หลังจากที่ผมเขียนไปแล้วว่าในงาน Special Preview HTC One มีอะไรบ้าง ตอนนี้ผมจะมาว่ากันที่ตัวเครื่องกันบ้างว่าลองจับแล้วสัมผัสแรกรู้สึกอย่างไร เจ๋งอย่างที่เค้าว่าไว้รึเปล่าทั้งเรื่องกล้อง, เสียงและ User Experience
จับครั้งแรกพบว่าวัสดุเย็นครับ (ห้องแอร์) เครื่องทำด้วยเหล็กซะส่วนใหญ่นอกนั้นเป็นส่วนของจอ ตัวเหล้กเองจับแล้วรู้สึกว่ามันสบายมือไม่หนืดไม่มัน รู้สึกว่ามันไม่ติดมือดีและแข็งแรงครับ แต่ปกติสวยๆแบบนี้ตกพื้นปูนผมว่าออกมาไม่สวยแน่นอน

ด้านหน้ามาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 4.7 นิ้ว มีลำโพง 2 ตัวบนและล่างพร้อม Sensor ต่างๆและกล้องหน้าขนาดใหญ่โตมโหฬาร ตัวปุ่มการทำงานมีเหลือแค่ 2 ปุ่มคือ Back กับ Home ซึ่งการใช้งานเปลี่ยนแปลงไปเพราะปุ่ม Back จะถูกลดความสำคัญไปมากเลยทีเดียว คือมันเหลือหน้าที่แค่ Back ในโปรแกรมเท่านั้น ถ้าคุณจะออกมาที่หน้า Homescreen หรือ Blinkfeed ได้คุณต้องกดปุ่ม Home แทน แถมอีกอย่างที่ขัดใจคือหน้า Recent App มันหายครับ -_-” เข้าไม่ได้ T T
ด้านหลังมีกล้อง 4 ล้านพิกเซล ขนาดพิกเซลเป็น Ultrapixels พร้อมมี LED Flash ข้างๆ ส่วนขอบขาวๆมีไมค์ตัวที่ 2 ที่น่าจะเอาไว้ตัดเสียงรบกวนติดตั้งอยู่ (คือมันเหมือนจุดขี้ไคลมากตอนแรกถูออกใหญ่) ตัวเครื่องด้านหลังออกแบบได้สวยลงตัวมาก

รอบๆเครื่องด้านล่างมี microUSB และไมค์สนทนา ด้านบนมีช่องใส่หูฟัง 3.5มม. และปุ่ม Power/Wake (มันอยู่ด้านบนอีกแล้วกดยากทำไมไม่เอามาไว้ข้างๆ) ด้านข้างเครื่องมุมซ้ายมีช่องใส่ microSIM ส่วนมุมขวาทีเฉพาะปุ่มเพิ่ม/ลดเสียงเท่านั้น
ตัวเครื่องมีการผลิตแบบ Zero Gap Construction ไม่มีรอยต่อใดๆ หน้าแค่ 9.3 มม. เท่านั้น วัสดุที่ใช้ไม่มีพลาสติกเลย ตัวเสาสัญญาณเองถูกนำไปรวมกับวัสดุแล้วเลยไม่มีปัญหาอะไร น่าเสียดายที่ยังไม่ได้ลองทดสอบ Death Grip
หน้าจอของตัวเครื่องมีขนาดใหญ่ 4.7 นิ้วความละเอียด 1920×1080 พิกเซล (468ppi) Super LCD 3 มองแล้วสดใสและคมดีครับ แต่ไม่ต่างจากของ HTC Butterfly เท่าไร แต่เรื่องของสีผมว่าสวยกว่านิดหน่อยอาจจะเป็นเพราะ Color enhancer ก็ได้ ส่วนเรื่องแสงสะท้อนต้องบอกว่าแทบไม่มีอาจจะเป็นผลพวกมากจาก Optical lamination
