดเด่นให้เพื่อนๆ ดูกันอีกสักเล็กน้อย เผื่อจะเกิดสนใจในตัว Samsung Galaxy Note 3 Neo Duos ตัวนี้กันขึ้นมาบ้างไม่มากก็น้อย เพราะคิดว่าหลายๆ ท่านที่ไม่ค่อยปลื้มกับรุ่นนี้นั้น น่าจะเป็นกลุ่มลูกค้าที่ไม่ได้สนใจฟีเจอร์ Dual SIM Standby กันอย่างจริงจัง หรือมองว่าสมาร์ทโฟน Dual SIM รุ่นไม่กี่พันบาทก็มีให้ใช้ หรือจะเลือกไปใช้ Galaxy Grand 2 ก็ดูเก๋ ราคาถูกกว่าตั้งครึ่งหมื่น!! เรามาทำความรู้จักกันเพิ่มเติมหน่อยครับ

สเปคตัวเครื่อง Samsung Galaxy Note 3 Neo Duos

  • ขนาด 148.4 x 77.4 x 8.6 มิลลิเมตร, น้ำหนัก 162.5 กรัม
  • หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 720 x 1280 พิกเซล
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 400 – Quad core 1.6GHz
  • หน่วยประมวลผลกราฟฟิก Adreno 305
  • RAM 2GB, ROM 16GB รองรับ MicroSD สูงสุด 64GB
  • กล้องหลัง 8 Megapixel, กล้องหน้า 2 Megapixel
  • Android 4.3 (Jelly Bean) + TouchWiz UI
  • รองรับ 3G คลื่น 850 / 900 / 1900 / 2100 MHz
  • รองรับระบบ Dual SIM Standby
  • Battery Li-Ion 3,100 mAh
  • ปากกา S-Pen พร้อมฟีเจอร์ Air Command

หน้าตาเหมือน Galaxy Note 3…

SONY DSCอย่างแรกเลยมันคือ Galaxy Note 3 ครับ รูปร่างหน้าตาแทบไม่แตกต่างกัน มีจุดสังเกตให้ดูเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งผมคิดว่ามันก็ดูดีมีราคาพอสมควร เพราะวัสดุและการออกแบบต่างๆ ไม่แตกต่างจากรุ่นพี่เลย ถ้าไม่ได้วางเทียบกันเผลอๆ แยกไม่ออกด้วยซ้ำ ขนาดมันเล็กลงเพียงนิดเดียว ไปๆ มาๆ พกง่ายขึ้น ถือสะดวกขึ้นด้วย

backpanel-ss-note3-neo

ส่วนฝาหลังก็เป็นแบบเดียวกันครับ เป็นลายหนัง ลวดลายฉลุแตกต่างกันนิดหน่อย แน่นอนว่าของตัว Note 3 เดิมดูเหมือนมากกว่าครับ แต่โดยรวมแล้วไม่เพ่งเล็งก็ดูไม่ออก มันยังให้ความรู้สึกในลุคที่หรูหราอยู่ครับ ซึ่งในบรรดาสมาร์ทโฟน Dual SIM ในตลาดบ้านเรา ผมมองว่ามันดูดีกว่าใครๆ เลยทีเดียว

ขีดๆ เขียนๆ ได้ด้วยปากกา S Pen พร้อมฟีเจอร์ Air-Command ครับ!!

SONY DSCขึ้นชื่อว่าเป็น Galaxy Note แน่นอนว่าฟีเจอร์อย่างปากกา S Pen คือจุดเด่นที่ขายได้แน่นอน มันมีฟังก์ชั่นต่างๆ มาให้ครบถ้วนไม่ตกหล่นจากรุ่นพี่เลยแม้แต่น้อย ปากกามีปรับปรุงหน้าตาไปอีกนิดหน่อย ดูดีขึ้น มีโลโก้ Samsung ด้วย ใหม่กว่า!! อยากจะเทิร์นปากกากับของ Note 3 ตัวเดิมจริงๆ

SONY DSC

ดังนั้นแล้วนี่คือสมาร์ทโฟนที่มีปากกา S Pen ไว้ขีดๆ เขียนๆ จดบันทึก หรือวาดรูปต่างๆ ซึ่งมันเป็นอะไรได้มากกว่าสมาร์ทโฟนทั่วๆ ไป ซึ่งต้องย้ำอีกครั้งว่านี่คือสมาร์ทโฟนสองซิมที่มีปากกา S Pen นะครับ หากสาวกท่านไหนหลงไหลฟีเจอร์พวกนี้ แล้วอยากใช้สมาร์ทโฟนสองซิม Galaxy Note 3 Neo Duos ก็ไม่ได้แพงจนเกินไปอย่างที่คิดๆ กัน