กล้องถ่ายภาพเท่าที่ลองถ่ายดูพบว่าชัตเตอร์ไวกว่า HTC รุ่นเก่าๆ อันนี้ตาม Spec ได้ 8fps ผมลองถ่ายดู 10 วินาทีได้ 83 ภาพก็ถือว่าตาม Spec ส่วนเรื่องคุณภาพเนื่องจากทดสอบได้แบบระยะเวลาอันสั้นนักเลยได้แค่ลองถ่ายเล่นๆ ซึ่งดูแล้วพบว่ากล้องก็ทำได้ดีแสงต่างๆสมจริงและสีก็ออกมาสวย ส่วนเรื่องความละเอียดลองซูมๆจากเครื่องดูพบว่าภาพไม่แตกเหมือนรุ่นเก่าๆ ส่วน HTC Zoe (โซ-อี้) อันนี้เองลองดูแล้วพบว่าก็เป็นลูกเล่นที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว ซึ่งมันทำงานง่ายๆก็คือ ก่อนเรากดชัตเตอร์นั้นมันจะถ่ายให้เราล่วงหน้า 5 Shots และหลังกดชัตเตอร์แล้วจะถ่ายอีก 15 Shots รวมเป็น 20 Shots และเอามาทำภาพเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นช่วงเวลา 3 วินาที และหลังจากนั้นเราสามารถเลือกตัดแต่งภาพได้หลายรุปแบบ เท่าที่ลองดูมีน่าสนใจก็คือ Sequence shot และ Object removal แต่น่าเสียดายไม่ได้ลองความสามารถ OIS คราวหน้าต้องลองให้ได้
ระบบเสียงเท่าที่ลองทดสอบผ่านลำโพงต้องบอกว่าเสียงดังกระหึ่มกว่ารุ่นอื่นๆจริง คือเปิดทีทั้งห้องเค้าหันมาที่เราเลยละครับ แต่เนื่องจากเป็นงานเลี้ยงด้วยเลยมีเสียงรอบๆรบกวนเยอะ เอาเป็นว่าคร่าวๆคือมันดังและฟังชัดดีครับ
พวก Gallery นั้นถ้าเราใช้งานพวก HTC Zoe มันก็จะแสดงป็นภาพช็อตเคลื่อนไหวเลยดูแล้วสวยงามดี
พวก UI แบบใหม่ต่างๆอย่างสำคัญเลยก็คือ Blinkfeed อันนี้ลองแล้วทำงานได้เร็วไม่มีช้า เปิด Content ได้เร็วน่าสนใจแต่มันไม่มี Content ของไทยเลยนี่สิครับ แต่ก็ยังดีที่ใช้ Facebook หรือ Twitter ได้พอบรรเทา อย่างไรก็ตามถ้าใครชอบหน้า Homescreen แบบเดิมๆทาง HTC ก็ไม่ได้เอามันไปลงขยะนะคือเลื่อนไปทางซ้ายมันก็จะเป็นหน้า Homescreen แบบที่หลายคนคุ้นเคยแล้วสามารถเลือกแต่งใส่ Widget ต่างๆตามใจชอบครับ ในภาพรวมตัวเครื่องทำงานได้รวดเร็วครับด้วย Snapdragon 600 และ RAM 2GB มันก็คงต้องเป็นแบบนั้น
สรุปก็คือ HTC One เท่าที่จับคร่าวๆผมว่าน่าประทับใจ มันมีลูกเล่นที่น่าเรียนรู้อีกเยอะ มีอะไรใหม่ๆหลายอย่างในตัวเครื่อง ถึงแม้ความรู้สึกส่วนตัวผมว่าลำโพงด้านหน้ามันทำให้ไม่สวยเท่าไร แต่ความสามารถในภาพรวมถือว่าเป็นรุ่นท็อปที่น่าสนใจตัวหนึ่งในปีนี้ ด้วยจุดเด่นหลายๆด้านทั้งเรื่องกล้อง, เสียง, การออกแบบและ User Experience เดี๋ยวถ้าผมได้เครื่องมาเล่นอีกรอบเมื่อไรจะจัดหนักจัดเต็มกว่านี้แน่นอนครับ