กล้อง 8 ล้านพิกเซล คุณภาพถือว่าใช้ได้

ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่หาสมาร์ทโฟนสองซิมที่มีกล้องถ่ายภาพที่คุณภาพเยี่ยม เพราะส่วนใหญ่ในทุกๆ รุ่นนั้นจะเน้นในเรื่องของ Dual SIM เป็นหลัก เจาะกลุ่มคนใช้งานมือถือสองซิมโดยเฉพาะ โดยไม่ได้มีกล้องคุณภาพดีๆ ให้ใช้สักเท่าไหร่ แต่บน Galaxy Note 3 Neo Duos เองก็ไม่ได้มีกล้องขั้นเทพอย่างที่หวังหรอก โดยที่มันถูกลดคุณภาพกล้องจาก 13 ล้านพิกเซล (Note 3) เหลือแค่ 8 ล้านพิกเซล

SONY DSC

แต่ทว่า… แต่เดิมนั้นกล้องบน Galaxy Note 3 ที่เป็นกล้อง 13 ล้านพิกเซล พูดกันตามตรงคุณภาพก็ไม่ได้ยอดเยี่ยมกระเทียมดองแบบมือถือเน้นกล้องเท่าไหร่อยู่แล้ว แค่ใช้งานดี ถ่ายภาพชัด สีสันได้ แต่ฟีเจอร์ของซัมซุงนั้นหลากหลายครับ โหมดต่างๆ มีให้เลือกเพียบ ฟังก์ชั่นกล้องฉลาดๆ มีให้ใช้ครบครัน ซึ่งแน่นอนมันถูกส่งต่อให้รุ่นน้องมาเพียบ แม้จะไม่ครบขาดหลักๆ คือโหมด Smart Stabilization และ Burst shot นั่นเองครับ อื่นๆ ครบนะอย่าลืม

ประสิทธิภาพตัวเครื่องดีพอตัว

chips-graphic_ocean_1-200แม้ว่าจะถูกลดระดับลง โดยใช้ชิปเซ็ต Snapdragon 400 แทน ซึ่งเป็นหนึ่งจุดสำคัญที่แฟนๆ โอดครวญกันว่า “ราคา 17,800 บาท มันควรจะ Snapdragon 600 เป็นอย่างต่ำ” เป็นธรรมดาสำหรับคนเน้นความแรง เสียเงินเกือบสองหมื่นก็อยากจะได้พวก Snapdragon 800 หรือไม่ก็พวก Exynos 5420 ตัวแรงๆ หน่อย ดังนั้นคนที่เน้นในจุดนี้ รุ่นอื่นๆ พวกเรือธงรุ่นเก่าหลายๆ ยี่ห้อนั้นแรงกว่าในราคาเดียวกันครับ หันไปเล่นพวกนั้นจะคุ้มกว่า

400-diagram-01162014แต่… ถ้าอยากจะใช้ฟีเจอร์ Dual SIM Standby แบบ Always ON ล่ะก็ Samsung Galaxy Note 3 Neo Duos ก็ไม่ได้อ่อนแอถึงเพียงนั้น Snapdragon 400 ก็เป็นชิปเซ็ตแบบ Quad Core 1.6GHz ที่ตัวเครื่องยังมี RAM 2GB หน่วยความจำภายใน 16GB เพิ่ม MicroSD ได้ 64GB ผมขอใช้คำว่าเพียงพอครับ และใช้งานได้ดีด้วยจากประสบการณ์ตรง มันไม่ได้ช้าเลย UI ก็ลื่นปรื๊ดไม่แตกต่างจาก Note 3 ตัวเดิม แอพพลิเคชั่นต่างๆ ก็ทำงานได้ราบรื่นด้วย หากไม่ได้ใช้งานแบบฮาร์ดคอร์ นี่ก็เพียงพอแล้วครับ

หน้าจอ Super AMOLED 5.5″ HD

หน้าจอถูกปรับเล็กลงนิดหน่อย จากเดิม 5.7″ ความละเอียดเหลือแค่ HD 720 x 1280 พิกเซล แต่ยังใช้พาเนลเดิม เป็น Super AMOLED เหมือนกับรุ่นท็อปจากซัมซุงครับ แตกต่างจาก Dual SIM สมาร์ทโฟนรุ่นก่อนๆ ที่เคยเจอกันมานะ ด้านความละเอียดที่ลดลงจะมีผลก็กับการดูหนัง เล่นบราวเซอร์ และในบางแอพพลิเคชั่นเท่านั้นเอง

SONY DSC

เมื่อมามองเทียบๆ กันจากการใช้งานทั่วๆ ไป ไม่แตกต่างกันมาก ภาพในจอ Full HD จะคมกว่านิดหน่อย แต่โดยรวมแล้วยังเป็นหน้าจอที่ดูดีนะ สีสันก็แจ่มตามสไตล์ Super AMOLED มี Ambient light เซ็นเซอร์ จะดูหนังเล่นเกมส์ก็ยังเพลินและทำได้ดีอยู่

แบตเตอรี่ 3100 mAh

SONY DSCความจุแบตเตอรี่ลดลงเพียงนิด จากเดิม 3200 mAh เป็น Li-Ion เหมือนเดิม ซึ่งตามหลักแล้วสมาร์ทโฟนสองซิมจะบริโภคพลังงานมากกว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ด้วยหน้าจอที่ความละเอียดน้อยลง เล็กลงนิดหน่อย พร้อมด้วยชิปเซ็ตที่น่าจะบริโภคน้อยกว่า ทำให้ตัวเครื่อง Samsung Galaxy Note 3 Neo Duos ยังคงทำงานได้คงทนตลอดทั้งวันครับ

สรุปโดยรวม

Samsung Galaxy Note 3 Neo Duos มันราคาสูงเกินไปไหม? คำถามนี้มีมาตลอดตั้งแต่ประกาศราคาออกมา หลายคนมองว่าสเปคมันยังไม่โดน ใช่ครับ สเปคสู้สมาร์ทโฟนพวกเรือธงไม่ได้ เพราะเป็นแค่ชิป Snapdragon 400 เท่านั้น แต่ก็ยังเป็น Quad Core 1.6 GHz ซึ่งก็ถือว่ายังดี และมันก็ใช้งานได้ดีจริงๆ ไม่ได้ขี้เหร่อย่างที่คิดหากได้สัมผัส

ถ้ามองอีกมุมของคนที่อยากได้สมาร์ทโฟนสองซิมในตัวเครื่องระดับพรีเมี่ยม Samsung Galaxy Note 3 Neo Duos นี้ใช่เลย เพราะตัวเครื่องก็ดูดีไม่ต่างจาก Note 3 เดิม ฟีเจอร์ก็อัดแน่นไม่ต่างจากรุ่นพี่ มีปากกา S Pen ให้ขีดเขียนด้วยฟีเจอร์ครบครัน แต่มันรองรับระบบ Dual SIM Standby แบบ Always ON ที่ซัมซุงภูมิใจนำเสนอ

SONY DSC

ส่วนด้านการเชื่อมต่อก็รองรับแค่ 3G ความเร็ว 21 Mbps แต่ใช้ได้ทุกค่าย มี WiFi แบบ Dual band, WiFi Direct, Hotspot และ Bluetooth 4.0 พร้อมรองรับ DLNA ด้วย เพียงแต่ขาดหายในส่วนของ NFC ไป… MicroUSB ก็เป็นแค่ 2.0 แต่รองรับพวก USB Host หรือ OTG ได้หมด

ดังนั้นสรุปง่ายๆ ว่า มันแพงไปจริงๆ ในราคา 17,800 บาท สำหรับคนที่เน้นความแรง และไม่ได้สนใจฟีเจอร์ Dual SIM Always ON ซึ่งมองๆ แล้วหันไปเล่น Galaxy Note 3 ตัวดั้งเดิม หรือพวกเรือธงค่ายอื่นๆ เมื่อปีที่แล้วอย่าง LG G2, Samsung Galaxy S4, Sony Xperia Z1 หรือ HTC One ก็ตามแต่ เพราะปัจจุบันราคาลงต่ำกว่ารุ่น Galaxy Note 3 Neo Duos ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ไปบ้างแล้ว ตามแต่โปรโมชั่นต่างๆ

อีกรุ่นที่น่ามองอย่าง Samsung Galaxy Grand 2 ก็ถือเป็นรุ่นเปรียบเทียบได้เหมือนกัน ตัวนี้ถูกกว่าราวๆ 6,000 บาท!! แต่ตัวเครื่องดูดีไม่แพ้กันเลย ฝาหลังสไตล์เดียวกัน มีหลากสีสันให้เลือกด้วย ที่สำคัญชิปเซ็ต Snapdragon 400 เหมือนกันด้วย เพียงแต่เป็น Quad Core 1.2 GHz เท่านั้น RAM น้อยกว่า หน่วยความจำภายในต่ำกว่าเท่าตัว มีกล้องที่แนวๆ เดียวกัน แต่สุดท้ายก็แตกต่างกันในเรื่องของหน้าจอ Super AMOLED และปากกา S Pen ที่มีฟีเจอร์อัดแน่นนั่นเองครับ

SONY DSC

ดังนั้นหากว่าคุณคือคนที่ต้องการใช้สมาร์ทโฟนแบบสองซิมจริงๆ เน้นฟีเจอร์นี้เป็นหลัก แต่อยากได้ฟีลลิ่งแบบพรีเมี่ยม พร้อมฟังก์ชั่นหรือฟีเจอร์ต่างๆ ที่เหมือนกับ Galaxy Note 3 เช่นปากกา S Pen, TouchWiz UI และหน้าจอ Super AMOLED รวมถึงตัวเครื่องที่ดูหล่อเหลาไม่แพ้ใคร 17,800 บาท อาจจะเป็นราคาที่รับได้ก็ได้ครับ ลองพิจารณากันดู แล้วเร็วๆ นี้เรามารีวิวตัวเครื่อง Samsung Galaxy Note 3 Neo Duos กันอีกครั้งครับ ^^

About Author

nookzz

nookzz

Partners